Archive | Diary RSS feed for this section

Love is

26 Jul

“ความรัก” โดย อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

บางครั้ง ความรัก ก็เข้ามาหาเรา เพื่อให้เราเรียนรู้
มิใช่ ให้เราครอบครอง
ไม่ผิดหากจะรักคนที่มีเจ้าของ
แต่จะผิดหากเข้าไปทำหน้าที่ซ้ำซ้อนคนอีกคน
หน้าที่ของความรัก คือการเดินไปมอบความรักและยืนเฉยๆ
เพื่อรับมัน ไม่ใช่การดิ้นรนเพื่อให้ได้มา
ในห้วงรัก การถูกรัก มันสุขใจ
การมอบความรักมันอิ่มเอม และเมื่อได้รับการปฏิเสธมันทรมาน

ความรัก จะเกิดขึ้น เมื่อเกิดการถ่ายเทพลังอันอ่อนโยนของคนสองคน
ความรัก มิใช่การเข้าไปเป็นชีวิตเขา
แต่คือการเข้าไปอยู่ข้างๆ ชีวิตเขา
คนบางคนเหมาะที่เกิดมาเพื่ิอให้เรารัก
แต่ไม่เหมาะที่จะร่วมชีวิตด้วย

ความรัก    ไม่ต้องการแค่ัวันเดียวนะ
ความรัก    ไม่ต้องเกี่ยว   กับวันไหน
ความรัก    ไม่ต้องมี         เวลาใด
ความรัก    ไม่ต้องใช้       ให้ใครชี้
ความรัก    ไม่ต้องมี         ข้อวิจารณ์
ความรัก    ไม่ต้องการ     การกดขี่
ความรัก    ไม่ต้องให้       ใครตราตี
ความรัก    ไม่ต้องมี         เส้นพรมแดน
ความรัก    ไม่ต้องรอ       ตามแบบแผน
ความรัก    ไม่ต้องการ     การตอบแทน
ความรัก    ไม่ต้องการแค่ หัวใจคน
ความรัก    ไม่ต้องรอ       ขอเหตุผล
ความรัก    ไม่ต้องย้ำ       ความมีจน
ความรัก    ไม่ต้องทน      ที่จะรัก

Hua Hin – Plearnwan

7 Jul

เมื่อวันเสาร์มีโอกาสได้ไปเที่ยวเพลินวาน ที่หัวหินมา ด้วยความที่ไม่ได้นัด แล้วก็ปุบปับๆ ไป บอกเพื่อนว่าหยุดยาวเลย เพื่อนก็เลยชวนไปเพลินวานซะเลย เราก็คนใจง่าย เรื่องเที่ยวเนีย ไปไหนก็ไป เออๆ ออๆ ไปเลย ก็เลยเอาเรื่องราว และรูปมาฝากให้ดูกันค่ะ (ขออกตัวเรื่องถ่ายภาพก่อนนะคะว่าอาจจะถ่ายไม่สวย อิอิ)

เริ่มต้นเดินทางนัดเจอกันที่เซ็นจูรี่ อนุเสาวรีย์ ตอน 7 โมงเช้า ไปถึงตั้งแต่ยังไม่ 7 โมง ปรากฎว่าต้องรอคุณเพือนอีกประมาณเกือบครึ่งชั่วโมง ดีที่มี Twitter ให้ jibjib ให้เล่นไปเพลินๆ อิอิ พอเพื่อนมาถึงก็ลงไปที่คิวรถตู้ ไปหัวหิน ค่ารถคนละ 200 นั่งรถประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งน่าจะได้ ไปถึงหัวหินสิ่งแรกที่ทำคือกินก่อน กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ไปนั่งกินข้าวมันไก่ ราคาจานละ 25 บาท  ถือว่าก็โอเคอยู่ ไก่นุ่มดี แต่ว่าน้ำจิ้มเหมือนเอาซีอิ้วหวานมาใส่ข่ากับพริกแค่นั้น ก็เลยไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่ น้ำซุปก็ไม่มีให้ -*- (ขอแอบบ่นนิดนึง) ถ้าจะกินน้ำซุปต้องสั่งพวกตุ๋นยาจีนเป็นถ้วยต่างหากอีกที

1ชายหาดหัวหิน

พออิ่มแล้วก็เดินไปทะเลหัวหิน ที่ชายหาด ปูเยอะมากๆๆๆ จะเห็นว่าตรงทรายเป็นรูปูกลมๆ ตลอดหาที่เรียบๆ แทบไม่ได้ เดินไป ยังกลัวว่าจะเหยียบมันหรือเปล่า แดดที่นี่แรงมากๆๆ เผาผิวจนไหม้เลยทีเดียว ตั้งใจว่าจะเดินเล่นไม่ไกล แล้วเดี๋ยวค่อยหาทางขึ้น แต่ชายหาดที่นี่มีรีสอร์ทอยู่ติดๆ กันไปหมด จะเดินทะลุขึ้นถนนใหญ่ก็กลัวเค้าจะไม่ให้เดินผ่าน ก็ต้องเดินกันไปให้แดดมันเผา อย่างเมื่อยเลยทีเดียว

3
โรงแรมริมหาดหัวหิน ส่วนใหญ่มีแต่นักท่องเที่ยวต่างประเทศ

หลังจากเดินชายหาดก็ตั้งใจว่าจะไปร้านกาแฟข้างบ้าน ที่ซอย 83 พอเดินขึ้นที่ถนนใหญ่ได้ เห็นว่ามีคิวรถสองแถวจอดอยู่ กับพี่ผู้ชายอีกคนนึง ก็เลยถามว่าจะไปซอย 83 ไปไหม เค้าก็บอกว่าไป ด้วยความเข้าใจผิดที่ว่าเค้าน่าจะเป็นคนขับรถสองแถวอ่ะ แต่จริงๆ แล้วมอเตอร์ไซต์เค้าจอดอยู่ข้างๆ จากที่จะนั่งสองแถวกลายเป็นต้องนั่งมอเตอร์ไซต์แทน แล้วซ้อน 3 (ดีนะไม่โดนจับ) เสียค่ารถคนละ 20 บาท ที่เด็ดกว่านั้น พี่คนขับแกรเล่นออกรถแบบพุ่งไปไม่ดูรถทางตรงเลย เลยเบรกกันเอี๊ยดอ๊าด ส่วนผู้โดยสารสาวสองคนที่ซ้อนอยู่ ไม่ทำอะไร นอกจากกรี๊ดใส่หูพี่คนขับอย่างเดียว ฮาาาาาา

4

8

ร้านกาแฟ ข้างบ้าน

แต่ก็ไปถึงร้านกาแฟข้างบ้านได้อย่างปลอดภัย แต่ว่าหัวฟูไปหน่อยนะ  บรรยากาศที่ร้านก็น่านั่ง ถ้านั่งข้างนอกจะมีต้นไม้เยอะหน่อยร่มรื่นไปอีกแบบ แต่สองสาวแบบว่าร้อนมากมาย ขอหลบไปนั่งในห้องแอร์แล้วกัน ที่นี่มีบริการอินเทอร์เน็ตด้วยคิดชั่วโมงละ 30 บาท

ส่วนกาแฟ ก็รสชาติดี ราคาไม่แพง เราสั่งคาปูชิโน่เย็นไป ราคาแก้วนึงก็ประมาณ 45-50 แล้วเลยสั่งเค้กบลูเบอร์รี่ชีสพายไปด้วย รสชาติก็อร่อยดีเหมือนกัน แต่รู้สึกว่าบิสกิตข้างล่างมันค่อนข้างหยาบๆ พอเคี้ยวแล้วรู้สึกแปลกๆ แต่ก็ยังถือว่าโอเคอยู่ดี ที่ร้านนี้ส่วนใหญ่ลูกค้าจะซื้อแล้ว take home มากกว่านั่งที่ร้าน  อ้อ ที่ร้านนี้เป็นร้านของดาราช่อง 7 ด้วย แต่ว่าไม่รู้ว่าชื่ออะไร แต่เป็นลูกครี่งคาดว่าน่าจะครึ่งเยอรมันนะ

6 7
คาปูชิโนเย็น คาปูชิโนกับเค้กบลูเบอร์รี่พาย

กินอิ่มจากร้านกาแฟข้างบ้านจบจากร้านกาแฟข้างบ้าน ก็ไปต่อที่สถานีรถไฟหัวหินเพื่อถ่ายรูปกัน จริงๆ เจ้าของร้านเค้าน่าจะปลื้มใจนะว่า ลูกค้าลงทุนและตั้งใจมากินจริงๆ เพราะต้องนั่งมอเตอร์ไซค์มา แล้วนั่งรถสองแถวกลับ จากซอย 83 ไปสถานีรถไฟหัวหิน สองแถวคิดเงิน 100 บาท

และแน่นอนว่าถ้าไปสถานีรถไฟแล้ว ที่ที่จะต้องถ่ายรูปก็ต้องเป็นป้ายสถานีแน่นอน แทบจะต้องตบตีกับคนอื่น หรือไม่ก็ต้องรอคิวในการเข้าไปถ่ายนิดนึง แต่ก็นะป้ายเค้าสวยจริง สีเด่นดี อิอิ

9

แล้วการที่ไปเที่ยวกันสองคนแล้วอยากได้รูปคู่ ก็ต้องอาศัยการตั้งกล้องนี่หล่ะ แล้วรูปที่ได้ก็จะออกมาเป็นแบบนี้ ฮาาาาา

plernwarn

พอถ่ายรูปกันจนพอใจ สถานที่ต่อไป ก็เป็นจุดหมายปลายทางที่เราต้องการไปกันในวันนี้ นั่นก็คือ เพลินวาน จากสถานีรถไฟ เดินไปยังตลาดโต้รุ่ง หน้าร้าน 7-11 จะมีรถสองแถวขับผ่านเพลินวาน จริงๆ แล้วถ้าไม่แวะมาที่นี่ ตรงบริเวณร้านเฟอร์นิเจอร์อินเด็กซ์เพลินวานเค้าจะมีรถรับส่งให้ฟรี สามารถนั่งไปที่เพลินวานได้เลย ส่วนรถสองแถวที่ขึ้นมาจากตลาดไปเพลินวานก็คิดราคาคนละ 10 บาท

ถ้าใครจะไปเพลินวาน ลองเข้าไปเช็คดูก่อนได้ว่าวันไหนมีกิจกรรมอะไรบ้าง www.plearnwan.com เช่นหนังกลางแปลง ดนตรี อย่างวันเสาร์ที่ไปนั้นมีวงดนตรี ตอนบ่าย 3 โมงเย็น อยากบอกว่านักร้องร้องเพลงเพราะมากๆๆ แล้วแต่ละเพลงที่เลือกมานั้นก็เพราะอีกจริงๆ ส่วนก่อนที่นักดนตรีจะตั้งวงในเพลินวานเค้าก็จะเปิดเพลงคลอตลอดเวลา เพลงส่วนใหญ่ก็จะเก่าๆ สักหน่อย รุ่นประมาณใหม่ เจริญปุระ อัลบั้มแรกๆ
จิ้กโก๋หน่อยก็แนวบิลลี่ โอแกน ให้เข้ากับบรรยากาศยุค 70

12นักร้องที่เพลินวาน

ในเพลินวานเค้าจะมีร้านค้าอยู่หลายร้าน เช่น ร้านกาแฟ ร้านหวานเย็น ร้านห้องเสื้อ ร้านของเล่นเก่าๆ ร้านเหล้าก็มีแต่ว่าจะเปิดช่วงเย็นๆ หน่อย ส่วนบริเวณด้านล่างก็จะมีรถเข็นขายน้ำอัดแก๊ส คล้ายๆ น้ำอัดลมนั่นหล่ะ แต่ว่าที่นี่ของกินราคาค่อนข้างแพงหน่อย แต่ก็ยังแพงในระดับที่รับได้อยู่ อย่างน้ำอัดแก๊สแก้วนึงก็ 35 บาท หวานเย็น น้ำแข็งใสที่สั่งมา ใส่เครื่อง 2 อย่างราคาก็ 35 บาทเหมือนกัน แต่ก็ถือว่ายังพอรับได้อยู่ สถานที่เค้าก็ให้เข้าฟรีอ่ะนะ

13ร้านกาแฟ

14
น้ำอัดลมโบราณ

15
ร้านตัดผมโบราณ

16 17

ร้านขนมหวานเย็น

20 18
ห้องเสื้อไฉไล

ในเพลินวานชอบร้านห้องเสื้อไฉไลมากที่สุด ชอบสีสันเสื้อผ้า อีกอย่างเป็นคนชอบช็อปปิ้งอยู่แล้ว สนใจเรื่องแบบนี้อยู่แล้วเป็นทุนเดิม อิอิ อ้อ บริเวณด้านล่างเค้ามีกิจกรรมให้เล่นด้วย เหมือนไปตามงานวัดหล่ะ พวกยิงปืน อะไรแบบนี้ ตรงทางเข้าจะมีแผนที่เพลินวานให้ดูด้วยว่าร้านไหนอยู่ตรงไหน ชั้นไหนบ้าง แต่บังเอิญมาเห็นตอนจะกลับแล้ว เลยไม่ผลอะไร ฮาาา

21ตุ๊กตาใส่นามบัตรอยู่ตรงทางเข้า

ไล่ถ่ายรูปจากชั้นบนมาชั้นล่าง แล้วก็ทางเข้า-ออก ตรงทางเข้า-ออกนี้ เขาจะมีรถเวสป้าจอดอยู่หลายคัน สีสันสวยงามดี แล้วก็มีห้องที่ทำการอำเภอเพลินวานด้วยนะ มีตัวตุ๊กตาถือกล่องรับนามบัตรด้วย ก็น่ารักไปอีกแบบ

22รถเวสป้าที่อยู่ตรงทางเข้าเพลินวาน

เมื่อถ่ายรูปกันจนจุใจแล้วก็ถึงเวลากลับ ใจจริงอยากจะนั่งฟังเพลงเพลินๆ ต่อเพลงเพราะ นักร้องเสียงดี แต่ก็กลัวกลับไม่ทันรถตู้ ตอนขากลับรถติดนานมากๆๆ ตอนแรกคิดว่านี่หัวหินรถติดเหมือนกรุงเทพฯ ด้วยหรอ เพิ่งเข้าใจว่าอ้อ ติดขบวนเสด็จฯ โดยสารด้วยรถสองแถวอีกเช่นเคย จากเพลินวานไปลงที่ท่ารถตู้คนละ 15 บาท วันนั้นกลับถึงบ้านก็ประมาณ 3 ทุ่ม

เหนื่อยและเพลียมากๆ แต่ก็มีความสุข และ สนุกมากๆๆๆ เหมือนกัน อารมณ์ไปเที่ยวกับเพื่อนแนวเดียวกัน เที่ยวเอง มั่วเส้นทางกันเองมั่ง นั่งรถสองแถว ทำอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ บ้างให้ชีวิตมีสีสัน ไม่ซ้ำซาก ก็สนุกไปอีกแบบ เรียกว่าทริปนี้เล่นเอาเหนื่อยและเพลียมากๆ เหมือนกัน แต่ก็สนุกมากๆๆ เหมือนกัน เพิ่งคุยกับเพือนว่าอยากไปอัมพวา แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะมีโอกาสเหมาะๆ ว่างตรงกันเมื่อไหร่ แต่ถ้าได้ไปเที่ยวที่ไหนอีก ก็จะเก็บภาพมาเล่าให้ฟังอีกครั้งค่ะ ;)

23ปิดท้ายด้วยรูป 2 สาว ที่เพลินวาน อิอิ

รับชมรูปภาพเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ => Flickr/maeyingzine

CASS BC’18

30 Jun

กลับไปนั่งอ่านสมุดบันทึกตัวเองใน Hi5 แล้วบังเอิญไปเจอบันทึกนี้เข้า เป็นเนื้อเพลงที่เป็นเพลงประจำกลุ่มของพวกเรา โดยเพื่อนในกลุ่มแต่งขึ้นมาเอง ตอนนั้นอยู่ด้วยกันตลอด ผ่านอะไรๆ มาด้วยกันก็เยอะ ตอนทำงานส่งอาจารย์ มันก็เป็นความผูกพันธ์ ความรัก ซึ้งๆ บ่อยครั้งที่ต้องผ่านเรื่องราว ปัญหาด้วยกันแล้วอยู่ข้างๆ กัน อยู่ด้วยกัน 6 คน กับโจ้กคัพประมาณ 4 ถ้วย ที่เราต้องแบ่งกันกิน (ช่วงนั้นจนกันจริงๆ )

นอนตี 2-3 ตื่น 6 โมงเช้าเพื่อจะมาทำสคริปรายการวิทยุ ต้องแบกไฟ แบกกล้อง ต้องถ่างตาไม่ได้หลับได้นอนมานั่งตัดต่อรายการทีวีส่งอาจารย์ ร้องไห้ด้วยกันมา หัวเราะอย่างสุดๆ ด้วยกัน ผ่านอะไรมาก็หลายๆ อย่าง ทุกครั้งที่กลับไปนั่งดูรายการที่ส่งอาจารย์ ก็ยังนั่งยิ้ม มีความสุข คิดถึงเพื่อนๆ ถึงแม้ว่างานที่พวกเราทำมันจะก๊องแก๊งก็ตามเถอะ แต่ในความก๊องแก๊งเหล่านี้มันมีความหมาย แล้วก็มีเรื่องราวของพวกเราอยุ่เยอะมากๆ คิดถึงเพื่อนๆ จริงๆ :)

เพลงของเรา

ในวันนี้อาจไม่มีเราอยู่ด้วยกัน
เหมือนเมื่อวานที่เคยได้เรียนได้เล่นกัน
แต่เรายังคงไม่ลบเลือน….
อาจผ่านพ้นกี่ค่ำคืนวันที่ล่วงเลย
ขอแค่ใจเรายังคิดถึงกันเหมือนเคย
แค่เธอไม่ลืมฉัน ฉันไม่ลืมเธอ….
วันใดที่ท้อใจ ให้นึกถึงวันที่ดี ที่เราเคยมีให้กัน

วันใดใจทุกข์ทนจงนึกถึงวันเหล่านั้น
จะมีเสียงหัวเราะเป็นเพื่อนเธอ
ไม่ได้เจอก็แค่เท่านั้น เพราะว่าเรามีกันในใจ
หากใครมีอะไร ก็แค่โทรบอกไว้ แค่นี้เราก็ใกล้กัน….

อยากให้เธอจงจำอาไว้..
ไม่ว่านานเท่าไหร่ก็ตาม ภาพที่เคยมีเรา
วันที่ดีเมื่อวาน จะไม่ให้เลือนไปจากใจ….

ไม่ได้เจอก็แค่เท่านั้น เพราะว่าเรามีกันในใจ
หากใครมีอะไร ก็แค่โทรบอกไว้ แค่นี่เราก็ใกล้กัน

อยากให้เราจงจำเอาไว้ ว่าเราเคยเดินทางร่วมกัน….
ไม่เคยทิ้งให้ใครล้มคนเดียวซักวัน

จำไว้ว่าเราคือเพื่อนกัน….

Do you believe in Destiny?

30 Jun

เมื่อกี้เพิ่งได้อ่าน ความหมายของคำว่า “เนื้อคู่” พอดีคนใน Twitter @DearAnNie เอามาแนะนำ ก็เลยลองเข้าไปอ่าน แล้วรู้สึกว่าชอบมากๆ ก็เลยอยากเอามาแบ่งปันให้ได้อ่านกันด้วย

เมื่อก่อนเคยคิดเหมือนกันว่า วันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรไม่รู้ วันนี้รัก ก็ทำวันนี้ให้ดีที่สุด รักให้มากที่สุด และรักให้ดีที่สุด เพื่อที่ว่าวันข้างหน้ามาถึง หากต้องเลิก หรือจากกันไป ก็จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจ เสียดายว่ายังไม่ได้ทำนั่นทำนี้ให้เลย แล้วก็ไม่ต้องมานั่งเสียดายเวลาด้วยว่า ทีตอนที่มีกันอยู่ ทำไมไม่รัก ไม่เก็บเกี่ยวความสุข ความรักที่มีต่อกันไว้ให้มากที่สุด :)

“ในยามที่คบหาใครอยู่ ไม่ว่าเค้าจะดีหรือไม่ดี ขอให้ตัวคุณทำดีต่อเค้าให้มากที่สุด”
“ในทางกลับกัน ถ้าได้เจอใครที่เรารู้สึกดี รู้สึกรัก รู้สึกห่วใยเค้า รู้สึกคิดถึงเค้าตลอดเวลาแล้วล่ะก็ รักเค้าให้สุดแรงเกิด”

ความหมายของเนื้อคู่

คำว่า ‘ เนื้อคู่
หลายคนจะให้ความหมายว่า คือ  คนที่จะได้แต่งงานออกหน้าออกตาด้วย
( ทั้งจดทะเบียนสมรส หรือไม่จดทะเบียนสมรสก็ตาม)

หรือได้ใช้ชีวิตร่วมกัน หรือเป็นคนที่ส่งเสริมอุปถัมภ์ซึ่งกันและกัน

เคยสังเกตไหมว่า ช่วงชีวิตหนึ่งของคนเรานั้น

มีคนเดินเข้ามาในชีวิตมากมายหลายคน

บางคนเข้ามา 1 ปีแล้วก็เลิกกัน

บางคนคบกัน 6 เดือนแล้วเค้าก็จากเราไป

บางคนเจอกันแค่อาทิตย์เดียวแล้วเราก็ทิ้งเค้าไปเอง

บางทีคุณก็คบหาคนรู้ใจในเวลาเดียวกันถึง 3 คน

บางคนแต่งงานกันมาแล้ว 20 ปีก็เลิกกันไป แต่งงานอีกทีตอนอายุ 70 ปี

อยู่กินกันกับคนใหม่ได้แค่ 2 ปีแล้วก็ล้มหายตายจากกันไป

นี่เป็นตัวอย่างคร่าว ๆ ที่อยากให้ลองคิดตามครับ

คิดออกหรือยังครับว่า  คำว่า  เนื้อคู่มันอยู่ตรงไหน

ในมุมมองของผมแล้วคำว่า ‘ เนื้อคู่ ‘ ไม่มีครับ

มีแต่คำว่า ‘ กรรม ‘ ทั้งกรรมดี และกรรมไม่ดี

บางคนทำกรรมดีกันมาในอดีต ในภพ ในชาติที่แล้ว

ช่วงประจวบเหมาะได้มาเจอกันในภพในชาตินี้

ก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ตามกรรมของตัวเองเป็นตัวกำหนดว่า

จะได้อยู่กันนานแค่ไหน  บางคนอยู่ด้วยกันก็มีแต่เรื่องทะเลาะเบาะแว้ง

มีแต่เรื่องเดือดร้อน แต่ทนอยู่กันได้หลายปี

นั่นก็เกิดจากกรรมในอดีตแต่เป็นกรรมไม่ดีต่อกัน

ภพนี้ชาตินี้จึงต้องมาชดใช้กรรมซึ่งกันและกัน

ที่เขียนมาทั้งหมดนี้พอจะสรุปคำว่าเนื้อคู่ ( ของหนุ่มสาวยุคนี้)  ได้ดังนี้ครับ

ความหมายที่ 1 คือ คนที่มีกรรมดีต่อกันในอดีต

ภพนี้ ชาตินี้กลับมาเพื่อการอิ่มเอิบใจซึ่งกันและกัน

ดูแล้วน่าจะใกล้เคียงกับคำว่า  เนื้อคู่ที่หลาย ๆ คนถามหามากที่สุด

ส่วนจะเจอเมื่อไร ได้อยู่ร่วมกันนานแค่ไหน

ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาของกรรมในอดีตเป็นตัวกำหนด

ความหมายที่ 2 คือ คนที่มีกรรมไม่ดีต่อกันในอดีต

ภพนี้ ชาตินี้จึงกลับมาเพื่อทวงคืน เพื่อชำระหนี้

จะสังเกตว่า  คู่ประเภทนี้อยู่ด้วยกันแล้ว  มีแต่เรื่องเดือดร้อน

ทำอะไรก็ไม่ขึ้น มีแต่เรื่องเสียเงิน เสียใจ เสียเวลา เสียความรู้สึก

แต่คนเรามักจะคิดว่า คนประเภทนี้ไม่ใช่คู่เรา

เป็นที่มาของคำถามว่า ‘ เมื่อไรจะเจอคู่ซะที ‘

ซึ่งที่จริงแล้วคนที่เผชิญอยู่ในความหมายที่ 2 นี่แหละ

ก็คือคู่เหมือนกัน  แต่เป็นคู่เวรคู่กรรม

ดังนั้น  ผมบอกได้เลยว่า ในช่วงชีวิตหนึ่งของเราทุกคน

****เราจะได้พบกับเพศตรงข้าม หรือแม้แต่เพศเดียวกันในลักษณะคู่รัก

ไม่น้อยกว่า 1 คนในช่วงชีวิตนี้  ก่อนสิ้นอายุขัยแน่นอน

แล้วจะไปแคร์อะไรละครับ …. ถึงเวลาคนดี ๆ ที่เราตามหาเค้าจะมาเอง

ในทำนองเดียวกัน ไอ้คนที่ไม่ได้เรื่อง ไม่ได้ดั่งใจ

แต่ต้องทนคบอยู่ทุกวันนี้  สักวันเมื่อชดใช้กันหมดแล้ว  เค้าก็จะไปเอง

ช่วงสุญญากาศที่ยังไม่มีใครมาเชื่อมต่อละมั้ง  ที่ทำให้หลายคนวิตกกังวล

จึงเป็นที่มาของคำถามว่า ‘ เมื่อไรจะเจอเนื้อคู่ซักที ‘

***คำแนะนำ****

ในยามที่คบหาใครอยู่ ไม่ว่าเค้าจะดีหรือไม่ดี

ขอให้ตัวคุณทำดีต่อเค้าให้มากที่สุด

เพราะเค้าจะไม่ได้มาวุ่นวายกับเราตลอดไปหรอกครับ

อย่างน้อยกรรมดีที่มีต่อกันในวันนี้

จะส่งผลให้คุณได้อิ่มเอิบในวันข้างหน้าได้

ในทางกลับกัน ถ้าได้เจอใครที่เรารู้สึกดี รู้สึกรัก รู้สึกห่วงใยเค้า

รู้สึกคิดถึงเค้าตลอดเวลาแล้วละก็  รักเค้าให้สุดแรงเกิดครับ

ไม่ต้องกังวลว่า  วันหนึ่งอาจจะต้องผิดหวัง

เพราะถึงแม้จะไม่มีอะไรมาพรากคุณและเค้าก็ตาม

อย่างน้อยความตายก็เตรียมพลัดพรากคุณและเค้าในวันหนึ่งอยู่แล้ว

ขอให้ทุกท่านฉลาดที่จะใช้ชีวิตคู่และรู้เท่าทันกิเลสตัวเอง

คบหากับใครก็ตาม  ไม่ต้องกังวลถึงวันหน้าหรอกครับ

ตักตวงความสุขให้ได้มากที่สุด ทำดีต่อกันให้มากที่สุด

สมมติคบกันมา 5 ปี  ทำดีต่อกันมาตลอด

ถึงวันหนึ่งต้องเลิกกัน เต็มที่จะทุกข์สุด ๆ แค่ 1 เดือน

คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มกับเวลาที่เรามีความสุขต่อกัน

เปรียบเหมือนการซื้อลอตเตอรี่ฉันท์ใดก็ฉันท์นั้นละครับ

โดย อ.ประภัตร รหัสดาว
(ขออนุญาตตัดทอนตรงการยกตัวอย่างออกนะคะ)

Ban rai caffe’

25 Jun

พอดีที่บริษัทมีจัด Meeting สำหรับสมาชิก TrawutSpace แล้วก็เลยเลือกร้านบ้านไร่กาแฟ ตรงเอกมัย เป็นสถานที่จัดงาน ี่ร้านเค้าก็ดีตรงที่ว่า เรื่องสถานที่นั้นเค้าไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ เพียงแต่ให้บริจาคตามกำลัง ศรัทธา แล้วทางร้านนั้นจะนำเงินไปทำบุญต่ออีกที

นอกจากร้านจะไม่คิดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังบริการดีมากๆ รวมไปถึงสถานที่ก็สวยงาม กว้างขวาง ที่ร้านเค้าเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ถ้าใครชอบแบบเป็นสัดส่วนก็แนะนำว่าให้ขึ้นไปนั่งดื่มกาแฟที่ชั้น 2 ได้เลย แต่ถ้าใครไปช่วงเย็นๆ หน่อย แนะนำว่าให้นั่งข้างล่างตรงบริเวณลานโล่ง ที่มีต้นไม้เยอะๆ จะเหมาะมาก บรรยากาศจะเป็นแบบชิล ชิล น่านั่งมากๆ ร่มรื่น แล้วยังให้ความรู้สึกสบายๆ มีความเป็นส่วนตัว

ส่วนเรื่องราคาของกาแฟนั้นก็ไม่ได้แพงเิกินร้านอื่นๆ เลย แต่ต้องบอกก่อนว่ากาแฟที่้ร้านบ้านไร่นี้ ที่หน้าเคาท์เตอร์เค้าไม่ได้มีกาแฟแบบที่เราสั่งๆ กันทั่วไปนะ ไม่ใช่คาปูชิโน ไม่ใช่เอสเพรสโซ่ แต่จะเป็นกาแฟไทยๆ (ก็ไม่ใช่โอเลี้ยง โอยั้วะนะ) แต่เค้าจะมีเขียนอธิบายถึงระดับการคั่วของกาแฟ ชอบเข้มหรือไม่เข้มยังไง สามารถสั่งได้

ตอนที่ไปสั่งทีแรกก็ออกแนวงงๆ อยู่เหมือนกันว่าแล้วแต่ละแบบมันต่างกันยังไง บางรายการก็มีชื่อคล้ายๆ กัน ที่ต่างก็จะเป็นเรื่องของระดับความเข้มของกาแฟ กับ ระยะเวลาในการเก็บกาแฟ ว่าแบบไหนเก็บนาน ไม่นาน ก็ไปยืนสั่งแล้วแอบถามพนักงานเค้ามาเหมือนกัน อิอิ

ส่วนบรรยากาศภายในร้านก็มีเก็บรูปมาให้ดูนิดๆ หน่อยๆ นะคะ ส่วนใหญ่จะเป็นภาพบริเวณชั้น 2 ค่ะ สำหรับใครที่สนใจอยากไปลองนั่งก็สามารถนั่งรถไฟฟ้าไปลงสถานีเอกมัย แล้วลงประตูที่ 1ได้เลยค่ะ พอเดินลงมาร้านจะอยู่ติดทางลงบันได้รถไฟฟ้าเลยค่ะ จริงๆ ทรายก็แิอบติดใจเหมือนกัน กะว่าจะหาเวลาไปนั่งอ่านหนังสือ ดื่มกาแฟอีกครั้งเหมือนกัน เสียแต่ว่า ไกลจากบ้านทรายไปหน่อย อิอิ

อ้อ ที่ร้านนี้เค้ามีบริการอินเทอร์เน็ตด้วยนะคะ ถ้าใครสนใจก็สามารถขอซื้อชั่วโมงเน็ทเพื่อใช้งานภายในร้านได้ค่ะ ส่วนภาพบรรยากาศก็ไปตามดูที่ด้านล่างได้เลยค่ะ ^ ^

เอ้าาาา …. เพลงวันเกิด ..

15 Jun

A Crowd of Stars

16 Apr

ดาวชรา

หากมีใครคนหนึ่งรักคุณมาก
แต่คุณไม่ได้รักเขาเลย
คุณจะเคยนึกสักครั้งไหมว่า
เมื่อคุณแก่ชราไปแล้ว…คุณจะเสียดาย
หรือหวนหาความรักครั้งนี้บ้างหรือไม่
หววนหาความรักที่คุณเคยปฏิเสธไปเมื่อครั้งหนึ่ง?

W.B.Yeats ตั้งคำถามนี้และเขียนบทกวีบทนี้
ให้กับผู้หญิงคนหนึ่งที่เขารักหมดใจ
ทว่าเธอไม่เคยรักเขาเลย
สิ่งที่เขาทำได้ก็คือ..รักเธอ..
เขียนบทกวีถึงเธอ และอุทิศหนังสือให้เธอ – เท่านั้น
กระนั้น..เขายังเชื่อมั่นในความรักบริสุทธิ์ครั้งนี้
เขามั่นใจว่ารักของเขาดีพอ..
วันนี้เธอมองไม่เห็นคุณค่าของมัน
แต่วันหนึ่งเธออาจจะต้องนึกเสียดายหวนหา

รู้ไหม..
ความรักมักจะมีที่พำนักเหมาะสมของมันเองเสมอ
เช่น – ยามที่มีใครคนหนึ่งรักคุณมาก
แต่คุณไม่ได้รักเขาเลยนั้น
ความผิดหวังจะขับเคลื่อน
ความรักลอยขึ้นไปเหนือภูเขาสูง
แล้วซ่อนหน้าตัวเองไว้ในท่ามกลางพราวดาวเหล่านั้น

ทุกค่ำคืนดาวกระจายเกลื่อนฟ้า
ความรักหนหนึ่งยังคงซ่อนหน้าอยู่อย่างนั้น
ซ่อนรอให้ใครสักคนเสียดายหวนหา
ได้หวนตระหนักถึงคุณค่ามัน
ยามใครคนนั้นแก่ชรา!!

ในความเป้นจริง..คนแบบ..ดาวชรา..มีอยู่น้อย..แสนน้อย..เหลือเกิน

คนรัก เคยรัก ยังรัก (ดาว)
ปราย พันแสง

Page 4 of 4«1234
 

You need to log in to vote

The blog owner requires users to be logged in to be able to vote for this post.

Alternatively, if you do not have an account yet you can create one here.

Powered by Vote It Up