0
Like

มุมมองความรัก

ขอบคุณ Fwd Mail ดีๆ ที่เพื่อนๆ ส่งมาให้อ่านเสมอๆ รูปภาพนี้ที่เห็นลายน้ำ จะมาจากเว็บไซต์ yenta4.com

image001

image002

image003

image004

image005

image006

image007

image008

image009

image010

image011

image012

0
Like

นัยอันล้ำลึกของคำว่า..ขอบคุณ..

ATT956827

ได้รับ Fwd เมล์มา เป็นประโยคดีๆ ของท่านว.วชิรเมธี มีภาพประกอบประโยคด้วย เรียกว่าสวยงามทั้งภาพและคำพูด เลยถือโอกาสขอนำมาขึ้นที่บล็อก เพื่อจะให้ใครอีกหลายๆ คนที่อาจจะไม่มีโอกาสได้รับ Fwd เมล์ดีๆ แบบนี้ ได้อ่านกัน จะได้นำไปเป็นกำลังใจและแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตต่อไป ^ ^

ATT956828

ขอบคุณ..“ความไม่มี”..ที่ทำให้รู้วิธีลุกขึ้นสู้

ATT956829

ขอบคุณ..“ความยากจน”..ที่ทำให้เป็นคนมุมานะ

ATT956830

ขอบคุณ..“ความล้มเหลว”..ที่ทำให้เกิดความเชี่ยวชาญ

ATT956831

ขอบคุณ..“ความผิดพลาด”..ที่ทำให้ฉลาดยิ่งกว่าเดิม

ATT956832

ขอบคุณ..“ความริษยา”..ที่ทำให้กล้าสร้างสรรค์สิ่งใหม่

ATT956833

ขอบคุณ..“คำวิพากษ์วิจารณ์”..ที่ทำให้ผลิบานอย่างไร้ตำหนิ

ATT956834

ขอบคุณ..“ความไม่รู้”..ที่ทำให้รู้จักกับครูชื่อว่าประสบการณ์

ATT956835

ขอบคุณ..“ความผิดหวัง”..ที่ทำให้ตั้งสติเพื่อลุกขึ้นมาใหม่

ATT956836

ขอบคุณ..“ศัตรูที่แกร่งกล้า”..ที่ทำให้เรารู้ว่ายังไม่ใ่ช่มืออาชีพ

ATT956837

ขอบคุณ..“มหกรรมคอรัปชั่น”..ที่ทำให้เราอยากสร้างสรรค์การเืมืองใหม่

ATT956838

ขอบคุณ..“ความป่วยไข้”..ที่ทำให้เราตั้งใจดูแลสุขภาพ

ATT956839

ขอบคุณ..“ความทุกข์”..ที่ทำให้รู้ว่า ความสุข มีค่าแค่ไหน

ATT956840

ขอบคุณ..“ความพลัดพราก”..ที่ทำให้เราสละจากความยึดมั่นถือมั่น

ATT956841

ขอบคุณ..“เพลิงกิเสส”..ที่ทำให้เรามีเหตุอยากถึงพระนิพพาน

ATT956842

ขอบคุณ..“ความตาย”..ที่ทำให้ฉากสุดท้ายของชีวิตสมบูรณ์แบบ

0
Like

เพื่อนไม่เคยทิ้งกัน

“เพื่อน ไม่เคยไม่เคยทิ้งกัน ไม่ว่าความฝันนั้นจะไกลสักเท่าไร จะหกล้มซมซานเมื่อใด เพื่อนจะปลอบใจ ไม่มีคนที่จะรู้ใจ ไม่มีใครรักและตามใจเหมือนเพื่อนเก่า จะทำไงตามใจแต่เรา เพื่อนเรารักจริง”

อยากบอกว่า รักนะ รักมาก จะรอวันที่กลับมาคุยกันเหมือนเดิม เจอกันเหมือนเดิม ไม่ว่าเพื่อนจะโกรธแค่ไหน จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจที่จะไม่คุยก็ตาม อยากบอกว่าไม่เป็นไร ยังไงก็ยังรักอยู่เหมือนเดิม เพราะแกรคือเพื่อนชั้น รักแกรนะ้ส้ม

A Friend is YOU and I want you to know!!!!

เพลง : เพื่อนไม่เคยทิ้งกัน

ศิลปิน : Clash

เราเคยเกลียดกัน  เมื่อตอนเราเป็นนักเรียน   และยังเคยมีเรื่องกันไว้
เราเคยโกรธกัน  เมื่อเจอกันในชั้นเรียน  ไม่เคยยอมฟังผู้ใด
ไม่เคยยอมให้กัน  ชอบทะเลาะ มีเรื่องกันทุกที
จะเป็นไงก็ช่างมัน แต่จะให้ยอมแพ้เป็นไม่มี

พอเราเติบโต  กลับเปลี่ยนแปลงความคิดเดิม  และเราลืมที่ทำกันไว้
ทำความเข้าใจ  ไม่ให้ใครมาซ้ำเติม  จูงมือพากันก้าวไป
หนัใจเราช่วยกัน  หากปัญหามีอยู่เราไม่กลัว
หากว่าเราจะช่วยกัน  ไม่มีวันความหวังจะมืดมัว

* เพื่อนไม่เคย ไม่เคยทิ้งกัน  ไม่ว่าความฝัน นั้นจะไกลสักเท่าไร
ถ้าหกล้มซมซานเมื่อใด  เพื่อนจะปลอบใจ  ไม่มีคนที่จะรู้ใจ
ไม่มีใครรักและตามใจเหมือนเพื่อนเก่า
จะทำไงตามใจแต่เรา…เพื่อนเรารักจริง

จะมีกี่คน  ที่จะเคยมีเพื่อนดี  และให้เราทำตามความฝัน
จะมีกี่คน  ที่เต็มใจจะร่วมทาง  และเข้าใจในความสำคัญ
ยิ่งทียิ่งผูกพัน  เพื่อนเท่านั้นจะอยู่กันเรื่อยไป
เพื่อนเป็นไงก็เป็นกัน กอดคอกันเอาไว้จนวันตาย

( * )จะทำไงตามใจแต่เรา…เพื่อนเราเข้าใจ

0
Like

Living the law of Attraction

มีโอกาสได้อ่านหนังสือวิธีใช้กฎดึงดูด แล้วรู้สึกชอบและเชื่อกับกฎนี้ มีประโยคดีๆ อยู่หลายประโยคที่อยากเอามาแบ่งปัน แล้วก็ัยังมีวิธีการใช้กฎดึงดูดที่แยกออกมาเป็นข้อๆ ด้วย จริงๆ แล้วคงทำไม่ได้ทุกข้อหรอก แค่เลือกไปใช้บ้างก็น่าจะดี อิอิ

- ใช้การพูดย้ำของคุณทุกๆ วัน
- จดบันทึกการขอบคุณของคุณทุกๆ วัน
- ใช้สมุดวิสัยทัศน์ของคุณทุกๆ วัน
- ใช้เวลาแต่ละวันในการสวดมนต์หรือทำสมาธิ
- ซื่อตรงต่อจุดมุ่งหมายของคุณ
- เชื่อในความฝันของคุณ
- เพ่งจิตใจไปที่ความเป็นบวก
- อยู่ในสภาวจิตของความรู้สึกสำนึกคุณโดยตลอด
- จินตนาการสร้างภาพชีวิตที่คุณปรารถนา
- เสน่หากับชีวิตของคุณ
- มีจิตใจที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
- จงกลายเป็นความสุข
- ทำสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกดี
- หาสิ่งดีในทุกสถานการณ์ให้พบ
- ฟังเสียงภายในของคุณ
- ตอบสนองต่อผลตอบกลับทั้งภายในและำภายนอก
- ทำตามความคิดที่ดลใจของคุณ
- เ็ต็มใจที่จะรับความเสี่ยง
- ก้าวไปข้างหน้าด้วยความเชื่อมั่น
- ตระหนักรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่คุณเห็นและรู้สึก
- นึกถึงกฎแห่งแรงดึงดูดได้
- มีความไว้วางใจ
- ปลดปล่อยสิ่งที่ต้องการให้กับเบื้องบน ต้นกำเนิด จักรวาล

นี่คือกุญแจที่จะปลดล็อกกฎแห่งการดึงดูด
นี่คือกุญแจสู่อนาคต

ทุกสิ่งทึกอย่างที่เราเป็น คือ ผลลัพธ์ของสิ่งที่เราคิด พระพุทธเจ้า

คนที่ส่งความคิดบวกออกไปจะกระตุ้นโลกรอบๆ ตัวเขาในทางบวกและดึงผลลัพธ์ทางบวกกลับมาให้ตัวเอง – Dr. norman

ในการทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ใหสำเร็จ ไม่เพียงแค่ต้องกระทำ แต่ต้องฝันด้วย ไม่เพียงแค่ต้องวางแผน แต่ต้องเชื่อด้วย – อนาโทล ฟรานซ์

ความคิดคือดอกไม้ที่กำลังเบ่งบาน คำพูดคือการแตกหน่อ การกระทำคือผลไม้ที่อยู่เบื้องหลังกระบวนการนี้ – ราล์ฟ วัยโต อรเมอร์สัน

การผจญภัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่คุณสามารถมีได้ คือ การใช้ชีวิตอย่างที่ฝัน -โอปราห์ วินฟรีย์

หนังสือ วิธีใช้กฎดึงดูด Jack Canfield’s Key

0
Like

ปราการแสงดาว : อาพัชรินทร์

วันนี้อยู่ๆ ก็รู้สึกอยากอ่านนิยายขึ้นมา หลังจากที่ห่างหายการอ่านนิยายไปได้พักใหญ่ๆ ด้วยความที่เดี๋ยวนี้ติดอินเทอร์เน็ท ติดอยู่กับโลกออนไลน์มากขึ้น ก็เลยไม่ค่อยได้อ่านหนังสือเท่าไหร่ พอจะอ่านหนังสือสักเล่ม ก็ต้องเป็นหนังสือที่เกี่ยวข้องกับงาน หรือมีสาระหน่อย วันนี้ก็เลยรู้สึกว่าอยากอ่านอะไรที่ตัวเองชอบ เป็นตัวเอง แล้วก็ขอแบบไม่มีสาระ ไม่เอาประเทืองปัญญา แต่ขอประเทืองอารมณ์ ความรู้สึกแทน ก็เลยไปเดินร้านหนังสือ แล้วก็ได้นิยายเรื่อง “ปราการแสงดาว” ของอาพัชรินทร์ มา

ไปเดินร้านหนังสือแล้วสังเกตุว่าปัจจุบันมีนิยายใหม่ๆ นักเขียนหน้าใหม่ๆ ออกมาเยอะมากๆ แต่กว่าจะตัดสินใจซื้อได้สักเล่มนี่ต้องดูแล้วดูอีกนะ เพราะโดยส่วนตัวคิดว่านักเขียนนิยายหน้าใหม่ๆ เนี่ยไม่เหมือนนักเขียนหน้าเก่าๆ เลย พูดง่ายๆ ก็คือคุณภาพของเนื้อหานิยายนั้นสู้นักเขียนรุ่นเก่าๆ ไม่ค่อยได้จริงๆ ไม่ว่าจะด้วยสำนวน การผูกเรื่อง และที่สำคัญคือแก่น และสาระในเนื้อหาที่บางครั้งอ่านแล้วแทบจะไม่มีสาระอะไรเลยจริงๆ เมื่อเทียบกับนักเขียนรุ่นเก่าๆ นะคะ อันนี้ก็เป็นแค่ควาิมคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น ;p

แต่เรื่องปราการแสงดาวที่ซื้อมานี้ อ่านแล้วรู้สึกว่าไม่เสียดาย ไม่เสียใจที่ซื้อมานะ เพราะชอบด้วยเนื้อเรื่อง เนื้อหา และก็ประโยคหลายๆ ประโยคที่ให้ความหมายดีมาก บางประโยคเขียนออกมาค่อนข้างตรง ได้ใจความ และเป็นความจริง ความรู้สึกจริงที่บางครั้ง บางทีเราเองก็อาจจะลืมนึกไปเหมือนกัน

ส่วนประโยคที่ชอบก็จะขอยกมาให้อ่านกันดังนี้ค่ะ

“บางความรักสั้นเหมือนบทกวี สั้นแค่ไม่กี่บรรทัดก็จบ สั้นแค่ไม่กี่บรรทัดก็พอแล้ว ถ้ายิ่งยื้อจะยิ่งไม่งดงาม”

“Destiny decides who you meet in life but only your heart that can decide who gets to stay in your life”

“สิ่งที่ทำให้เราตายจากกัน ไม่ใช่การหยุดหายใจหรอก แต่คือหัวใจที่ไม่เหลือความผูกพันและความทรงจำใดระหว่างกันนั่นต่างหากที่ทำให้คนเราตายจากกัน”

“ถ้าฉันมีตุ๊กตาที่ฉันชอบมากแต่มันมีเจ้าของแล้ว ถึงแม้มันจะเป็นตุ๊กตาในฝัน..อย่างที่ฝันถึงมานาน และเจ้าของเองก็เล่นจนเบื่อ วางทิ้งๆ ขว้างๆ ให้ฝุ่นเกาะจนเกรอะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะมีสิทธิ์จับต้องมัน ก็เจ้าของจะกลับมาเล่นอีกเมื่อไหร่ก็ไม่รู่ ถ้าฉันจับมันมาก็คงไม่ต่างจากหัวขโมยคนหนึ่ง”

“รักเขาก็ไม่ได้ เลิกรักเขาก็ไม่ได้ เกลียดไปเลยใ้ห้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยดีไหม”

“ปราการแสงดาว” เป็นเรื่องราวของผู้หญิงคนนึงที่มีความรักให้กับผู้ชายคนหนึ่งที่เจ้าชู้ และที่สำคัญเขามีเจ้าของแล้ว และก็ด้วยทั้งๆ ที่รู้และมีคนเตือนหลายคนแล้ว แต่เจ้าตัวนางเองกลับไม่สามารถเลิกรักได้ เพราะอะไร? จนมาเจอกับพระเอกที่เป็นเจ้าของร้านขายต้นไม้ที่ค่อยๆ ซึมซับ ผูกพันกันมากขึ้น จากความห่วงใย ความหวังดี ความปรารถนาดี ค่อยๆ เปลี่ยนไป เท่านั้นเอง หากฟังแค่แก่นเรื่อง ก็คงคิดว่ามันก็แค่นั้นเองนะ ไม่เห็นมีอะไรเลย ซึ่งก็ยอมรับว่าไม่มีอะไรจริงๆ แต่สิ่งที่ชอบก็อย่างที่บอกไว้ก็คือ คนเขียนค่อนข้างจับเอาความรู้สึกจริงๆ เขียนออกมาบอกออกมา แล้วทำให้เข้าใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ง่าย เรื่องบางเรื่องก็ง่ายมากถ้าคิดได้นะ หากใครสนใจก็ลองไปหาซื้อมาอ่านกันได้นะคะ ^ ^

0
Like

The Luckiest Man in the World

เมื่อกี้เพิ่งได้มีโอกาสอ่านหนังสือ The Luckiest Man in the World ของคุณบัณฑิต อึ้งรังษี อ่านจบแล้วชอบประโยคในหนังสือนี้อยู่หลายประโยคเหมือนกัน คุณบัณฑิต ทำให้ีรู้สึกว่า ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่เรา

การที่เราจะประสบความสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับเรา ถึงแม้ในกฎ 30 ข้อในหนังสือนั้นจะบอกว่าคนรอบข้างมีอิทธิพลที่จะช่วยให้เราประสบความสำเ้ร็จก็เถอะ แ่ต่อย่าลืมว่าการที่คนรอบข้างจะช่วยหรือผลักดันเราได้นั้น มันก็ต้องขึ้นอยู่กับการกระทำของเราที่มีต่อคนเหล่านั้น แล้วก็การกระทำของเราที่จะแสดงให้เขาเห็น การกระทำเหล่านี้ก็อาจจะหมายความความขยัน ความเพียรพยายาม

ประโยคที่อ่านแล้วชอบมากในหนังสือเล่มนี้คือ As a man thinks, he is. เขาจะเป็นอย่างที่เขาคิด คนเราจะเป็นอย่างไร มันขึ้นอยู่ทีความคิด น่าจะสอดคล้องกับเรื่องของกฎแห่งแรงดึงดูดได้

อย่างโดยปรกติแล้ว ตัวเองเวลาที่จะทำอะไร มักจะคิดเสมอว่าเราทำได้ เราสามารถทำได้ ถึงเราไม่เก่ง แต่เราเชื่อตัวเราเองว่าเราทำได้ เราก็จะสามารถทำได้ ถึงแม้จะเจอปัญหา เราก็จะรู้สึกว่าเราต้องพยายามหาทางออกให้กับมันจนได้ั อันนี้ถืือว่าเป็นผลพลอยได้จากคุณแม่ คุณแม่จะสอนเสมอตั้งแต่เด็ก ให้คิดเสมอว่าเราทำได้ เราทำได้ แล้วจะทำมันจนได้เอง ^ ^

อีกประโยคนึงที่ชอบมากเหมือนกันก็คือ ความโชคดี คือ วิธีการอธิบายความสำเร็จของผู้อื่น (ที่เราไม่ชอบ) ฌอง คอคโต ก่อนที่จะอ่านเจอประโยคนี้ในหน้าเกือบท้่ายของเล่มแล้ว ตอนหน้าแรกๆ ของหนังสือได้กล่าวไว้แ้ล้วว่า คนเรามักจะมองว่าคนที่ประสบความสำเร็จได้นั้นเขาโชคดี ส่วนการที่เราไม่ประสบความสำเร็จนั้นเราไม่โชคดีเท่าเค้า หรือโชคไม่ดีนั่นเอง

แต่จริงๆ แล้วมองว่ามันเป็นเหมือนการปลอบใจตัวเองให้ไม่คิดอะไรมาก แล้วก็เลยกลายเป็นว่า ช่างมันเถอะ เราไม่โชคดีเหมือนเค้าแล้วก็ปล่อยผ่านเลยไป ไม่ได้พยายามอะไรต่อ เลยกลายเป็นความโชคดี โชคไม่ดี พออ่านแล้วก็ อืม ก็ถูกของเขาเหมือนกัน อ่านจบแล้วรู้สึกว่าชอบสองประโยคนี้มาก เลยเอามาแบ่งปันให้อ่านกันค่ะ จริงๆ แ้ล้วการอธิบายของคำเหล่านี้มันก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วย ว่ามองมันว่าอย่างไร เพราะคนแต่ละคนก็มีที่มาที่ไป มีประสบการณ์ที่ต่างกัน การตีความหมาย หรือการนำเอาไปประยุกต์ใช้ก็อาจจะต่างกัน แต่ยังไงก็ขอให้นำไปประยุกต์ในทางที่ดีก็พอแล้วหล่ะค่ะ ^ ^

0
Like

Don’t be like a dog

วันนี้อ่านเจอประโยคดีๆ มาหลายประโยคมากๆ เลยอยากเอามาแบ่งปันให้อ่านกัน เริ่มที่ประโยคแรก เป็นประโยคที่อ่านแ้ล้วสะดุดและชอบใจมากๆ

Don’t be like a dog! ความหมายในที่นี้หมายถึงว่า อย่าเฝ้ารอผู้ชายกลับคืนมา เหมือนหมาเฝ้ารอเจ้าของกลับบ้าน จริงๆ แล้วมองดีๆ มันก็มีทั้งด้านบวกด้านลบนะ อย่างโดยทั่วไป ก็จะบอกว่าสุนัขมันซื่อสัตย์ แต่ในมุมมองอีกมุมมองนึงของความซื่อสัตย์ มันก็ตีความออกมาเป็นแบบนี้ได้เหมือนกัน ทั้งหมดมันก็ขึ้นอยู่มุมมอง และเรื่องราวประสบการณ์ที่แต่ละคนผ่านมันมา ^ ^

“อย่าไปให้ความสำคัญกับใครบางคน เมื่อคุณเป็นแค่ทางเลือกของเขา สัมพันธภาพจะดีที่สุดเมื่อทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกันอย่างสมดุล”

“ไม่ต้องสาธยายเกี่ยวกับตัวคุณให้ใครฟังหรอก เพราะคนที่ชอบคุณ ยังไงเขาก็ชอบ แต่คนที่เกลียดคุณ ยังไงเขาก็ไม่เชื่อคุณหรอก”

“เรามักทำให้คนที่ใส่ใจเราต้องร้องไห้…แต่เรามักร้องไห้ให้กับคนที่ไม่เคยใส่ใจเรา”

” เวลาก็เหมือนสายน้ำ คุณไม่มีทางสัมผัสน้ำเดียวกันได้สองครั้งหรอก เพราะมันไหลผ่านไปแล้วมีความสุขกับทุกช่วงชีวิตของเราดีกว่า”

0
Like

Ich Vermisse Dich

นั่งๆ อยู่แล้วนึกถึงประโยคนี้ขึ้นมา Ich Vermisse Dich เป็นประโยคภาษาเยอรมัน แปลว่า ฉันคิดถึงเธอ แล้วก็เลยไปเสิร์ชที่ Google เพื่อหาประโยคเพราะๆ เพิ่มเติม ก็เลยไปเจอประโยคนี้มา อ่านแล้วชอบๆ

“Jeden Tag fühle ich mich näher zu dir hingezogen, aber ich vermisse dich auch umso mehr…” แปลออกมาได้ประมาณว่า ถึงแม้ฉันและเธอจะอยู่ใกล้กันทุกวัน แต่ฉันก็ยังคิดถึงเธอมากอยู่ดี ดูประโยคหวานๆ ของคนเยอรมันซิ ถึงจะหวานยังไงก็ยังแฝงความแข็งๆ อย่างคนเยอรมันไว้อยู่ดี อิอิ

ลองดูอีกประโยคดีกว่า ประโยคนี้อ่านแล้ว รู้สึกว่า โหไม่น่าเื่ชื่อว่าคนเยอรมันจะแอบหวานได้ขนาดนี้ “Jeden Tag, jede Stunde, denke ich nur an dich! Ich vermisse dich jede Sekunde, ich liebe dich!” แปลออกมาก็จะประมาณว่า “สิ่งที่ฉันส่งไปให้เธอในทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาที ก็คือความคิดถึง ฉันคิดถึงเธอ ฉันรักเธอนะ” หู้ยยย อ่านแล้วแอบอมยิ้ม ไม่น่าเชื่อว่าเวลาคนเยอรมันเค้าหวานกันนี่ก็หวานได้ขนาดนี้นะ

ถ้าใครอยากอ่านประโยคดีๆ ที่เกี่ยวกับความรัก การขอบคุณ ที่เป็นภาษาเยอรมันเพิ่มเิติมก็ลองเข้าไปอ่านที่เว็บนี้ดูได้นะคะ  http://liebes-sms-sprueche.beepworld.de/ich_vermisse_dich.htm

0
Like

Ralationship

In any Relationship, the essence of truth is not in it’s bind, but in it’s bond

0
Like

about love

รักแรกน่ะ..มันทำให้ภาพฝันของเราพังทลาย..แต่รักแท้..มันทำให้ภาพฝันของเรากลายเป็นจริงขึ้นมา….

 

You need to log in to vote

The blog owner requires users to be logged in to be able to vote for this post.

Alternatively, if you do not have an account yet you can create one here.

Powered by Vote It Up