<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>❀ Maeyingzine ❀ &#187; Travel</title>
	<atom:link href="http://www.maeyingzine.com/category/travel/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.maeyingzine.com</link>
	<description>Coffee lover , HAPPY, SWEET, PASSION, PEACEFUL, LOVELove, Sweet</description>
	<lastBuildDate>Fri, 06 Jan 2012 07:49:15 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>ณ เชียงราย (วันสุดท้าย)</title>
		<link>http://www.maeyingzine.com/2011/10/04/chiang-rai-trip-day-iii/</link>
		<comments>http://www.maeyingzine.com/2011/10/04/chiang-rai-trip-day-iii/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 04 Oct 2011 14:05:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Maeyingzine</dc:creator>
				<category><![CDATA[Diary]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[coffee]]></category>
		<category><![CDATA[coffee shop]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ถนนคนม่วน]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านกาแฟดอยช้าง]]></category>
		<category><![CDATA[วัดร่องขุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงราย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.maeyingzine.com/?p=1708</guid>
		<description><![CDATA[วันที่ 3 เที่ยววันสุดท้ายที่เชียงราย วันนี้ชิลแบบสุดๆ เพราะไม่มีแผนอะไรเลย อิอิ เริ่มตอนเช้าด้วยการว่ายน้ำที่โรงแรม ทานอาหารเช้าพักผ่อนนั่งอ่านหนังสือนิดๆ หน่อยๆ ทุกครั้งที่ไปเที่ยวต่างจังหวัดมักจะต้องเอาหนังสือของ ปราย พันแสงติดตัวไปเสมอ เปลี่ยนเล่มไปเรื่อยๆ คราวนี้เอาเรื่องรักใครไปอ่าน เจอประโยคนึงที่ ศุ บุญเลี้ยงเขียนไว้ให้  “ทุกวันนี้เรามีคนโดดเด่นอยู่มากมาย แต่แห้งแล้งความรู้สึกและขาดแคลนความจริงใจ” อ่านไปได้นิดๆ หน่อยก็ check out ออก ร้านกาแฟดอยช้าง แล้วไปนั่งร้านกาแฟที่ร้านดอยช้าง แป๊บนึง อ่านหนังสือต่อ กินกาแฟอีกนิด สั่งกาแฟดอยช้างมาชิม แปลกใจที่มาเที่ยวรอบนี้ไม่มีกาแฟถูกใจเลยสักร้าน 555 นั่งสักพักเราก็ไปหาข้าวกินกันแล้วก็ไปซื้อของฝากที่ร้านสุจินต์ ไส้อั่วกับน้ำพริกอร่อยค่ะ วัดร่องขุ่่น เสร็จแล้วก็ไปเที่ยววัดร่องขุ่นต่อค่ะ มาถึงเชียงรายไม่ไปไม่ได้ค่ะ วัดร่องขุ่นสวยมากมีความอ่อนช้อยกว่าจะทำออกมาได้ขนาดนี้นับถือมากๆ ค่ะ ต้องใช้เวลา ความประณีตมากๆ จริงๆ และด้วยความที่ใส่กางเกงขาสั้นไปเลยต้องนุ่งผ้ายาวเพื่อความเรียบร้อย คราวนี้เลยได้กลายร่างเป็นแม่หญิงจริงๆ ไปเลยค่ะ 555 เดินชมวัดแล้วเข้าไปชมงานเขียนของอ.เฉลิมชัย แล้วแบบว่าขนลุกมากๆ ขนลุกจริงๆ งานเขียนทุกงานมีความสวยงาม ที่สำคัญมีมิติ รู้สึกว่า อ.เป็นคนที่ใช้สีน้ำเงินและสีฟ้าได้สวยมากนะ เดินดูไปขนลุกไป สุดยอดจริงๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันที่ 3 เที่ยววันสุดท้ายที่เชียงราย วันนี้ชิลแบบสุดๆ เพราะไม่มีแผนอะไรเลย อิอิ เริ่มตอนเช้าด้วยการว่ายน้ำที่โรงแรม ทานอาหารเช้าพักผ่อนนั่งอ่านหนังสือนิดๆ หน่อยๆ ทุกครั้งที่ไปเที่ยวต่างจังหวัดมักจะต้องเอาหนังสือของ ปราย พันแสงติดตัวไปเสมอ เปลี่ยนเล่มไปเรื่อยๆ คราวนี้เอาเรื่องรักใครไปอ่าน เจอประโยคนึงที่ ศุ บุญเลี้ยงเขียนไว้ให้  “ทุกวันนี้เรามีคนโดดเด่นอยู่มากมาย แต่แห้งแล้งความรู้สึกและขาดแคลนความจริงใจ” อ่านไปได้นิดๆ หน่อยก็ check out ออก</p>
<p><strong><span style="color: #c519d0;">ร้านกาแฟดอยช้าง</span></strong></p>
<p><strong><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/10/Doi-chang-coffee-shop.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1709" title="Doi chang coffee shop" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/10/Doi-chang-coffee-shop-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></strong></p>
<p>แล้วไปนั่งร้านกาแฟที่ร้านดอยช้าง แป๊บนึง อ่านหนังสือต่อ กินกาแฟอีกนิด สั่งกาแฟดอยช้างมาชิม แปลกใจที่มาเที่ยวรอบนี้ไม่มีกาแฟถูกใจเลยสักร้าน 555 นั่งสักพักเราก็ไปหาข้าวกินกันแล้วก็ไปซื้อของฝากที่ร้านสุจินต์ ไส้อั่วกับน้ำพริกอร่อยค่ะ</p>
<p><strong><span style="color: #c519d0;">วัดร่องขุ่่น </span></strong></p>
<p><a style="font-weight: bold;" href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/10/wat-rong-khun-chiang-rai.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1710" title="wat rong khun chiang rai" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/10/wat-rong-khun-chiang-rai-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>เสร็จแล้วก็ไปเที่ยววัดร่องขุ่นต่อค่ะ มาถึงเชียงรายไม่ไปไม่ได้ค่ะ วัดร่องขุ่นสวยมากมีความอ่อนช้อยกว่าจะทำออกมาได้ขนาดนี้นับถือมากๆ ค่ะ ต้องใช้เวลา ความประณีตมากๆ จริงๆ และด้วยความที่ใส่กางเกงขาสั้นไปเลยต้องนุ่งผ้ายาวเพื่อความเรียบร้อย คราวนี้เลยได้กลายร่างเป็นแม่หญิงจริงๆ ไปเลยค่ะ 555 เดินชมวัดแล้วเข้าไปชมงานเขียนของอ.เฉลิมชัย แล้วแบบว่าขนลุกมากๆ ขนลุกจริงๆ งานเขียนทุกงานมีความสวยงาม ที่สำคัญมีมิติ รู้สึกว่า อ.เป็นคนที่ใช้สีน้ำเงินและสีฟ้าได้สวยมากนะ เดินดูไปขนลุกไป สุดยอดจริงๆ ค่ะ ไว้คราวหน้าจะถ่ายรูปโปสการ์ดรูปที่ซื้อมาให้ดูค่ะ เราเห็นว่าที่วัดนี้จะมีตู้เก็บของด้วย แต่เป็นของที่นักท่องเที่ยวลืมวางทิ้งไว้นะ ก็จะเก็บมารวมๆ ไว้ในตู้ดีเหมือนกันนะ ชอบการได้เดินดูงานศิลปะแบบนี้มันทำให้เราหลุดไปอีกโลกนึง ได้สัมผัสกับความคิดความรู้สึกของงานศิลปะ ได้หยุดนิ่ง ได้สัมผัสกับสิ่งที่เราไม่สามารถจับต้องมันได้ ทำให้หัวใจเราหยุดวุ่นวายอยู่นิ่งๆ ได้คิดได้จินตนาการ รู้สึกเต็มและอิ่มกับงานศิลปะจริงๆ <img src='http://www.maeyingzine.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p><strong><span style="color: #c519d0;">ถนนคนม่วน (ถนนคนเดินวันอาทิตย์) </span></strong></p>
<p>เสร็จแล้วเราก็มาเดินเล่นกันที่ถนนคนม่วน เป็นถนนคนเดินวันอาทิตย์อีกสายหนึ่งค่ะ ของขายก็คล้ายๆ กับถนนคนเดินวันเสาร์เลย แต่วันนี้เพลียมากเลยเดินได้ไม่มากเท่าไหร่ นักพักทานโน่นนี่ไปรอคุณหนึ่ง (ผู้มีอุปการคุณ 555)มารับเราไปส่งสนามบินกลับกรุงเทพ ระหว่างทางแอบสงสัยเหมือนกันว่า ทำไมถนนเส้นที่มุ่งหน้าไปสนามบินถึงได้เงียบ และมืดจัง มันควรจะเป็นถนนสายหลักที่สว่างสิเพราะมันเป็นทางไปสนามบิน นักท่องเที่ยวก็เยอะนะ แอบสงสัยนิดนึง อย่างหนึ่งที่ชอบภาคเหนือไม่ว่าจะเป็นเชียงราย หรือ เชียงใหม่ก็ตาม เรารู้สึกว่าคนที่นั่นเค้าใจดี ใจเย็น ยิ้มแย้ม มีน้ำใจให้กับคนอื่นมาก ไม่ขี้เหวี่ยงไม่ขี้หงุดหงิดเหมือนคนในเมืองอ่ะ ชอบมาก</p>
<p>ความรู้สึกหนึ่งที่เกิดขึ้นทุกครั้งหลังจากไปเหนือไม่ว่าจะเชียงรายหรือเชียงใหม่คืออาการคลุ้มคลั่งอยากไปอยู่ที่โน่นทุกครั้ง ไปทำงานไปอยู่มีบ้านอยู่ที่โน่นก็ได้นะ มันชอบอย่างบอกไม่ถูกเลย เป็นความรู้สึกที่ติดค้างมาตลอดและเป็นทุกครั้งที่ได้ไปเหนือ กลับมาจะคลุ้มคลั่งหนักหน่อย บ่นเยอะหน่อยว่าอยากไปอยู่ พอเวลาผ่านไปความรู้สึกนี้ก็ยังอยู่อยู่ดี มันไม่เคยหายไปจากความรู้สึกเลยนะ ไอการอยากไปอยู่เหนือเนี่ย สักวันมั้ย จะมีสักวันมั้ยที่ได้ไปอยู่ เดี๋ยวเดือน 11 จะไปเชียงใหม่อีก สงสัยจะได้คลุ้มคลั่งกับความรู้สึกนี้ตายแน่ๆ 555 จบแล้วจ้าเที่ยว 3 วันแบบไม่แพลนอะไรเท่าไหร่ ชิลกันเหลือเกิน 555</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.maeyingzine.com/2011/10/04/chiang-rai-trip-day-iii/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ณ เชียงราย (ภาคต่อ)</title>
		<link>http://www.maeyingzine.com/2011/10/02/chiang-rai-trip-day-ii/</link>
		<comments>http://www.maeyingzine.com/2011/10/02/chiang-rai-trip-day-ii/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 02 Oct 2011 12:40:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Maeyingzine</dc:creator>
				<category><![CDATA[Diary]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[coffee]]></category>
		<category><![CDATA[coffee shop]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ถนนคนเดินเชียงราย]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านดำ]]></category>
		<category><![CDATA[พระตำหนักดอยตุง]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงราย]]></category>
		<category><![CDATA[เช่ารถเที่ยวเชียงราย]]></category>
		<category><![CDATA[แม่สาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.maeyingzine.com/?p=1698</guid>
		<description><![CDATA[บ้านดำ วันที่ 2 มาแล้วจ้า วันนี้เราจะช็อปๆๆๆ กันทั้งวันเลย อิอิ วันนี้เราเช่ารถในราคาที่ถูกมากกก รถเก๋ง Hyndai แอร์เย็นเจี๊ยบลุงคนขับใจดีในราคา 1300 พร้อมคนขับรถและน้ำมัน (แต่สุดท้ายก็เพิ่มให้ล่ะเพราะอยู่ดึก) เริ่มเที่ยวที่แรกด้วยบ้านดำของอ.ถวัลย์ ดัชนี ที่เน้นโทนสีดำ และบ่งบอกเตือนสติเราได้มากพอสมควรนะ สักวันหนึ่งเราก็ต้องละสิ่งที่เป็นตัวเราออกไป ไม่เหลืออะไรที่บอกได้ว่า “เป็นของเรา” เพราะไม่เคยมีอะไรที่เป็นของเราอย่างแท้จริง Parabola Coffee Shop ระหว่างทางที่จะไปดอยตุงมีร้านกาแฟร้านนีงที่มีคนแนะนำมาว่าต้องแวะคือร้าน Parabola ตกแต่งร้านน่ารักดีเหมือนกัน แต่ในความรู้สึกเหมือนยังแต่งได้ไม่สุดอ่ะ 555 มันน่าจะเก๋ได้มากกว่านี้ เลยไปลองกาแฟซะหน่อยสั่ง Parabola Ice coffee รสขาติกาแฟก็ไม่ได้น่าเกลียดแต่ก็ไม่ได้ประทับใจ สรุปคือเฉยๆ อ่ะ 555 มันธรรมดามากจริงๆ นะ คล้ายๆ Black Canyon แต่อ่อนกว่า หวานน้อยกว่า สำหรับคนอื่นอาจจะชอบก็ได้นะแต่สำหรับเราเฉยๆ อ่ะ พระตำหนักดอยตุง เสร็จแล้วก็มุ่งหน้าไปเที่ยวที่พระตำหนักดอยตุงต่อ ที่นี่อากาศดีมาก ได้เข้าใจและรู้สึกถึงการมาสูดอากาศบริสุทธิ์อย่างเต็มปอดจริงๆ สำหรับค่าเข้าชมที่พระตำหนักดอยตุงจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #9f05db;"><strong>บ้านดำ </strong></span></p>
<p><span style="color: #9f05db;"><strong><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/10/Black-House.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1700" title="Black House" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/10/Black-House-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></a></strong></span></p>
<p>วันที่ 2 มาแล้วจ้า วันนี้เราจะช็อปๆๆๆ กันทั้งวันเลย อิอิ วันนี้เราเช่ารถในราคาที่ถูกมากกก รถเก๋ง Hyndai แอร์เย็นเจี๊ยบลุงคนขับใจดีในราคา 1300 พร้อมคนขับรถและน้ำมัน (แต่สุดท้ายก็เพิ่มให้ล่ะเพราะอยู่ดึก) เริ่มเที่ยวที่แรกด้วยบ้านดำของอ.ถวัลย์ ดัชนี ที่เน้นโทนสีดำ และบ่งบอกเตือนสติเราได้มากพอสมควรนะ</p>
<blockquote><p><span style="color: #ff99cc;">สักวันหนึ่งเราก็ต้องละสิ่งที่เป็นตัวเราออกไป ไม่เหลืออะไรที่บอกได้ว่า “เป็นของเรา” เพราะไม่เคยมีอะไรที่เป็นของเราอย่างแท้จริง</span></p></blockquote>
<p><span style="color: #9f05db;"><strong>Parabola Coffee Shop</strong> </span></p>
<p><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/10/parabola.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1701" title="parabola" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/10/parabola-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>ระหว่างทางที่จะไปดอยตุงมีร้านกาแฟร้านนีงที่มีคนแนะนำมาว่าต้องแวะคือร้าน Parabola ตกแต่งร้านน่ารักดีเหมือนกัน แต่ในความรู้สึกเหมือนยังแต่งได้ไม่สุดอ่ะ 555 มันน่าจะเก๋ได้มากกว่านี้ เลยไปลองกาแฟซะหน่อยสั่ง Parabola Ice coffee รสขาติกาแฟก็ไม่ได้น่าเกลียดแต่ก็ไม่ได้ประทับใจ สรุปคือเฉยๆ อ่ะ 555 มันธรรมดามากจริงๆ นะ คล้ายๆ Black Canyon แต่อ่อนกว่า หวานน้อยกว่า สำหรับคนอื่นอาจจะชอบก็ได้นะแต่สำหรับเราเฉยๆ อ่ะ</p>
<p><strong><span style="color: #9f05db;">พระตำหนักดอยตุง </span></strong></p>
<p><strong><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/10/Doi-Tung.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1702" title="Doi Tung" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/10/Doi-Tung-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></strong></p>
<p>เสร็จแล้วก็มุ่งหน้าไปเที่ยวที่พระตำหนักดอยตุงต่อ ที่นี่อากาศดีมาก ได้เข้าใจและรู้สึกถึงการมาสูดอากาศบริสุทธิ์อย่างเต็มปอดจริงๆ สำหรับค่าเข้าชมที่พระตำหนักดอยตุงจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนของสวน ส่วนของพระตำหนัก อีกส่วน(จำไม่ได้ แหะๆ) แต่ด้วยความที่เดี๋ยวเรากลัวจะมีเวลาไปเดินแม่สายไม่พอเลยเลือกเข้าที่สวนดอกไม้อย่างเดียว แค่สวนดอกไม้ก็เดินถ่ายรูปๆ นานแล้วล่ะ เดินๆ ไปก็คิดว่าอืม ถ้ามาหน้าหนาวบรรยากาศคงดีมากๆ นี่ขนาดมาหน้าฝนยังดีเลย เดินถ่ายรูปไปมาแล้วก็แวะไปนั่งกินมาม่ากับเครื่องดื่มที่ร้านดอยตุง คราวนี้คงสั่งกาแฟไม่ไหวล่ะ ตั้งแต่เช้าถึงเที่ยงจัดกาแฟไปแล้ว 2 เลยขอผ่าน สั่งชาไทยนมมาลองกินดู ไม่ค่อยประทับใจอีกเหมือนกัน เพราะมันหวานมากๆ เกินไป แต่บรรยากาศดี และพนักงานก็บริการได้อย่างน่ารัก เสร็จแล้วมุ่งหน้าไปแม่สายกันต่อนะคะ</p>
<p><strong><span style="color: #9f05db;">แม่สาย</span></strong></p>
<p><strong><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_1443.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1703" title="IMG_1443" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/10/IMG_1443-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></strong></p>
<p>มาถึงแม่สายก็ต้องข้ามไปฝั่งพม่า ก่อนข้ามไปต้องไปทำหนังสือขอผ่านราคา 30 บาท เสร็จแล้วก็เอาไปยื่นขอผ่านทางไปพม่า เสียให้พม่าอีก 10 บาท ลุงคนขับบอกว่าถ้าเป็นคนไทยให้ไปขอหนังสือชั่วคราวแบบนี้ดีกว่าเพราะมันจะถูกกว่า แต่ถ้าใช้เป็น Passport จะเสียค่าผ่านทางในราคาต่างชาติก็เป็นร้อยอ่ะค่า น่าเสียดายอยู่อย่างนึงพอไปถึงแล้วฝนดันตก ถ้าไม่ตกคงเดินได้สนุกกว่านี้ ข้ามฝั่งไปแล้วไม่ชอบที่คนพม่ามาขายของยื่นนั่นนี่ให้ ชวนนั่งรถแบบตามตัว ติดตัว ไม่ชอบเลย ผู้หญิงก็ระวังกันหน่อยนะคะ ถ้าใครจะซื้อของก็อปแบรนด์เนมก็แนะนำว่าให้เดินดูหลายๆ ร้านก่อน เพราะยิ่งเดินเข้าไปไกลราคายิ่งถูกและต่อได้เยอะกว่าร้านหน้าๆ แล้วก็ CD, MP3 ที่นี่ถูกมาก MP3 แผ่นละ 10 บาท หนังก็ถูก CD เพลงก็ถูก ก่อนจะจ่ายเงินก็ลองให้ร้านเค้าลองเล่นแผ่นให้ก่อนก็ได้จะได้รู้ว่าแผ่นเสียหรือเปล่านะคะ</p>
<p><strong><span style="color: #9f05db;">ถนนคนเดินเชียงราย </span></strong></p>
<p><strong><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/10/walking-street-chiang-rai.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1704" title="walking street chiang rai" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/10/walking-street-chiang-rai-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></strong></p>
<p>จบจากการเดินช็อปปิ้งไปเดินข็อปกันต่อที่ถนนคนเดินนะคะ ที่นี่เสื้อผ้าขายเยอะมาก สไตล์ก็เหมือนกรุงเทพเลย ก็แบ่งเหมือนเป็นโซนๆ เลย โซนอาหารก็อาหารยาวไป ของเล่นของฝากก็ยาวไป เสื้อผ้าแฟชั่นก็ยาวไปอะไรทำนองนั้นค่ะ ที่นี่ก็ได้แต่ของฝากกับกินจ้า อาหารแปลกๆ ที่ชอบก็ข้าวแรมฟืนเป็นอาหารของพม่ามีแป้งแบบเส้นกับก้อน เราว่าแบบเส้นอร่อยกว่าน้ำปรุงเครื่องเทศเข้ากว่า จะมีกลิ่นของเครื่องเทศพวกตะไคร้ออกเปรี้ยวเผ็ดนิดๆ แปลกๆ และก็อร่อยดีเหมือนกัน ถ้าใครไปก็ลองชิมดูนะคะ จบแล้วจ้าวันที่ 2</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.maeyingzine.com/2011/10/02/chiang-rai-trip-day-ii/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ณ เชียงราย</title>
		<link>http://www.maeyingzine.com/2011/10/01/chiang-rai-trip-day-i/</link>
		<comments>http://www.maeyingzine.com/2011/10/01/chiang-rai-trip-day-i/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 01 Oct 2011 13:51:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Maeyingzine</dc:creator>
				<category><![CDATA[Diary]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[Chiang Rai]]></category>
		<category><![CDATA[วัดพระสิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[วัดพระแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[หอนาฬิกาเชียงราย]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงราย]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยวไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.maeyingzine.com/?p=1687</guid>
		<description><![CDATA[ไปเที่ยวเชียงรายกันเจ้า ทริปนี้ 3 วัน 2 คืน จ้าไปกันหน้าฝนนี่หล่ะ 55แต่ก็ไม่ได้เจอฝนอะไรมากมายเลยนะ ตอนไปถึงคนที่โน่นบอกว่าก่อนหน้านี้ฝนตกทุกวัน เพิ่งมีวันนี้(ศุกร์)ล่ะที่ฝนไม่ตก เวลาไปต่างจังหวัดแล้วชอบมองท้องฟ้า มองภูเขามากเลย ฟ้าเป็นสีฟ้าใสกว่าในเมืองกรุงเทพมากมาย (เอ๊ะหรือเวลาที่เราอยู่กรุงเทพฯ แล้วไม่ค่อยมีเวลาได้มองท้องฟ้ากันแน่นะ เลยรู้สึกว่าฟ้ากรุงเทพไม่สวยเท่าฟ้าต่างจังหวัด) วันแรกที่ไปถึงเริ่มต้นด้วยการกินก่อนเลยจ้า ไปเที่ยวทีไรมีผู้อุปการคุณพาเที่ยวเสมอ ต้องขอบคุณมากๆ ค่าสำหรับคุณทอมที่พาพี่เปิ้ลและเราไปกินข้าวที่ร้านกุ้งเต้น ขอบอกว่าอาหารร้านนี้อร่อยมากกกกกก และถูกมากก ถูกจนตกใจเลย อาหารจานนึงราคา 29-39 แล้วก็ไม่ใช่น้อยๆ นะ กินอิ่มได้เลยล่ะ มาร้านนี้ต้องลองตำกุ้ง (เหมือนเอากุ้งเต้นมาตำๆ แล้วก็ไปยำล่ะ) ขออภัยเที่ยวนี้ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเลย อ้อเพื่อนเราที่เป็นคนเชียงรายบอกว่า มากินร้านกุ้งเต้นอย่างนี้แสดงว่ามาถึงเชียงรายจริงๆ เป็นร้านอาหารแบบบ้านๆ มากๆแต่อร่อยมากๆ และคนเยอะมากจะเห็นว่ามีคนเข้าร้านมาเรื่อยๆ ตลอดเวลาเลย ที่จอดรถแทบจะไม่มีเลยล่ะ กินเสร็จเราก็แวะกลับโรงแรมก่อน สำหรับคนที่ไม่มีรถเที่ยวลองบอกโรงแรมให้เค้าติดต่อรถสองแถวให้ก็ได้นะ แต่เวลาเค้าเรียกเงินก็ต่อๆ หน่อยล่ะกัน ของเราเรียกจากโรงแรมไปเซ็นทรัลเชียงราย 60 บาท 2 คน ก็โอเคอยู่นะ เซ็นทรัลที่นี่ใหญ่เหมือนกันคล้ายๆ กับเซ็นทรัลลาดพร้าวเลย (ความรู้สึกเรา) มีร้านใหญ่ๆ แบรนด์ดังๆ เยอะเหมือนกัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ไปเที่ยวเชียงรายกันเจ้า ทริปนี้ 3 วัน 2 คืน จ้าไปกันหน้าฝนนี่หล่ะ 55แต่ก็ไม่ได้เจอฝนอะไรมากมายเลยนะ ตอนไปถึงคนที่โน่นบอกว่าก่อนหน้านี้ฝนตกทุกวัน เพิ่งมีวันนี้(ศุกร์)ล่ะที่ฝนไม่ตก เวลาไปต่างจังหวัดแล้วชอบมองท้องฟ้า มองภูเขามากเลย ฟ้าเป็นสีฟ้าใสกว่าในเมืองกรุงเทพมากมาย (เอ๊ะหรือเวลาที่เราอยู่กรุงเทพฯ แล้วไม่ค่อยมีเวลาได้มองท้องฟ้ากันแน่นะ เลยรู้สึกว่าฟ้ากรุงเทพไม่สวยเท่าฟ้าต่างจังหวัด)</p>
<p><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/10/chiangrai.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1688" title="chiangrai" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/10/chiangrai-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>วันแรกที่ไปถึงเริ่มต้นด้วยการกินก่อนเลยจ้า ไปเที่ยวทีไรมีผู้อุปการคุณพาเที่ยวเสมอ ต้องขอบคุณมากๆ ค่าสำหรับคุณทอมที่พาพี่เปิ้ลและเราไปกินข้าวที่ร้านกุ้งเต้น ขอบอกว่าอาหารร้านนี้อร่อยมากกกกกก และถูกมากก ถูกจนตกใจเลย อาหารจานนึงราคา 29-39 แล้วก็ไม่ใช่น้อยๆ นะ กินอิ่มได้เลยล่ะ มาร้านนี้ต้องลองตำกุ้ง (เหมือนเอากุ้งเต้นมาตำๆ แล้วก็ไปยำล่ะ) ขออภัยเที่ยวนี้ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเลย อ้อเพื่อนเราที่เป็นคนเชียงรายบอกว่า มากินร้านกุ้งเต้นอย่างนี้แสดงว่ามาถึงเชียงรายจริงๆ เป็นร้านอาหารแบบบ้านๆ มากๆแต่อร่อยมากๆ และคนเยอะมากจะเห็นว่ามีคนเข้าร้านมาเรื่อยๆ ตลอดเวลาเลย ที่จอดรถแทบจะไม่มีเลยล่ะ กินเสร็จเราก็แวะกลับโรงแรมก่อน สำหรับคนที่ไม่มีรถเที่ยวลองบอกโรงแรมให้เค้าติดต่อรถสองแถวให้ก็ได้นะ แต่เวลาเค้าเรียกเงินก็ต่อๆ หน่อยล่ะกัน ของเราเรียกจากโรงแรมไปเซ็นทรัลเชียงราย 60 บาท 2 คน ก็โอเคอยู่นะ เซ็นทรัลที่นี่ใหญ่เหมือนกันคล้ายๆ กับเซ็นทรัลลาดพร้าวเลย (ความรู้สึกเรา) มีร้านใหญ่ๆ แบรนด์ดังๆ เยอะเหมือนกัน</p>
<p><strong><span style="color: #bb07e3;">วัดพระสิงห์</span></strong></p>
<p><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/10/wat-phasing-chiangrai.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1689" title="wat phasing chiangrai" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/10/wat-phasing-chiangrai-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>เดินแป๊บๆ แล้วก็ไปไหว้พระกันที่วัดพระสิงห์ ตอนที่ไปเย็นแล้วล่ะ ประมาณ 4-5 โมง เงียบดีเหมือนกันนะคนไม่ค่อยพลุกพล่านไหว้พระได้สบาย</p>
<p><span style="color: #ff99cc;"><strong><span style="color: #bb07e3;">วัดพระแก้ว</span></strong></span></p>
<p><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/10/wat-phrakaew-chiangrai.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1690" title="wat phrakaew chiangrai" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/10/wat-phrakaew-chiangrai-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p><span style="color: #000000;">เสร็จแล้วก็เดินจากวัดพระสิงห์ไปวัดพระแก้ว ไม่ไกลมากเดินแบบเรื่อยๆ สบายๆ ก็โอเคอยู่ไม่ต้องไปเรียกรถหรอก วัดพระแก้วที่นี่สวยมากจริงๆ มีพระแก้วให้เข้าไปไหว้ด้วยแล้วก็มีพิพิธภัณฑ์ให้เข้าชมแต่ว่าปิด 5 โมงเย็นตอนไปถึงก็เลยแล้วเลยอดเข้าไปดู ที่วัดพระแก้วสามารถเดินไหว้ได้หลายโบสถ์อยู่เหมือนกัน ค่อยๆ ไหว้ไป</span></p>
<p>จากวัดพระแก้วก็ไปไหว้กันต่อที่วัดดอยงำเมือง เดินขึ้นบันไดมาจะเห็นพระประธานในอุโบสถองค์ใหญ่ จะมองเห็นแค่ตาของพระประธานตรงกับประตูอุโบสถพอดี แหมือนพระท่านกำลังจ้องมองต้อนรับให้เราเข้าวัดเลย สวยมาก แต่ตอนที่ไปเย็นมากแล้วไม่ได้เข้าไปไหว้ในอุโบสถเพราะสวดมนต์ทำวัตรเย็นกันอยู่เลยได้แต่ไหว้อยู่ข้างนอก</p>
<p><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/10/chiang-rai-city.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1691" title="chiang rai city" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/10/chiang-rai-city-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>จากวัดนี้ก็นั่งรอผู้มีอุปการคุณอีกหนึ่งท่านที่จะพาเราไปเที่ยวต่อ คุณหนึ่งมารับพี่เปิ้ลกับเราไปในเมืองไปไหว้เสด็จพ่อร.๕ แล้วก็แวะไปไหว้พ่อขุนเม็งราย ไปดูโคมไฟสวยๆ ที่คุกเก่า (ตอนนี้กลายเป็นสถานที่ราชการแล้วก็จะมีคนมาจัดงานช่วงวันเสาร์ที่เป็นถนนคนเดินเชียงรายล่ะ เสร็จแล้วก็แวะไปรอดูหอฬิกาเชียงรายที่สวยมากแล้วก็จะสลับสีทุกชั่วโมง พร้อมกับเพลงประกอบ แวะไปนั่งรอที่ร้านกาแฟเชียงรายรำลึก เสร็จแล้วก็ไปนั่งกินข้าวต้มกันทีร้านข้าวต้มจ่าฮี หลังจากนั้นก็กลับโรงแรมพักผ่อนเตรียมพร้อมร่างกายสำหรับการช็อปปิ้งในวันพรุ่งนี้จ้า อิอิ</p>
<p><strong><span style="color: #bb07e3;">คลิปหอนิฬกาเชียงรายเปลี่ยนสีพร้อมเพลงประกอบ</span></strong><br />
<iframe width="420" height="315" src="http://www.youtube.com/embed/y9PbHi93XVE" frameborder="0" allowfullscreen></iframe><br />
<strong><span style="color: #ff99cc;"><br />
</span></strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.maeyingzine.com/2011/10/01/chiang-rai-trip-day-i/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แม่หญิงเยือนแดนปลาดิบ Day III (Kobe)</title>
		<link>http://www.maeyingzine.com/2011/02/13/group-m-japan-kobe/</link>
		<comments>http://www.maeyingzine.com/2011/02/13/group-m-japan-kobe/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 13 Feb 2011 14:01:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Maeyingzine</dc:creator>
				<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[japan]]></category>
		<category><![CDATA[shopping]]></category>
		<category><![CDATA[travel]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยวญีปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เกียวโต]]></category>
		<category><![CDATA[โกเบ]]></category>
		<category><![CDATA[โอซาก้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.maeyingzine.com/?p=1374</guid>
		<description><![CDATA[วันสุดท้ายแล้วจ้า จริงๆ แล้วยังไม่วันสุดท้ายหรอกค่ะ แต่เนื่องจากอีกหนึ่งวันจะเป็นวันช้อปปิ้งอย่างเดียวที่ Outlet , Aeon ก็เลยขอไม่เขียนอะไรเลยดีกว่า เอาเป็นว่าเที่ยววันนี้วันสุดท้ายล่ะกันเนอะ โกเบ สำหรับวันนี้เราได้ตื่นสายกว่าเมื่อวาน 1 ชั่วโมง เย้ วันนี้เราจะไปเที่ยวโกเบ เมืองท่าสำคัญทางฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่นกันนะคะ ก่อนไปเที่ยวที่แรกขอเล่าเรื่องเกี่ยวกับกูลิโกะกันก่อนตามที่ติดไว้จากเที่ยวเมื่อวันก่อนนะคะ ทำไมถึงเอาเรื่องกูลิโกะมาเล่าให้ฟังในวันนี้นั่นเป็นเพราะว่า โกเบเป็นเมืองต้นกำเนิกของกูลิโกะนั่นเองค่ะ แล้วเคยมีใครสงสัยมั้ยว่าทำไมโลโก้ของกูลิโกะต้องเป็นผู้ชายในชุดกีฬายกมือทำท่าเหมือนเข้าเส้นชัย มีเรื่องเล่าอีกว่า เริ่มแรกนั้นคนที่ทำกูลิโกะ (จำชื่อไม่ได้จริงๆ) เริ่มผลิตลูกอมที่ให้พลังงานเหมือนกับว่าพอกินลูกอมนี้เข้าไปแล้วจะมีพลังงานมากขนาดที่ว่าสามารถวิ่งแข่งแล้วเข้าเส้นชัยเป็นผู้ชนะอันดับ 1 ได้นั่นเอง แต่ทำไปทำมากลายเป็นขนมพวกกูลิโกะ ป๊อกกี้ไปได้ยังไงก็ไม่รู้เหมือนกันนะคะ แฮ่ๆ สะพานอะคะชิ ไคเคียว Akashi Kaikyo Bridge เอาล่ะไปเที่ยวกันที่สถานที่แรกดีกว่าค่ะ สะพานอะคะชิ ไคเคียว Akashi Kaikyo Bridge ซึ่งเป็นสะพานแขวนที่มีความยาวที่สุดในโลก เพื่อเชื่อมระหว่างเมืองโกเบกับเกาะอาวาจิ สำหรับที่นี่เราได้แต่ยืนถ่ายรูปกันอยู่ข้างล่างเท่านั้น แล้วก็ไม่ได้มีอะไรมากจริงๆ ค่ะ หมู่บ้านฝรั่ง คิตะโนะโจ หลังจากนั้นเราจะไปเที่ยวหมู่บ้านฝรั่งกัน คิตะโนะโจ เป็นย่านพำนักของพ่อค้าต่างชาติ เป็นสถาปัตยกรรมเก่าในแบบของยุโรปและอเมริกันผสมกัน สำหรับที่นี่จากที่จอดรถไปยังหมู่บ้าน เดินค่อนข้างไกลมากเหมือนกัน แต่ก็เหมือนเดิมค่ะ เดินได้สบายๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันสุดท้ายแล้วจ้า จริงๆ แล้วยังไม่วันสุดท้ายหรอกค่ะ แต่เนื่องจากอีกหนึ่งวันจะเป็นวันช้อปปิ้งอย่างเดียวที่ Outlet , Aeon ก็เลยขอไม่เขียนอะไรเลยดีกว่า เอาเป็นว่าเที่ยววันนี้วันสุดท้ายล่ะกันเนอะ</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">โกเบ</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/IMG_3687.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1375" title="Kobe01" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/IMG_3687-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></a></strong></p>
<p>สำหรับวันนี้เราได้ตื่นสายกว่าเมื่อวาน 1 ชั่วโมง เย้ วันนี้เราจะไปเที่ยวโกเบ เมืองท่าสำคัญทางฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่นกันนะคะ ก่อนไปเที่ยวที่แรกขอเล่าเรื่องเกี่ยวกับกูลิโกะกันก่อนตามที่ติดไว้จากเที่ยวเมื่อวันก่อนนะคะ ทำไมถึงเอาเรื่องกูลิโกะมาเล่าให้ฟังในวันนี้นั่นเป็นเพราะว่า โกเบเป็นเมืองต้นกำเนิกของกูลิโกะนั่นเองค่ะ แล้วเคยมีใครสงสัยมั้ยว่าทำไมโลโก้ของกูลิโกะต้องเป็นผู้ชายในชุดกีฬายกมือทำท่าเหมือนเข้าเส้นชัย มีเรื่องเล่าอีกว่า เริ่มแรกนั้นคนที่ทำกูลิโกะ (จำชื่อไม่ได้จริงๆ) เริ่มผลิตลูกอมที่ให้พลังงานเหมือนกับว่าพอกินลูกอมนี้เข้าไปแล้วจะมีพลังงานมากขนาดที่ว่าสามารถวิ่งแข่งแล้วเข้าเส้นชัยเป็นผู้ชนะอันดับ 1 ได้นั่นเอง แต่ทำไปทำมากลายเป็นขนมพวกกูลิโกะ ป๊อกกี้ไปได้ยังไงก็ไม่รู้เหมือนกันนะคะ แฮ่ๆ <img src='http://www.maeyingzine.com/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /> </p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">สะพานอะคะชิ ไคเคียว Akashi Kaikyo Bridge</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/IMG_3751.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1376" title=" Akashi Kaikyo Bridge" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/IMG_3751-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></strong></p>
<p>เอาล่ะไปเที่ยวกันที่สถานที่แรกดีกว่าค่ะ <strong>สะพานอะคะชิ ไคเคียว </strong><strong>Akashi Kaikyo Bridge </strong>ซึ่งเป็นสะพานแขวนที่มีความยาวที่สุดในโลก เพื่อเชื่อมระหว่างเมืองโกเบกับเกาะอาวาจิ สำหรับที่นี่เราได้แต่ยืนถ่ายรูปกันอยู่ข้างล่างเท่านั้น แล้วก็ไม่ได้มีอะไรมากจริงๆ ค่ะ</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">หมู่บ้านฝรั่ง คิตะโนะโจ</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/10.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1377" title="Kitanoji" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/10-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></strong></p>
<p>หลังจากนั้นเราจะไปเที่ยวหมู่บ้านฝรั่งกัน <strong>คิตะโนะโจ </strong>เป็นย่านพำนักของพ่อค้าต่างชาติ เป็นสถาปัตยกรรมเก่าในแบบของยุโรปและอเมริกันผสมกัน สำหรับที่นี่จากที่จอดรถไปยังหมู่บ้าน เดินค่อนข้างไกลมากเหมือนกัน แต่ก็เหมือนเดิมค่ะ เดินได้สบายๆ แวะถ่ายรูปข้างทางไปเรื่อยๆ บ้างร้านไม่ซื้อของแต่ก็ขอแอบถ่ายรูปนิดนึงนะ เอ&#8230;หรือว่าทุกร้านก็ไม่รู้ อิอิ ร้านรวงที่นี่เค้าตกแต่งได้น่ารักมากๆ ค่ะ ระหว่างทางไปหมู่บ้านช่วงสุดท้ายต้องเดินเหมือนขึ้นเขานิดนึง แต่ถนนเส้นนี้ก็เป็นอีกเส้นที่ชอบมากเพราะมีของขายให้ดูตลอดทางเลย อ้อ จะบอกว่าชีสเค้กที่นี่อร่อยค่ะ แอบชิมของคนอื่นมากหนึ่งคำ อิอิ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/11.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1378" title="Kitanoji" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/11-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">Tonkatsu at Ton Ton Tonkatsu</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/12.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1379" title="Tonkatsu" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/12-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></strong></p>
<p>หลังจากเที่ยวที่หมู่บ้านฝรั่งแล้วก็พักกลางวันทานอาหาร สำหรับมื้อกลางวันนี้เราไปทานข้าวหมูทอด หรือ Tonkatsu กันที่ร้าน Ton Ton Tonkatsu</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">Shopping at Mosiac</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/13.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1380" title="Mosiac Shopping mall" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/13-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></strong></p>
<p>เมื่ออิ่มแล้วก็เป็นเวลาช้อปปิ้ง (ช้อปปิ้งกันทุกวันเลยเนอะ แต่ก็ชอบอ่ะค่ะ ^^) สำหรับที่ช้อปปิ้งวันนี้เราจะไปช้อปเรียกน้ำย่อยกันที่ห้าง Mosiac Garden ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเดียวกับ Kobe Harborland สัญลักษณ์ของที่นี่ก็คือชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่สีแดง สำหรับห้าง Mosiac มี 3 ชั้นด้วยกัน สำหรับที่นี่ร้านที่พลาดไม่ได้คือร้าน 100 Yen หรือชื่อว่า Seria ค่ะ เมื่อคิดเป็นเงินไทยขอบอกว่าสินค้าที่ซื้อไปนั้นถูกมาก ถ้าเลือกของดีๆ ไปนะคะ สำหรับร้าน 100 เยนนี้สรุปแล้วทรายซื้อไปทั้งหมด 21 ชิ้นค่ะ อ้อ เวลาที่คิดเงินมาไม่ต้องตกใจว่าทำไมราคาไม่ใช่ 100 เยนเป๊ะๆ อย่าลืมค่าภาษีด้วยนะคะ ^^ รวมๆแล้วก็น่าจะอยู่ที่ประมาณ 105-106 เยนค่ะ ยังไงทรายว่าก็ยังคุ้มอยู่ดีนะ &gt;,&lt;</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">Cheese Cake</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/14.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1381" title="Kobe07" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/14-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></strong></p>
<p>ช้อปปิ้งกันเสร็จแล้ว ยังอิ่มไม่หายแต่ Boss ใจดีของเรา คุณป้อม @siwat เลี้ยงเค้กน้องๆ mInter ด้วย ไม่รู้งานนี้เสียหายไปเท่าไหร่ อิอิ แต่ก็ขอบคุณค่า อร่อยมากด้วย มากินชีสเค้ก ที่ขอบอกว่าเป็นชีสล้วนๆ แล้วโปะลงบนแป้งเค้ก อืมม อิ่ม อ้วนกันถ้วนหน้า อิอิ ช้อปเสร็จ อิ่มอร่อยเรียบร้อยก็กลับโอซาก้ากันค่า</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">Niju Maru</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/16.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1382" title="Niju Maru" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/16-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></strong></p>
<p>กลับไปช้อปกันต่อที่โอซาก้า วันนี้ซื้อทุกสิ่งที่อยากได้ เริ่มไม่งกเหมือนวันแรก เพราะรู้แล้วว่าถ้าไม่ซื้อวันนี้อดๆ แน่ ไม่ได้ซื้ออีกแล้ว วันนี้เลยต้องทำเวลาในการช้อปซะหน่อย เพราะมีหลายสิ่งที่อยากได้แล้วยังไม่ได้ซื้อ แต่ก่อนอื่นอาหารเย็นวันนี้เราจะไปกินปิ้ง ย่างกันที่ร้าน Niju Maru ซึ่งเป็นร้านเนื้อ หมู ไก่ ปิ้งย่าง เหมือนร้านมิยาบิบ้านเราอ่ะค่ะ แอบกระซิบว่าไม่ปลื้มอะไรสักเท่าไหร่กับร้านนี้นะ รู้สึกว่ามิยาบิบ้านเราอร่อยกว่าอีก 55 มี้อนี้รีบกินมาก เพราะมีเป้าหมายจะไปตามเก็บของในลิสที่ยังไม่ได้ซื้อค่ะ เสร็จแล้วเราก็กลับโรงแรมกัน สำหรับวันพรุ่งนี้เป็นวันช้อปแห่งทริปเลยค่ะ</p>
<p>พรุ่งนี้เราไปช้อปกันที่ <strong>Rinku premium outlets</strong> ที่นี่ไม่ได้ซื้ออะไรติดไม้ติดมือเลย เพราะว่าของที่นี่เป็นพวกแบรนเนมทั้งสิ้น ซึ่งปรกติแล้วก็ไม่ได้ใส่แบรนเนม แล้วราคาถึงว่าถูกแล้วยังไงมันก็ยังแพงสำหรับเราอยู่ดี เพราะฉะนั้นเป็นอันตกไปสำหรับความสนใจ รอไปช้อปที่<strong> Aeon กับ Jusco</strong> กันดีกว่า ที่นี่มีร้าน<strong> Muji</strong> ที่เค้าว่าขนมอร่อย และของที่น่าซื้อ ที่ Muji ก็ได้โฟมล้างหน้าแบบสครับมา 1 หลอด ขอบอกว่าใช้ดีมากค่ะ ล้างแล้วหน้าไม่แห้ง แถมนุ่มด้วย ราคาประมาณ 400 กว่าเยน ซึ่งก็ไม่แพงเท่าไหร่นะทรายว่า แต่วันก่อนกลับมาไทยแล้วลองไปเดินดูร้าน Muji ที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้าดู พบว่าไม่สครับแบบที่ใช้แอบเสียดายว่าถ้าหมดแล้วจะไปซื้อที่ไหนดี T_T อีกอย่างราคาที่ไทยก็แพงด้วยจาก 400 กว่าเยนที่คิดเป็นเงินไทยก็ไม่เกิน 200 บาท แต่พอมาอยู่ไทยราคาดีดไปถึง 450 บาท T_T เศร้าหนักกว่าเดิมค่ะ และแล้วก็ถึงเวลากลับบ้านแล้ว บไปขึ้นเครื่องบินกลับบ้านที่สนามบินคันไซ บ๊ายบายโอซาก้า แอบไม่อยากกลับเลย อิอิ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/IMG_3490.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1383" title="Osaka night street" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/IMG_3490-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>สรุปแล้วมาเที่ยวทริปนี้ชอบความเป็นญี่ปุ่นตรงอากาศ อิอิ หนาวมาก ชอบอย่างยิ่งตอนพูดเป็นไอ สนุกดีชอบๆ วันแรกๆ อาจจะยังไม่ชินเท่าไหร่ แต่พอวันที่ 2-3 แล้วจะเริ่มชินกับอากาศ นอกจากอากาศก็ยังชอบถนนบ้านเค้าคือ สะอาดมากลงไปนอนได้อย่างไม่ต้องกลัวสกปรกเลย แล้วก็ดูถนนอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ตลอดเวลา ไม่มีคราบสกปรกดำๆ อย่างบ้านเรา อีกอย่างบ้านเค้าบนถนนเงียบมาก คนน้อย เดินสบาย ไม่มีมอเตอร์ไซต์มาขับบนฟุตบาธ ที่นี่คนส่วนใหญ่จะเดินกับขี่จักรยานมากกว่าอันนี้ก็ชอบอีกเหมือนกัน แถมถนนก็ไม่มีของขายให้เกะกะด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/15.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1384" title="Shinsaibashi street03" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/15-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>ส่วนสถานที่ที่ชอบมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นถนนชินไซบาชิ ถนนช้อปปิ้งที่เดินสบาย มีของขายตลอดทางเป็นถนนช้อปปิ้งของจริงเลย ชอบมาก &gt;,&lt; อยากได้อะไรก็มีหมด ถนนที่ชอบรองลงมาคือทางขึ้นวัดน้ำใส ที่มีของขายตลอดทางอีกเช่นกัน อีกที่ที่ชอบก็คือทางไปหมู่บ้านฝรั่ง เพราะมีของขายเยอะอีกเหมือนเดิม อิอิ แล้วถนนที่นี่เดินง่าย สบายค่ะ ตอนนี้กลับมาไทยแล้วยังรู้สึกมีอารมณ์อยากช้อปปิ้งค้างอยู่เลย รู้สึกว่าอยากไปช้อปอีก อยากได้ของอีก ที่ได้กลับมามันยังพอ เพราะความงกแต่พอกลับมาแล้วรู้สึกเลยว่ารู้งี้ซื้อดีกว่า อิอิ ก็เป็นความสนุกสนานและความประทับใจสำหรับทริปญี่ปุ่นทั้งหมดนะคะ คราวหน้าจะไปเที่ยวที่ไหนอีกเดี๋ยวจะเก็บภาพและเรื่องราวมาเล่าให้ฟังอีกนะคะ ^^</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.maeyingzine.com/2011/02/13/group-m-japan-kobe/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แม่หญิงเยือนแดนปลาดิบ Day II (Kyoto)</title>
		<link>http://www.maeyingzine.com/2011/02/04/group-m-japan-kyoto/</link>
		<comments>http://www.maeyingzine.com/2011/02/04/group-m-japan-kyoto/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 Feb 2011 07:25:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Maeyingzine</dc:creator>
				<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[japan]]></category>
		<category><![CDATA[osaka]]></category>
		<category><![CDATA[shopping]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[เกียวโต]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยวญี่ปุ่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.maeyingzine.com/?p=1356</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้เราจะเที่ยวเกียวโตกันนะคะ ตื่นกันตั้งแต่ 6 โมงเช้า ทานอาหารเช้าที่โรงแรมกันก่อนหลังจากนั้นก็เริ่มออกเดินทางประมาณ 8 โมงครึ่ง จริงๆ แล้วลุงพี่บิ๊กนัดไว้ 8 โมง แต่จะเป็นไปได้หรอที่จะตรงเวลา 555 &#62;,&#60; เกียวโตเคยเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นมาก่อน มีประวัตินานกว่า 1200 ปี วิหารคิโยมิสึ สำหรับที่แรกที่เราจะไปเที่ยวกันวันนี้คือ วิหารคิโยมิสึ หรือเรียกอีกชื่อว่าวัดน้ำใส ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาฮิงาชิยาม มีชื่อเสียงด้วยห้องโถงกลางของวัดที่ถูกจัดเป็นสมบัติแห่งชาติ แลมีระเบียงไม้ที่ยื่นออกไปนอกวิหารโดยมีเสาค้ำถึง 139 ต้นแต่ละต้นมีความสูงถึง 15 เมตร เป็นจุดชมวิวของเมืองได้อย่างดีค่ะ (อันนี้เอาตามเนื้อหาคู่มือที่ไกด์แจกมาเล่าให้ฟังก่อนนะคะ) สำหรับการไปวิหารคิโยมิสึนี้เราต้องจอดรถไว้บริเวณล่าง เนื่องจากวิหารนี้ตั้งอยู่บริเวณเนินเขา ดังนั้นเราจึงต้องเดินขึ้นไปค่ะ ทางเดินก็จะเหมือนเดินขึ้นเขาทางชัน แต่ก็ไม่ได้ชันมากยังเดินได้สบายค่ะ ระหว่างสองข้างทางก็จะมีร้านค้าของฝากเต็มสองข้างทาง เรียกว่าเดินได้สบายแล้วยังเพลินอีกด้วย จะบอกว่าถนนและวัดนี้เป็นอีกที่หนึ่งที่ทรายชอบมาก เพราะว่ามีของให้ดูตลอดทางเพลินจริงๆ นะ อิอิ อ้อ ที่นี่เค้าขึ้นชื่อเรื่องผักดองมากนะคะ อย่างไชโป้ดอง ตามร้านที่ขายเค้าจะมีให้ชิมก่อนซื้อ แอบไปชิมมาแล้วจะบอกว่าอร่อยมากก &#62; &#60; ยิ่งถ้าได้กินคู่กับข้าวต้มนะอร่อยเหาะอย่าบอกใครเลย แต่หัวนึงที่ขายเมื่อคิดเป็นเงินไทยแล้วก็ประมาณ 200 กว่าได้มั้งซึ่งมันก็แพงเกินไป๊ เพราะฉะนั้นเราชิมอย่างเดียวพอ อิอิ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้เราจะเที่ยวเกียวโตกันนะคะ ตื่นกันตั้งแต่ 6 โมงเช้า ทานอาหารเช้าที่โรงแรมกันก่อนหลังจากนั้นก็เริ่มออกเดินทางประมาณ 8 โมงครึ่ง จริงๆ แล้วลุงพี่บิ๊กนัดไว้ 8 โมง แต่จะเป็นไปได้หรอที่จะตรงเวลา 555 &gt;,&lt; เกียวโตเคยเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นมาก่อน มีประวัตินานกว่า 1200 ปี</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">วิหารคิโยมิสึ</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/IMG_3523.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1357" title="kiyomizu temple" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/IMG_3523-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></strong></p>
<p>สำหรับที่แรกที่เราจะไปเที่ยวกันวันนี้คือ <strong>วิหารคิโยมิสึ </strong>หรือเรียกอีกชื่อว่าวัดน้ำใส ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาฮิงาชิยาม มีชื่อเสียงด้วยห้องโถงกลางของวัดที่ถูกจัดเป็นสมบัติแห่งชาติ แลมีระเบียงไม้ที่ยื่นออกไปนอกวิหารโดยมีเสาค้ำถึง 139 ต้นแต่ละต้นมีความสูงถึง 15 เมตร เป็นจุดชมวิวของเมืองได้อย่างดีค่ะ (อันนี้เอาตามเนื้อหาคู่มือที่ไกด์แจกมาเล่าให้ฟังก่อนนะคะ)</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/01.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1358" title="kiyomizu temple street" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/01-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>สำหรับการไปวิหารคิโยมิสึนี้เราต้องจอดรถไว้บริเวณล่าง เนื่องจากวิหารนี้ตั้งอยู่บริเวณเนินเขา ดังนั้นเราจึงต้องเดินขึ้นไปค่ะ ทางเดินก็จะเหมือนเดินขึ้นเขาทางชัน แต่ก็ไม่ได้ชันมากยังเดินได้สบายค่ะ ระหว่างสองข้างทางก็จะมีร้านค้าของฝากเต็มสองข้างทาง เรียกว่าเดินได้สบายแล้วยังเพลินอีกด้วย จะบอกว่าถนนและวัดนี้เป็นอีกที่หนึ่งที่ทรายชอบมาก เพราะว่ามีของให้ดูตลอดทางเพลินจริงๆ นะ อิอิ อ้อ ที่นี่เค้าขึ้นชื่อเรื่องผักดองมากนะคะ อย่างไชโป้ดอง ตามร้านที่ขายเค้าจะมีให้ชิมก่อนซื้อ แอบไปชิมมาแล้วจะบอกว่าอร่อยมากก &gt; &lt; ยิ่งถ้าได้กินคู่กับข้าวต้มนะอร่อยเหาะอย่าบอกใครเลย แต่หัวนึงที่ขายเมื่อคิดเป็นเงินไทยแล้วก็ประมาณ 200 กว่าได้มั้งซึ่งมันก็แพงเกินไป๊ เพราะฉะนั้นเราชิมอย่างเดียวพอ อิอิ อ้อ ที่นี่ชูครีมกับไอศกรีมอร่อยนะคะ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/IMG_3521.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1359" title="kiyomizu temple 02" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/IMG_3521-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>เมื่อไปถึงหน้าวิหารเราจะเห็นเสาสีแดงตั้งเด่นสง่าอย่าหน้าทางเข้าค่ะ แอบสงสัยเหมือนกันว่าทำไมต้องมีเสาสีแดงอยู่ในหลายๆ วัดด้วยนะ หลังจากนั้นเราก็เดินขึ้นไปอีกนิดนึงจะเจอกับศาลที่สามารถทำบุญและไหว้พระได้ค่ะ เดินไปอีกหน่อยจะเป็นจุดชมวิวด้านล่างที่สวยงามมาก</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/02.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1360" title="kiyomizu temple 03" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/02-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>ที่วัดนี้เค้าบอกว่าเป็นวัดที่ขลังเรื่องความรัก ดังนั้นจะมีคนมาขอให้ความรักมั่นคง ไม่มีอุปสรรคที่วัดนี้กันเยอะ มีเครื่องของคลังขายด้วยค่ะ ส่วนคนที่ยังไม่มีคู่ ก็จะมีกระต่ายอยู่ตัวนึง เค้าให้เราเอาค้อนตีไม้ที่กระต่ายถืออยู่เค้าบอกว่ากระต่ายจะไปบอกเทพเจ้าให้รู้ว่าเรามาขอเรื่องความรักอะไรทำนองนี้ค่ะ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/03.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1361" title="kiyomizu temple 04" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/03-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>เดินขึ้นไปอีกหน่อยจะมีก้อนหินอยู่ 2 ก้อน ตั้งไว้อยู่คนละฝั่ง ให้เริ่มต้นที่ก้อนหินก้อนแรก หลับตาเดินจากก้อนหินก้อนแรกไปถึงก้อนหินก้อนที่ 2 แล้วอธิษฐานขออะไรก็ได้ แต่ส่วนใหญ่เค้าว่าจะขอเรื่องความรักกันนะคะ อ้อ ระหว่างที่เดินสามารถมีคนบอกทางได้นะคะ แต่ห้ามจูงห้ามเกาะ ได้แค่บอกเท่านั้น เมื่อไปถึงก้อนหินที่อยู่อีกฝั่งได้โดยไม่ล้มหรือติดอะไรก็แปลว่าสิ่งที่ขอนั้นจะสมหวังค่ะ อันนี้ทรายลองด้วยล่ะ อิอิ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/04.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1362" title="kiyomizu temple 05" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/04-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>ตัดภาพกลับมาที่อีกส่วนหนึ่งในวิหารทางด้านล่างจะมีน้ำอยู่ 3 สายให้เราเลือกกิน 1 สาย โดยเค้าจะมีกระบอกด้ามยาวๆ ให้เรายื่นไปรองน้ำมาดื่ม ซึ่งน้ำแต่ละสายมีความหมายที่แตกต่างกันค่ะ สายที่ 1 คือความสวยงาม สายที่ 2 คือสุขภาพ สายที่ 3 คือเรื่องเงินทอง แต่พวกเรานานๆ มาทีและด้วยความโลภเราก็รินทั้ง 3 สายในกระบอกเดียวแล้วดื่มตอนสุดท้ายซะเลย คนญี่ปุ่นเค้าก็คงงงกับพวกเราเนอะ ว่าเออ ทำอะไรกันเค้าให้เลือกกินแค่สายเดียว แต่ทำไมพวกนี้กินกันหมดทุกสาย 555</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">หม้อไฟซูโม่ (จังโกะนาเบะ)</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/05.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1363" title="jango nabe" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/05-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></strong></p>
<p>ที่นี่เราใช้เวลาไปค่อนข้างเยอะอยู่มากเรียกว่าหมดเวลาช่วงเช้าไปเลยค่ะ เมื่อเที่ยวที่วิหารนี้เรียบร้อยแล้วเราก็เดินทางไปทานอาหารกลางวันกัน สำหรับมื้อนี้เราทาน<strong>หม้อไฟซูโม่ (จังโกะนาเบะ)</strong> หม้อใหญ่มากกค่ะ ก็จะมีหม้อไฟ สำหรับทาน 4 ท่าน มีข้าว 1 ถ้วยกุ้งสดประมาณ 3 ตัวเล็กๆ แล้วก็ปลาย่าง อันนี้สำหรับแต่ละคนนะคะ สำหรับหม้อไฟ ก็จะมีผักเนื้อหมู เนื้อไก่ เส้นโซบะ ฯลฯ มื้อนี้อิ่มมาก หม้อไฟนี้ทานกัน 4 คนยังทานไม่หมดเลยค่ะ</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">ศาลเจ้าเฮอิอัน</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/IMG_3599.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1364" title="heian shrine" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/IMG_3599-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/IMG_3611.jpg"></a></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/IMG_3611.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1365" title="heian shrine 02" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/IMG_3611-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></strong></p>
<p>เมื่ออิ่มแล้วเราก็ไปเที่ยวกันต่อที่ ศาลเจ้าเฮอิอัน เป็นศาลเจ้าที่สร้างเนื่องในโอกาสก่อตั้งเมืองเกียวโตเป็นเมืองหลวงครบ 1100 ปี ที่นี่ไม่ได้เข้าไปถึงตัวศาลเจ้า (อันนี้เราไม่เข้าไปเองต่างหาก) ก็เลยได้แต่ถ่ายรูปกันอยู่บริเวณรอบนอกศาลเจ้า ซึ่งสามารถถ่ายรูปให้ติดเสาสีแดงได้เหมือนกันค่ะ</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">วัดโรคุองหยิ หรือวัดคิงคาขุจิ “วัดศาลาทอง”</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/08.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1366" title="kinkakuji" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/08-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></strong></p>
<p>หลังจากนั้นเราก็ไปเที่ยววัดกันต่อ (นี่มันทริปทัวร์ไหว้พระ 9 วัดหรือเปล่าเนี่ย &#8211; -‘) <strong>วัดโรคุองหยิ หรือที่เข้าใจกันว่าเป็นวัดคิงคาขุจิ “วัดศาลาทอง” </strong>หรือวัดในการ์ตูนเรื่องอิคคิวซัง ระหว่างทางที่เดินเข้าไปก็จะมีศิลปะวัดสไตล์ญี่ปุ่นคือ กำแพงวัดจะมีลักษณะเตี้ย สำหรับวิหารหรือศาลาทองนี้มี 3 ชั้น ชั้นแรกมีลักษณะเป็นพระราชวัง ชั้นที่ 2 เป็นแบบบ้านซามูไร ส่วนชั้นที่ 3 เป็นวัดแบบเซน วัดนี้มีความสวยงามค่ะ เมื่อปราสาทสีทองส่องกระทบกับพื้นผิวน้ำแล้วถ้าแดดสวยๆ นะรับรองว่าถ่ายรูปออกได้งดงามมากค่ะ สำหรับวิหารนี้ไม่สามารถเข้าชมได้นะคะ เราก็ได้แต่ถ่ายรูปคู่วิหารอยู่บริเวณนอก</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">ชินไซบาชิ</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/07.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1367" title="Shinsaibashi street04" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/07-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></strong></p>
<p>หลังจากนั้นถึงเวลากลับโอซาก้าแล้วค่า กลับไปช้อปปิ้งกันต่อที่ชินไซบาชิ วันนี้เราจะไปแวะกันที่ร้านกูลิโกะ แล้วก็หอบซื้อกูลิโกะรสแปลกๆ อย่างรสทาโกะยากิ รสชาเขียว อันนี้อาจจะไม่แปลกแต่เป็นอะไรที่ต้องซื้ออ่ะนะ อิอิ สำหรับโลโก้รูปผู้ชายยืนชูมือที่เป็นโลโก้ของกูลิโกะ เอาไว้จะเล่าให้ฟังว่ามีที่มายังไง ในทริปวันที่ 3 นะคะ ค่ะ อ้อ ระหว่างทางที่ถนนชินไซบาชิจะมีร้านขายผลไม้อยู่ร้านนึงเลยแวะซื้อสตอเบอรี่มาทานที่ห้องจะบอกว่าสตอเบอรี่อร่อยมาก หวานฉ่ำมาก แล้วเนื้อสตอเบอรีเค้าก็ไม่เหมือนกับที่เมืองไทยเลย เนื้อข้างในจะเป็นสีขาว แล้วก็ไม่นิ่มเละแต่หวานมากๆ</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">Okoniyaki</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/09.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1368" title="Okoniyaki" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/02/09-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></strong></p>
<p>สำหรับมื้อเย็นวันนี้เราจะพาไปกิน โอโคนิยากิ หรือที่หลายๆ คนเรียกว่าพิซซ่าญี่ปุ่น ที่ร้าน Chibo ตอนแรกที่ได้ฟังว่าจะกินพิซซ่าญี่ปุ่นนี่อยากทำหน้าเป็นลมมากเลย เพราะจำได้ว่าเคยกินที่เมืองไทยร้านที่สยามแล้วจะบอกว่าครั้งเดียวก็มากพอ ต่อไปจะไม่กินอีกแล้ว เพราะมันเป็นแป้งนิ่ม แหยะๆ กินแล้วเลี่ยนมาก แต่พอมาทานที่ร้านนี้แล้วจะบอกว่ารสชาติช่างต่างจากที่เมืองไทยอย่างสิ้นเชิง เพราะมันอร่อยมากจริงๆ ไม่ได้เลี่ยนอะไรมากมายขนาดนั้น แถมยังมียากิโซบะอีกด้วยเส้นยากิที่นี่อร่อยมาก เมื่ออิ่มหนำแล้วเราก็กลับโรงแรมกัน และแล้วก็จบวันที่ 2 เที่ยวเกียวโตแต่เพียงเท่านี้ สำหรับวันที่ 3 เดี๋ยวมาเล่ามาให้ฟังใหม่นะคะ ^_^</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.maeyingzine.com/2011/02/04/group-m-japan-kyoto/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แม่หญิงเยือนแดนปลาดิบ Day I Osaka</title>
		<link>http://www.maeyingzine.com/2011/01/29/group-m-japan-osaka/</link>
		<comments>http://www.maeyingzine.com/2011/01/29/group-m-japan-osaka/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 29 Jan 2011 15:31:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Maeyingzine</dc:creator>
				<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[japan]]></category>
		<category><![CDATA[osaka]]></category>
		<category><![CDATA[shopping]]></category>
		<category><![CDATA[ช้อปปิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[โอซาก้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.maeyingzine.com/?p=1330</guid>
		<description><![CDATA[เห็นชื่อเรื่องแล้วต้องรู้แน่นอนว่าจะพาไปเที่ยวญี่ปุ่น (ถึงแม้ชื่อเรื่องจะบอกว่าเยือนแดนปลาดิบ แต่ทริปนี้ไม่ได้กินปลาดิบเลย แง๊ๆๆ T_T) ออฟฟิศใจดี๊ใจดี พาพนักงานไปเที่ยวญี่ปุ่นเป็นของขวัญสำหรับการทำงานมาตลอด 1 ปี (แต่เรายังไม่ถึงปีเลย แต่ก็ใจดีให้เราไปด้วย) อิอิ ก่อนไปมีตัวเลือกให้เลือกด้วยนะว่าอยากไปเที่ยวไหน มีทั้ง ญี่ปุ่น เกาหลี ออสเตรเลีย มัลดีฟ เวียตนาม ฮ่องกง ฯลฯ จากตัวเลือกทั้งหมดแน่นอนว่าเราต้องเลือกไปญี่ปุ่นแน่นอน อิอิ ทริปนี้ไปทั้งหมด 3 คืน 4 วัน เริ่มเดินทางตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค. เครื่องออกตอนเที่ยงคืนกว่าด้วยสายการบิน Japan Airline แอร์โฮสเตสน่าร้ากน่ารัก แต่แอบรู้สึกว่าพออยู่บนเครื่องแล้วแอร์ฯ เหมือนเป็นแม่บ้านญี่ปุ่นมากๆ เลย ใส่ผ้ากันเปื้อนเรียบร้อย นุ่มนิ่มดูแล้วเหมือนแม่บ้านใจดีจริงๆ นะ จากกรุงเทพฯ ถึงสนามบินคันไซ เมืองโอซาก้าใช้เวลาราวๆ เกือบ 6 ชั่วโมงด้วยกัน นั่งกันอย่างเมื่อยและเบื่อเลย ถึงแม้บนเครื่องบินจะมีเพลงให้ฟังและหนังให้ดูก็ตาม แต่มันก็นั่งนานไปนิดนึงนะ ไปถึงสนามบินคันไซก็เช้าพอดี คณะทัวร์ mInteraction เราก็เริ่มเที่ยวเลย ไม่ได้เข้าโรงแรมแต่อย่างใด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เห็นชื่อเรื่องแล้วต้องรู้แน่นอนว่าจะพาไปเที่ยวญี่ปุ่น (ถึงแม้ชื่อเรื่องจะบอกว่าเยือนแดนปลาดิบ แต่ทริปนี้ไม่ได้กินปลาดิบเลย แง๊ๆๆ T_T)</p>
<p>ออฟฟิศใจดี๊ใจดี พาพนักงานไปเที่ยวญี่ปุ่นเป็นของขวัญสำหรับการทำงานมาตลอด 1 ปี (แต่เรายังไม่ถึงปีเลย แต่ก็ใจดีให้เราไปด้วย) อิอิ ก่อนไปมีตัวเลือกให้เลือกด้วยนะว่าอยากไปเที่ยวไหน มีทั้ง ญี่ปุ่น เกาหลี ออสเตรเลีย มัลดีฟ เวียตนาม ฮ่องกง ฯลฯ จากตัวเลือกทั้งหมดแน่นอนว่าเราต้องเลือกไปญี่ปุ่นแน่นอน อิอิ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/01/169016_492192976731_744351731_6297228_6533022_n.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1331" title="Osaka01" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/01/169016_492192976731_744351731_6297228_6533022_n-248x300.jpg" alt="" width="248" height="300" /></a></p>
<p>ทริปนี้ไปทั้งหมด 3 คืน 4 วัน เริ่มเดินทางตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค. เครื่องออกตอนเที่ยงคืนกว่าด้วยสายการบิน Japan Airline แอร์โฮสเตสน่าร้ากน่ารัก แต่แอบรู้สึกว่าพออยู่บนเครื่องแล้วแอร์ฯ เหมือนเป็นแม่บ้านญี่ปุ่นมากๆ เลย ใส่ผ้ากันเปื้อนเรียบร้อย นุ่มนิ่มดูแล้วเหมือนแม่บ้านใจดีจริงๆ นะ จากกรุงเทพฯ ถึงสนามบินคันไซ เมืองโอซาก้าใช้เวลาราวๆ เกือบ 6 ชั่วโมงด้วยกัน นั่งกันอย่างเมื่อยและเบื่อเลย ถึงแม้บนเครื่องบินจะมีเพลงให้ฟังและหนังให้ดูก็ตาม แต่มันก็นั่งนานไปนิดนึงนะ</p>
<p>ไปถึงสนามบินคันไซก็เช้าพอดี คณะทัวร์ mInteraction เราก็เริ่มเที่ยวเลย ไม่ได้เข้าโรงแรมแต่อย่างใด ทริปนี้ได้ไกด์ใจดีชื่อลุงบิ๊ก น่ารักมาก อธิบายและเล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟังเยอะเลย ถึงแม้พวกเราจะหลับตลอดทางก็ตามก็ยังอยู่บ้างนะคะ ^^</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/01/IMG_3359.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1332" title="Sumiyoshi Taisha" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/01/IMG_3359-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>สำหรับสถานที่แรกที่ไปคือศาลเจ้า<span style="color: #0000ff;"> <strong>Sumiyoshi Taisha</strong> </span>เป็นศาลเจ้าที่เป็นศูนย์กลางของบรรดาศาลเล็กๆ ทั่วประเทศกว่า 1,800 ศาลมีความเชื่อเกี่ยวกับเทพเจ้าที่คุ้มครองความปลอดภัยทางทะเล สำหรับสถาปัตยกรรมตัวเสาจะเป็นสีแดงสดค้ำตัวศาล กำแพงไม้ลงรักสีขาว หลังคามุงด้วยหญ้า ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกของประเทศญี่ปุ่นด้วยค่ะ สำหรับศาลเจ้าที่นี่เป็นศาลเจ้าของศาสนาชินโต (หรือศาสนาที่เชื่อและนับถือผี)</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/01/IMG_3362.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1333" title="Sumiyoshi Taisha02" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/01/IMG_3362-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>สำหรับวิธีการไหว้หรือทำความเคารพคือ ถ้าหากต้องการทำบุญให้นำเหรียญ 5 เยนโยนลงไปในตู้ที่ตั้งไว้สำหรับทำบุญ หลังจากนั้นให้โค้งคำนับ 2 ครั้ง ปรบมือ 2 ที แล้วพนมมือค้างไว้เพื่ออธิษฐาน เมื่ออธิษฐานเสร็จให้เอามือลงแล้วโค้งคำนับอีก 1 ครั้งเป็นอันเสร็จเรียบร้อยค่ะ (ส่วนการทำบุญทำไมต้องใช้เหรียญ 5 เยน นั่นเป็นเพราะ เหรียญ 5 เยนออกเสียงว่า<strong> โกะเอง </strong>ซึ่งมีความหมายว่าวาสนา นั่นเองค่ะ ^^</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/01/IMG_3373.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1334" title="Sumiyoshi Taisha03" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/01/IMG_3373-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/01/IMG_3380.jpg"></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/01/IMG_3380.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1335" title="Sumiyoshi Taisha04" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/01/IMG_3380-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>อ้อ เกือบลืมเล่าว่าโชคดีที่บังเอิญเจอคู่บ่าวสาวที่มาไหว้ที่ศาลเจ้านี้ด้วย แต่งตัวตามประเพณีญี่ปุ่นเลยได้เก็บรูปมาเป็นที่ระลึกซะเลย ^^</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/01/IMG_3385.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1336" title="Sumiyoshi Taisha05" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/01/IMG_3385-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>เดินมาอีกหน่อยจะเจอสะพานที่มีขั้นบันไดแบบแปลกๆ และเดินค่อนยาก เพราะเนื้อที่ตรงขั้นบันไดนั้นค่อนข้างน้อย เวลาเดินต้องตะแคงส้นรองเท้าเดินขนาดว่าเท้าเราเล็กแล้วน๊า -‘’- เมื่อข้ามสะพานลงมาจะมีร้านขายของอยู่ไม่กี่ร้านก็จะมีร้านขนมปลาไส้ถั่วแดงอันนี้ลองซื้อกินล่ะ ราคา 100 เยน ก็อร่อยดี แต่ไม่รู้ว่าอร่อยกว่าที่กรุงเทพหรือเปล่าเพราะยังไม่เคยลองที่กรุงเทพเหมือนกัน แล้วก็ขนมทาโกะยากิด้วย อันนี้ไม่ได้ลองล่ะ Y_Y</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/01/IMG_3386.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1337" title="Sumiyoshi Taisha06" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/01/IMG_3386-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">ปราสาทโอซาก้า</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/01/IMG_3402.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1338" title="Osaka08" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/01/IMG_3402-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></strong></p>
<p>หลังจากนั้นเราก็ไปเที่ยวกันต่อที่ปราสาทโอซาก้า ระหว่างทางจากลานจอดรถไปถึงตัวปราสาทเดินค่อนข้างไกลทีเดียว แต่เดินได้อย่างสบาย สามารถถ่ายรูปได้ตลอดทางเลย ระหว่างทางที่เดินไปยังปราสาทจะเห็นคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะวิ่งเหมือนมาออกกำลังกาย และก็จูงน้องหมาวิ่งบ้าง เดินเล่นบ้าง เมื่อไปถึงทางขึ้นปราสาทเราก็ขึ้นลิฟท์ไปยังชั้น 5 เลย จริงๆ แล้วสามารถเดินขึ้นบันไดไปดูตามชั้นต่างๆ ได้นะคะ ในตัวปราสาทบริเวณชั้น 3-4 ห้ามถ่ายรูป ที่นี่จะเก็บเรื่องราวประวัติศาสต์ไว้มากมาย เค้าถือว่าถ้าอยากเห็นก็ต้องมาดูด้วยตาตัวเอง (มั้ง) เสร็จแล้วเราก็ไล่เดินจากชั้น 5 ลงมาเรื่อยๆ จนถึงชั้นล่าง เสียดายที่ว่าชั้นบนสุดมีการติดลูกกรง เลยทำให้ถ่ายรูปจากมุมสูงได้ไม่สวยเลย</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/01/IMG_3424.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1339" title="Hojoen" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/01/IMG_3424-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>หลังจากเที่ยวปราสาทโอซาก้าเรียบร้อยแล้วเราก็ไปทานข้าวกลางวันกันที่ร้าน Hojoen ซึ่งอยู่บริเวณข้างๆ กับปราสาท อาหารอร่อยมาก Oishi สุดยอดเลย อิอิ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเค้าเรียกว่าอะไรอ่ะนะคะ รู้จักแต่อุด้งอย่างเดียว แต่ขอบอกว่ามันอร่อยมากจริงๆ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/01/IMG_3425.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1340" title="Hojoen Ramen" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/01/IMG_3425-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/01/IMG_3426.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1341" title="Hojoen 02" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/01/IMG_3426-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">Osaka Temmangu</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/01/IMG_3440.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1342" title="Osaka Temmangu" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/01/IMG_3440-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>หลังจากกินอิ่มแล้วเราก็ไปเที่ยวต่อ เที่ยวกันหนักๆ ตั้งแต่วันแรกเลย อิอิ สถานที่ต่อไปที่เราไปก็คือศาลเจ้า Osaka Temmangu ที่นี่ศาลเจ้าของศาสนาชินโตอีกเช่นกัน ที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องของเทพเจ้าแห่งการศึกษา นักเรียน นักศึกษาจึงแวะเวียนมากราบไหว้เพื่อขอให้สอบผ่านหรือเข้าสถานศึกษาที่ต้องการได้ วิธีการไหว้ก็เช่นเดิมเหมือนกับศาลเจ้าแรกค่ะ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/01/IMG_3448.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1343" title="Osaka Temmangu 02" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/01/IMG_3448-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/01/IMG_3467.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1344" title="Osaka Temmangu 03" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/01/IMG_3467-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">ถนนชินไซบาชิ</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/01/IMG_3429.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1345" title="Shinsaibashi street" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/01/IMG_3429-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></strong></p>
<p>หลังจากนั้นก็ถึงเวลาที่รอคอยแล้ว เราจะไปช้อปปิ้งกันที่ ถนนชินไซบาชิน ย่านช้อปปิ้งที่ใหญ่ในเมืองโอซาก้า เป็นถนนเส้นยาวที่มีร้านค้าทั้งร้านอาหารร้านเสื้อผ้า ห้างสรรพสินค้าเต็มสองข้างทางทั้งซ้ายและขวา มีความสุขกับการเดินช้อปปิ้งที่ถนนเส้นนี้มากๆ อยากให้เมืองไทยมีถนนช้อปปื้งโดยเฉพาะอย่างนี้บ้างจัง แถมยังราคาไม่แพงด้วย โดยเฉพาะร้านที่ขายเครื่องสำอาง ยา รวมทุกแบรนด์ ทุกยี่ห้อไว้เต็มร้าน ทั้งชั้น 1-2 ชอบมากๆ เลย &gt;,&lt; เดินช้อปกันอย่างเพลิดเพลินกระเป๋าสตางค์เบากันตั้งแต่วันแรก ทริปนี้เราจะมาเดินชินไซบาชิกันทุกวัน เพราะฉะนั้นวันแรกอาจจะแค่เล็งๆ ของที่อยากได้ไว้ก่อนก็ได้นะ แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาซื้ออีกที อิอิ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/01/IMG_3430.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1346" title="Shinsaibashi street02" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/01/IMG_3430-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></a></p>
<p>สำหรับวันแรกต้องปิดทริปกันที่ถนนชินไซบาชิ เพราะต้องรีบกลับโรงแรมเพื่อไปปาร์ตี้ร่วมกับเพื่อนๆ Group m ที่โรงแรมต่อค่ะ ส่วนวันที่ 2 จะไปเที่ยวไหนต่อเดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟังค่ะ ^_^</p>
<p>ปล. ส่วนเรื่องกาแฟ ไปญี่ปุ่นทริปนี้กินสตาร์บัค สบายใจเลยค่ะ อิอิ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.maeyingzine.com/2011/01/29/group-m-japan-osaka/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไปเต๊อะ ไปแอ่ว จ.เจียงใหม่ (วันสุดท้ายแล้วจ้า)</title>
		<link>http://www.maeyingzine.com/2010/12/06/chiang-mai-trip-day-iii/</link>
		<comments>http://www.maeyingzine.com/2010/12/06/chiang-mai-trip-day-iii/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Dec 2010 14:03:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Maeyingzine</dc:creator>
				<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[travel]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยวเชียงใหม่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.maeyingzine.com/?p=1269</guid>
		<description><![CDATA[มาถึงทริปวันสุดท้ายวันที่ 3 แล้ว ไม่เย้ ไม่ดีใจเลย เพราะไม่อยากกลับ T_T อยากอยู่ต่อ จริงๆ แล้วถ้าเป็นไปได้คืออยากไปทำงานอยู่ที่เชียงใหม่เลยล่ะ ถ้างั้นใครอ่านบล็อกแล้วมีงานที่เชียงใหม่ให้ทรายทำอย่าลืมบอกทรายนะ อยากไปอยู่อ่ะค่ะ 55 (แอบประชาสัมพันธ์) สวนสัตว์เชียงใหม่ สำหรับวันสุดท้าย โชคดีที่ว่าได้เที่ยวบินรอบดึก เลยมีเวลาเที่ยวเต็มๆ อีก 1 วัน วันนี้เราเริ่มต้นด้วยการไปดูช่วงช่วง หลินฮุ่ย และหลินปิง สำหรับค่าเข้าสวนสัตว์ 50 บาทค่ะ ส่วนถ้าจะดูหมีแพนด้าก็เสียอีก 50 บาทต่างหาก และด้วยความเป็นทริปคนแก่ ขอเที่ยวแบบสบายๆ พวกเราจึงนั่งรถนำเที่ยวซะ อยากลงไปดูสัตว์ช่วงไหนก็ค่อยลง ค่ารถ 20 บาท ถูกจะแย่นะทรายว่า วันนี้เราก็ดูหมีแพนด้า แมวน้ำ หมีโคอาล่า รวมๆ แล้วดูแต่สัตว์ที่ต้องอยู่อากาศเย็น เพราะสัตว์อื่นทรายว่าเราไปดูที่เขาดินก็ได้นะ สัตว์เอเชียหรือเมืองไทยก็เคยเห็นอยู่แล้วอ่ะ แอบสารภาพจริงๆ เป็นคนไม่ชอบสัตว์เลย ไม่ชอบดูสัตว์ด้วย เด็กๆ ก็ไม่เคยร้องให้พ่อแม่พาไปเขาดินนะ เพราะไม่ชอบสัตว์อ่ะ ไม่เลี้ยงด้วย แต่ก็ไม่ได้เกลียดและก็ไม่ได้รังแกมัน ถ้าเห็นมันแย่ๆ ก็รู้สึกสงสารเหมือนคนทั่วไปแหละ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มาถึงทริปวันสุดท้ายวันที่ 3 แล้ว ไม่เย้ ไม่ดีใจเลย เพราะไม่อยากกลับ T_T อยากอยู่ต่อ จริงๆ แล้วถ้าเป็นไปได้คืออยากไปทำงานอยู่ที่เชียงใหม่เลยล่ะ ถ้างั้นใครอ่านบล็อกแล้วมีงานที่เชียงใหม่ให้ทรายทำอย่าลืมบอกทรายนะ อยากไปอยู่อ่ะค่ะ 55 (แอบประชาสัมพันธ์)</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">สวนสัตว์เชียงใหม่</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="color: #0000ff;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/12/IMG_3184.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1270" title="Chiang mai international zoo" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/12/IMG_3184-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></span></strong></p>
<p>สำหรับวันสุดท้าย โชคดีที่ว่าได้เที่ยวบินรอบดึก เลยมีเวลาเที่ยวเต็มๆ อีก 1 วัน วันนี้เราเริ่มต้นด้วยการไปดูช่วงช่วง หลินฮุ่ย และหลินปิง สำหรับค่าเข้าสวนสัตว์ 50 บาทค่ะ ส่วนถ้าจะดูหมีแพนด้าก็เสียอีก 50 บาทต่างหาก และด้วยความเป็นทริปคนแก่ ขอเที่ยวแบบสบายๆ พวกเราจึงนั่งรถนำเที่ยวซะ อยากลงไปดูสัตว์ช่วงไหนก็ค่อยลง ค่ารถ 20 บาท ถูกจะแย่นะทรายว่า</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/12/IMG_3201.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1271" title="Chiang mai international zoo 02" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/12/IMG_3201-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>วันนี้เราก็ดูหมีแพนด้า แมวน้ำ หมีโคอาล่า รวมๆ แล้วดูแต่สัตว์ที่ต้องอยู่อากาศเย็น เพราะสัตว์อื่นทรายว่าเราไปดูที่เขาดินก็ได้นะ สัตว์เอเชียหรือเมืองไทยก็เคยเห็นอยู่แล้วอ่ะ แอบสารภาพจริงๆ เป็นคนไม่ชอบสัตว์เลย ไม่ชอบดูสัตว์ด้วย เด็กๆ ก็ไม่เคยร้องให้พ่อแม่พาไปเขาดินนะ เพราะไม่ชอบสัตว์อ่ะ ไม่เลี้ยงด้วย แต่ก็ไม่ได้เกลียดและก็ไม่ได้รังแกมัน ถ้าเห็นมันแย่ๆ ก็รู้สึกสงสารเหมือนคนทั่วไปแหละ เพียงแต่ไม่ชอบใกล้ชิดเท่านั้นเอง <img src='http://www.maeyingzine.com/wp-includes/images/smilies/icon_wink.gif' alt=';)' class='wp-smiley' />  หลังจากเยี่ยมชมบรรดาสัตว์ทั้งหลายเรียบร้อยแล้ว เราตกลงกันว่าวันนี้เราจะไม่กินข้าวกลางวัน (เป็นไปได้ไง)</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/12/IMG_3229.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1272" title="Chiang mai international zoo 03" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/12/IMG_3229-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>แต่เราจะไปกินเค้กและกาแฟกันแทน 55 ตั้งใจว่าจะไปร้านกาแฟ(โ)สด ที่เค้าบอกว่าถ้าใครมาร้านนี้แล้วจะเลิกโสด ก็เลยอยากจะทดสอบซะหน่อย ร้านนี้เคยตั้งอยู่ในม.เชียงใหม่ แต่วันที่ทรายไปนั้นน้องๆ เค้าบอกว่าร้านย้ายไปแล้ว และก็ไม่รู้ว่าย้ายไปตรงไหนด้วย แอบเสียใจเล็กน้อย เพราะตั้งใจจะไปร้านนี้จริงๆ เลยเปลี่ยนแผนไปทานเค้กที่ Love at First Bite เลย ส่วนเรื่องราวของเค้กทรายเคยเขียนไปแล้วนะคะ ใครอยากดูเมนูอันแสนอร่อยก็ตามไปอ่านกันที่นี่ค่า <a href="http://www.maeyingzine.com/2010/11/13/love-at-first-bite/" target="_blank">Love at First Bite </a></p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">วัดโลกโมฬี</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="color: #0000ff;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/12/Photo0413.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1273" title="Lok mo lee temple" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/12/Photo0413-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></span></strong></p>
<p>เมื่ออิ่มท้องแล้วเราก็ไปไหว้พระกันต่อที่วัดโลกโมฬี วัดนี้สวยมากๆ และเป็นวัดที่เข้าไปไหว้แล้วรู้สึกสงบและอิ่มบุญมากๆๆๆ ทำบุญกันไปซะเต็มที่ แถมยังได้รับพรอันยาวแสนยาวอย่างที่ไม่เคยได้รับที่ไหนมาก่อนเลยจากท่านเจ้าอาวาส บังเอิญมากๆ และโชคดีๆ จริง หลังจากไหว้พระที่วัดนี้แล้วรู้สึกว่าอิ่มจริงๆ เข้าใจคำว่าอิ่มบุญ อิ่มเหมือนคนเราอิ่มข้าวอ่ะค่ะ แต่ตัวเบากว่าเยอะนะ แล้วก็รู้สึกว่าอืมไม่อยากได้อะไรแล้ว ไม่รู้สึกอยากขอหรืออธิษฐานอะไรอีกแล้ว แค่นี้เลยแค่นี้พอแล้วจริงๆ พวกเราใช้เวลาในการไหว้พระและถ่ายรูปอยู่ที่วัดนานพอควร แล้วก็ถึงเวลาที่จะไปช้อปปิ้งแล้ว เย้</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/12/IMG_3310.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1274" title="Lok mo lee temple 02" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/12/IMG_3310-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/12/Photo0415.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1275" title="Lok mo lee temple 03" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/12/Photo0415-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/12/Photo0419.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1276" title="Lok mo lee temple 04" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/12/Photo0419-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/12/Photo0422.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1277" title="Lok mo lee temple 05" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/12/Photo0422-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/12/Photo0429.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1278" title="Lok mo lee temple 06" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/12/Photo0429-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></a></p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">ถนนคนเดินวันอาทิตย์ ถนนท่าแพ</span></strong></p>
<p>แล้วเราก็มาถึงแหล่งช้อปปิ้งที่ตั้งตาคอย ถนนท่าแพ จุดเริ่มต้นของพวกเราเป็นต้นถนนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัดพระสิงห์ พวกเราขอแวะไปไหว้พระกันอีกสักทีก่อเริ่มช้อป วัดพระสิงห์เป็นวัดอีกวัดทีสวยงามและเป็นวัดที่ทรายตั้งใจอยากไปไหว้เหมือนกัน เชียงใหม่เป็นเมืองที่มีวัดเยอะมากๆ ระหว่างที่เราเดินช้อปปิ้งที่ถนนท่าแพจะพบว่ามีวัดอยู่ตลอดสองข้างทางซึ่งดีนะ ทรายชอบอ่ะ เป็นวัดเก่าๆ ทั้งนั้นเลย ^^</p>
<p>แต่คราวนี้พวกเราไม่ได้แวะเข้าไปนะ คงแวะไปไหว้กันไม่ไหวล่ะเยอะจริงๆ เลยเดินช้อปปิ้งกันอย่างเดียว จะบอกว่าพ่อค้าแม่ค้าที่ถนนท่าแพหน้าตาคุ้นมากๆ เท่าที่สังเกตก็จะเป็นพ่อค้าแม่ค้าที่มาจากถนนคนเดินวันเสาร์นั่นหล่ะค่ะ 55 แต่แม่ค้าที่น่ารักนะ ใจดี ใจเย็น พูดเพราะชอบจังเลย เห็นแม่ค้าที่แล้วนึกถึงแม่ตัวเองแอบคิดว่าถ้าวันหน้าเหลือกันอยู่สองคนแม่ลูกก็อยากจะมาอยู่เชียงใหม่ เราอาจจะหางานทำที่นี่ส่วนแม่อาจจะให้ทำงานฝีมือเล่นๆ แล้วมานั่งขายของกันสองคนที่ถนนคนเดิน เพราะเห็นว่าแม่เป็นคนชอบทำงานฝีมือเลยนึกถึงแบบนี้น่ะค่ะ ระหว่างที่เดินช้อปเราก็ขอเติมพลังด้วยข้าวต้ม 1 บาท คือข้าวต้มอ่ะถ้วยละ 1 บาท ส่วนกับข้าวก็ราคาปรกติ เหมือนร้านอื่นทั่วไป 55 ก็อร่อยดีค่ะ</p>
<p>หลังจากนั้นเราก็เดินช้อปกันต่อจนสุดถนนท่าแพ หลังจากนั้นเราก็กลับโรงแรมไปเอากระเป๋าแล้วก็เตรียมตัวกลับกรุงเทพฯ เป็นเวลาที่ไม่อยากให้มาถึงเลย ไม่อยากกลับกรุงเทพเลย อยากอยู่เชียงใหม่ก็ถือเป็นอันจบทริปเชียงใหม่ทั้ง 3 วันที่สนุก อิ่ม และมีความสุขมากๆ ตั้งใจว่าจะพยายามไปเที่ยวเชียงใหม่ทุกปี หาตั๋วบินถูกๆ ไปกับเพื่อนที่รู้ใจ อยู่ด้วยแล้วสบายใจไปด้วยกัน ไม่ต้องไปเที่ยวตามสถานที่เหมือนกรุ๊ปทัวร์ก็ได้ ไปมีชีวิตอยู่ในเมืองเชียงใหม่เฉยๆ ก็ได้อยาก ขอแค่ได้ไปพักผ่อนแค่นี้ก็ได้นะ พอใจล่ะ อิอิ ก็เลยตั้งใจว่าจะพยายามหาทางไปทุกทีปีให้ได้ หรือให้ไปอยู่เลยก็ได้นะ อิอิ เป็นอันจบทริปแล้วค่า ขอบคุณที่ติดตามและอ่านกันนะคะ ส่วนคราวหน้าจะพาไปเที่ยวไหนรอติดตามกันค่า ^^</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.maeyingzine.com/2010/12/06/chiang-mai-trip-day-iii/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไปเต๊อะ ไปแอ่ว จ.เจียงใหม่ (ภาคต่อจ้า)</title>
		<link>http://www.maeyingzine.com/2010/12/04/chiang-mai-trip-day-ii/</link>
		<comments>http://www.maeyingzine.com/2010/12/04/chiang-mai-trip-day-ii/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Dec 2010 14:29:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Maeyingzine</dc:creator>
				<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[ถนนคนเดินเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยวเชียงใหม่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.maeyingzine.com/?p=1257</guid>
		<description><![CDATA[แหะๆ หลังจากหายไปหลายอาทิตย์ -/\- ไปแอ่วเจียงใหม่กันต่อดีกว่าค่า หลังจากเที่ยววันแรกดูจะสบายๆ เพราะเวลาที่มีน้อยเลยไปไหนไกลไม่ค่อยได้ อีกอย่างเหมือนทริปคนแก่เลย ลำบากไม่เอา ขอสบายๆ แถมเน้นกินอย่างเดียวด้วย 555 ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปหลายดอยเลยแต่ทำไปทำมาเหลือแค่ดอยสุเทพดอยเดียว เพราะเวลาไม่พอ เริ่มตั้งแต่เช้าเลยกันดีเลยดีกว่า จุดหมายแรกเราไปที่วัดถ้ำเชียงดาว วัดถ้ำเชียงดาว ที่นี่บริเวณหน้าถ้ำจะมีแอ่งน้ำที่ใสมากและปลาตัวใหญ่มาก สามารถให้อาหารปลาได้ ส่วนในถ้ำก็จะมีพระให้เข้าไปไหว้ได้ สามารถเดินเข้าไปประมาณ 300 – 500 เมตรก็ถึงแล้วค่ะ ส่วนบริเวณในถ้ำก็จะมีหินงอกหินย้อยให้เดินชมได้ เสียค่าตะเกียงน้ำมัน 100 บาท จะเข้าไปกี่คนก็ได้ แต่เข้าถ้ำขอบายเลย เพราะไม่ชอบเข้าถ้ำ เข้าไปทีไรแล้วรู้สึกกลัวมากๆ ทุกที พอไหว้พระในถ้ำเสร็จก็ออกมาเดินถ่ายรูปแล้วก็ไหว้พระที่บริเวณด้านนอกอีกที แล้วก็กลับเพราะไม่มีอะไรให้เที่ยวมากนัก ร้านอาหารกาแล หลังจากนั้นก็กลับเข้าตัวเมืองเพื่อไปทานอาหารที่ร้านกาแล ที่นี่ขึ้นชื่อว่าวิวสวยเพราะอยู่ติดริมอ่างเก็บน้ำ แล้วก็ปลูกดอกไม้สีสันสวยงามไว้เยอะมาก แล้วก็ดอกโตด้วย พอพวกเราไปถึงแล้วแทบจะลืมหิว มัวแต่ตะลึงตะลานกับความงามของดอกไม้ และด้วยความหิวมื้อนี้พวกเราไม่รอที่จะถ่ายรูปอาหารแล้ว พออาหารมาปุ๊บลงมือทานกันปั๊บเรียกว่าลืมพิธีการถ่ายรูปอาหารไปชั่วขณะ 55 จริงๆ ร้านกาแลขึ้นชื่อว่าเป็นร้านอาหารที่อร่อยและมีบรรยากาศสวยเป็นอันดับ 2 รองจากร้านผาลาด ตะวันรอนเลยนะคะ ถ้าไปทานช่วงกลางคืนจะได้บรรยากาศสวยๆ ชิลๆ อีกแบบ หลังจากอิ่มแล้ว เราก็ยังเสียเวลาอยู่กับการถ่ายรูปที่ร้านกาแลกันต่อ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>แหะๆ หลังจากหายไปหลายอาทิตย์ -/\- ไปแอ่วเจียงใหม่กันต่อดีกว่าค่า หลังจากเที่ยววันแรกดูจะสบายๆ เพราะเวลาที่มีน้อยเลยไปไหนไกลไม่ค่อยได้ อีกอย่างเหมือนทริปคนแก่เลย ลำบากไม่เอา ขอสบายๆ แถมเน้นกินอย่างเดียวด้วย 555 ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปหลายดอยเลยแต่ทำไปทำมาเหลือแค่ดอยสุเทพดอยเดียว เพราะเวลาไม่พอ เริ่มตั้งแต่เช้าเลยกันดีเลยดีกว่า จุดหมายแรกเราไปที่วัดถ้ำเชียงดาว</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">วัดถ้ำเชียงดาว</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="color: #0000ff;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/12/IMG_3102.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1259" title="Chiang dao temple" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/12/IMG_3102-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></span></strong></p>
<p>ที่นี่บริเวณหน้าถ้ำจะมีแอ่งน้ำที่ใสมากและปลาตัวใหญ่มาก สามารถให้อาหารปลาได้ ส่วนในถ้ำก็จะมีพระให้เข้าไปไหว้ได้ สามารถเดินเข้าไปประมาณ 300 – 500 เมตรก็ถึงแล้วค่ะ ส่วนบริเวณในถ้ำก็จะมีหินงอกหินย้อยให้เดินชมได้ เสียค่าตะเกียงน้ำมัน 100 บาท จะเข้าไปกี่คนก็ได้ แต่เข้าถ้ำขอบายเลย เพราะไม่ชอบเข้าถ้ำ เข้าไปทีไรแล้วรู้สึกกลัวมากๆ ทุกที พอไหว้พระในถ้ำเสร็จก็ออกมาเดินถ่ายรูปแล้วก็ไหว้พระที่บริเวณด้านนอกอีกที แล้วก็กลับเพราะไม่มีอะไรให้เที่ยวมากนัก</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">ร้านอาหารกาแล</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="color: #0000ff;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/12/IMG_3126.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1260" title="ka lae restaurant " src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/12/IMG_3126-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></span></strong></p>
<p>หลังจากนั้นก็กลับเข้าตัวเมืองเพื่อไปทานอาหารที่ร้านกาแล ที่นี่ขึ้นชื่อว่าวิวสวยเพราะอยู่ติดริมอ่างเก็บน้ำ แล้วก็ปลูกดอกไม้สีสันสวยงามไว้เยอะมาก แล้วก็ดอกโตด้วย พอพวกเราไปถึงแล้วแทบจะลืมหิว มัวแต่ตะลึงตะลานกับความงามของดอกไม้ และด้วยความหิวมื้อนี้พวกเราไม่รอที่จะถ่ายรูปอาหารแล้ว พออาหารมาปุ๊บลงมือทานกันปั๊บเรียกว่าลืมพิธีการถ่ายรูปอาหารไปชั่วขณะ 55 จริงๆ ร้านกาแลขึ้นชื่อว่าเป็นร้านอาหารที่อร่อยและมีบรรยากาศสวยเป็นอันดับ 2 รองจากร้านผาลาด ตะวันรอนเลยนะคะ ถ้าไปทานช่วงกลางคืนจะได้บรรยากาศสวยๆ ชิลๆ อีกแบบ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/12/IMG_3143.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1261" title="Lilly at ka lae restaurant" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/12/IMG_3143-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/12/IMG_3154.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1262" title="Lilly at ka lae restaurant 02" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/12/IMG_3154-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1263" title="Lilly at ka lae restaurant 03" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/12/IMG_3157-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1264" title="garden at ka lae restaurant " src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/12/IMG_3138-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></p>
<p>หลังจากอิ่มแล้ว เราก็ยังเสียเวลาอยู่กับการถ่ายรูปที่ร้านกาแลกันต่อ เพราะดอกไม้ที่นี้สวยมากจริงๆ หลังจากนั้นเราก็มุ่งหน้าไปดอยสุเทพกัน ตอนแรกตั้งใจว่าจะไป ดอยสุเทพ พระตำหนักภูพิงค์ แต่ด้วยเวลาไม่พอแล้วก็เลยได้ไปแค่ดอยสุเทพไหว้พระทันใจเพียงที่เดียว</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">ดอยสุเทพ</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="color: #0000ff;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/12/IMG_3172.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1265" title="doi sutep" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/12/IMG_3172-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></a></span></strong></p>
<p>เสียดายที่วันที่ไปนั้นดอยสุเทพยังมีการบูรณะอยู่เลยถ่ายรูปออกมาไม่สวยเท่าไหร่ พวกเราก็เลยได้แค่ไหว้พระธาตุฯ และหลวงพ่อทันใจ รู้สึกแปลกกับคนที่รับถ่ายรูปให้กับนักท่องเที่ยว มันแปลกตรงที่ถ่ายรูปเราจริงนั่นแหละแต่เอาเราไปตัดต่อกับฉากที่เป็นพระธาตุฯ เลยรู้สึกว่าเอ่อ ถ้างั้นเราอยู่กรุงเทพฯแล้วไปตัดต่อเอาฉากพระธาตุฯ เองก็ได้มั้ง ไม่ต้องมาถึงเชียงใหม่แล้วใช้วิธีนี้หรอก แต่ก็เข้าใจนะว่าเป็นเพราะกล้องไม่สามารถเก็บภาพได้ทั้งหมด แต่มันก็แปลกๆ อยู่ดีอ่ะ หลังจากที่เราไหว้พระกันเสร็จเรียบร้อยแล้วต่อไปก็ถึงเวลาช้อปปิ้งแล้ว</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">ถนนคนเดินวันเสาร์ ถนนวัวลาย</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="color: #0000ff;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/12/Photo0386.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1266" title="waulai shopping street" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/12/Photo0386-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></span></strong></p>
<p>เค้าบอกว่าถนนคนเดินวันเสาร์นี้น้อยกว่าถนนคนเดินวันอาทิตย์ แต่พอไปเดินจริงๆ แล้วก็รู้สึกว่าเยอะอยู่เหมือนกันนะ ไม่ได้น้อยเลย เริ่มต้นที่ถนนก็ได้นาฬิกาของตัวเองมาก่อนเลยชิ้นแรก อิอิ จริงๆ แล้วนาฬิกาแบบนี้ก็มีนะที่กรุงเทพฯ เคยถามแถวสยามมาแล้วแต่ราคาแพงกว่าเกือบ 100 นึง พอเห็นที่นี่ถูกกว่าแล้วชอบก็เลยรีบเอาเลย ของที่ส่วนใหญ่ก็ทำมาเพื่อเป็นของฝากล่ะ ต้องมีตราประทับว่า “เชียงใหม่, ถนนคนเดินวัวลาย” อะไรทำนองนี้ แต่ชอบของที่นี่มากๆ เลยนะ ส่วนใหญ่เป็นของทำมือเองทั้งนั้น อยากบอกว่าของที่นี่ราคาถูกกว่ากรุงเทพฯอีกอ่ะ ชอบจัง เคยแอบคิดว่าถ้าเราได้อยู่เชียงใหม่จริง ชั้นจะมาเดินมันทุกอาทิตย์มั้ยเนี่ย 555 เพราะปรกติเป็นคนชอบเดินช้อปปิ้งแบบนี้มากๆ ขนาดว่าถนนเส้นนี้น้อยกว่าถนนคนเดินวันอาทิตย์นะ แต่พวกเราก็เดินได้ไม่ครบทั้งเส้นเพราะว่าต้องไปทานอาหารมื้อค่ำต่อ</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">ร้านสลุง</span></strong></p>
<p>เนื่องจากพวกเราซื้อบัตรที่ลดราคาจากในเน็ทมา เลยโทรไปจองโต๊ะเค้าไว้ แล้วทางร้านก็โทรมาตามว่าจะเข้าไปทานไหม ตอนแรกก็เข้าใจว่าอาจจะเป็นเพราะคนเยอะหรือไร เกรงว่าเราจองแล้วไม่ไป จะได้ให้โต๊ะคนอื่นไป พวกเราก็เลยเดินช้อปกันไม่ครบต้องไปทานอาหารก่อน พอไปถึงที่ร้านแล้วแอบตกใจนิดนึง จริงๆ ก็ไม่นิดนึงนะ ค่อนข้างมากเลยล่ะ 55 เพราะว่าทั้งร้านไม่มีใครเข้ามาทานเลย แต่มีนักดนตรีร้องเพลงสดนะ เค้าก็ร้องของเค้าไปอย่างนั้นคนเดียว โดยที่ไม่มีลูกค้าเลย แอบสงสารอ่ะ แต่ที่น่าแปลกมากขึ้นอีกก็ตรงที่ว่า อาหารที่ร้านอร่อยมาก โดยเฉพาะปลาทอดน้ำปลา และห่อหมกขนมครก สั่งเบิ้ลกันเลยทีเดียว แต่แปลกมากที่ไม่ลูกค้า ทั้งที่เป็นวันเสาร์ด้วย หลังจากกินเสร็จหนิ่มหนำสำราญก็ได้เวลากลับที่พักชาร์จแบตแล้ว เป็นอันจบทริปวันที่ 2 อย่างไม่ค่อยเหนื่อยอีกเหมือนกัน 55</p>
<p>&#8212; ติดตามทริปวันที่ 3 กันต่อคราวหน้านะค๊า &#8211;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.maeyingzine.com/2010/12/04/chiang-mai-trip-day-ii/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไปเต๊อะ ไปแอ่ว จ.เจียงใหม่</title>
		<link>http://www.maeyingzine.com/2010/11/21/chiang-mai-trip-day-i/</link>
		<comments>http://www.maeyingzine.com/2010/11/21/chiang-mai-trip-day-i/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 21 Nov 2010 13:14:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Maeyingzine</dc:creator>
				<category><![CDATA[Travel]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.maeyingzine.com/?p=1223</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงปลายปีนี่นึกอะไรไม่ค่อยออก นอกจากเรื่องเที่ยวจริงๆ นะ อิอิ สำหรับทริปนี้จะไปเที่ยวเชียงใหม่ค่ะ พอดีได้ตั๋วบินราคาถูกของ AirAsia และก็ได้ห้องพักของ Mercue ราคาถูกเช่นกัน ตั๋วเครื่องบินจองช่วงที่เป็นโปรโมชั่นไป-กลับ 750 บาท ส่วนห้องพักจองในงานเที่ยวไทย 2 คืน 1500 บาท นอน 2 คนก็หารคนละครึ่งเหลือแค่ 750 บาท ถูกมากๆ ไปทั้งหมด 3 วัน 2 คืนค่ะ วันแรกบินไปตอน 10.30 น.ถึงโน่นก็ประมาณเที่ยงพอดี เราก็ได้พี่ช้างใจดี เป็นเพื่อนกับ @Ajbomb มารับเราที่สนามบินพาไปส่งโรงแรม แล้วก็รอพวกเราสาวๆ เก็บของ ขอแอบสารภาพหน่อยว่าด้วยความเป็นผู้หญิงเลยแบบเก็บของนาน โน่นนี่ จีกจิ๊ก นานจนเราแอบลืมไปเลยว่าพี่ช้างรออยู่ที่ลอบบี้ด้านล่าง &#8211; -&#8217; เสร็จแล้วเราก็ไปทานข้าวซอยกัน ตอนแรกพี่ช้างถามว่าอยากกินอะไร พวกเราก็บอกแล้วว่าอยากกินข้าวซอยเสมอใจ แต่พี่ช้างบอกว่าพี่มีร้านเด็ดอยากแนะนำกว่าคือเย็นตาโฟ &#8211; -‘ พวกเราเลยแอบอึ้งไปนิดนึงด้วยความงง นึกว่าจะพาไปร้านข้าวซอยอื่นที่อร่อยกว่า เลยบอกไปว่าไม่เอาไม่อยากกินเย็นตาโฟ เย็นตาโฟที่กรุงเทพก็มีนะ (พี่ช้างเค้าใจดีมารับส่งแล้วยังแอบไปเรื่องมากอีกแน่ะ) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงปลายปีนี่นึกอะไรไม่ค่อยออก นอกจากเรื่องเที่ยวจริงๆ นะ อิอิ สำหรับทริปนี้จะไปเที่ยวเชียงใหม่ค่ะ พอดีได้ตั๋วบินราคาถูกของ AirAsia และก็ได้ห้องพักของ Mercue ราคาถูกเช่นกัน ตั๋วเครื่องบินจองช่วงที่เป็นโปรโมชั่นไป-กลับ 750 บาท ส่วนห้องพักจองในงานเที่ยวไทย 2 คืน 1500 บาท นอน 2 คนก็หารคนละครึ่งเหลือแค่ 750 บาท ถูกมากๆ ไปทั้งหมด 3 วัน 2 คืนค่ะ</p>
<p>วันแรกบินไปตอน 10.30 น.ถึงโน่นก็ประมาณเที่ยงพอดี เราก็ได้พี่ช้างใจดี เป็นเพื่อนกับ @Ajbomb มารับเราที่สนามบินพาไปส่งโรงแรม แล้วก็รอพวกเราสาวๆ เก็บของ ขอแอบสารภาพหน่อยว่าด้วยความเป็นผู้หญิงเลยแบบเก็บของนาน โน่นนี่ จีกจิ๊ก นานจนเราแอบลืมไปเลยว่าพี่ช้างรออยู่ที่ลอบบี้ด้านล่าง &#8211; -&#8217; เสร็จแล้วเราก็ไปทานข้าวซอยกัน ตอนแรกพี่ช้างถามว่าอยากกินอะไร พวกเราก็บอกแล้วว่าอยากกินข้าวซอยเสมอใจ แต่พี่ช้างบอกว่าพี่มีร้านเด็ดอยากแนะนำกว่าคือเย็นตาโฟ &#8211; -‘ พวกเราเลยแอบอึ้งไปนิดนึงด้วยความงง นึกว่าจะพาไปร้านข้าวซอยอื่นที่อร่อยกว่า เลยบอกไปว่าไม่เอาไม่อยากกินเย็นตาโฟ เย็นตาโฟที่กรุงเทพก็มีนะ (พี่ช้างเค้าใจดีมารับส่งแล้วยังแอบไปเรื่องมากอีกแน่ะ) เพิ่งมารู้ว่าเย็นตาโฟที่เชียงใหม่เค้าก็ขึ้นชื่อเหมือนกัน</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">ข้าวซอยเสมอใจ</span></strong></p>
<p>และแล้วก็ด้วยความต้องการของสาวๆ พี่ช้างเลยต้องพาเราไปกินข้าวซอยเสมอใจแทน 55 ข้าวซอยเสมอใจรสชาติไม่เหมือนข้าวซอยที่กรุงเทพนะ เราว่าอร่อยกว่าเยอะ น้ำแกงหอมกว่า มันกว่า อร่อยกว่า และอีกเมนูที่อร่อยของร้านนี้คือไก่ย่าง ใครไปต้องลองสั่งดูนะ แล้วก็มีไส้อั่ว แต่ไส้อั่วนี่เรากินแล้วก็รู้สึกเฉยๆ พออิ่มหนำแล้วต่อไปก็หากาแฟด่วนๆ ตั้งแต่เช้าถึงบ่ายกาแฟยังไม่ตกถึงท้องเลย พอไม่ได้กินแล้วรู้สึกว่าร่างกายไม่ตื่น ไม่กระเตื้องเลย</p>
<p><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_2990.jpg"><img class="size-medium wp-image-1224 alignnone" title="kao soi " src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_2990-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_2988.jpg"><img class="size-medium wp-image-1225 alignnone" title="sai ouw" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_2988-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">ร้านกาแฟ เจียงใหม่</span></strong></p>
<p><strong><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/Photo0371.jpg"><img class="size-medium wp-image-1226 alignnone" title="chiang mai coffee shop" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/Photo0371-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></a><br />
</strong></p>
<p>แล้วก็เจอร้านกาแฟน่ารักๆ ชื่อว่า “เจียงใหม่” อยู่เยื้องๆ กับร้านข้าวซอยเสมอใจ ร้านนี้ตกแต่งน่ารักมาก ส่วนใหญ่จะตกแต่งด้วยไม้ และภาพวาดแบบศิลปะ เจ้าของร้านเป็นผู้ชายก็มีอายุนิดนึงดูแบบเป็นคนศิลป์หน่อยๆ เค้าบอกว่าเปิดมา 2 ปีแล้ว แต่ยังแต่งร้านไม่เสร็จ เคยเปิดอยู่ช่วงนึงแล้วก็ปิดไป ตอนนี้ก็เริ่มเปิดใหม่ ตกแต่งใหม่อีกครั้ง ทางเข้าเต็มไปด้วยต้นไม้ดูร่มรื่นดี แล้วก็มีเก้าอี้ตัวเล็กๆ เป็นชุดลายหมีให้นั่ง น่ารักมาก ข้างในก็จะมีชุดโต๊ะสูงปรกติ อีกมุมก็จะให้บรรยากาศแบบนั่งอยู่ท่ามกลางต้นไม้หรือสวนหน่อย กาแฟที่นี่ราคาไม่แพงเลย แก้วใหญ่มากราคา 50 บาทเอง ซึ่งถ้าเป็นที่กรุงเทพคิดแล้วคงประมาณ 60 – 80 บาทได้ล่ะ</p>
<p><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/Photo0372.jpg"><img class="size-medium wp-image-1227 alignnone" title="chiang mai coffee shop 02" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/Photo0372-254x300.jpg" alt="" width="254" height="300" /></a></p>
<p><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/Photo0374.jpg"><img class="size-medium wp-image-1228 alignnone" title="chiang mai coffee shop 03" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/Photo0374-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/Photo0375.jpg"><img class="size-medium wp-image-1229 alignnone" title="cappucina " src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/Photo0375-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></a></p>
<p><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_2993.jpg"><img class="size-medium wp-image-1230 alignnone" title="chiang mai coffee shop 04" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_2993-202x300.jpg" alt="" width="202" height="300" /></a></p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">น้ำพุร้อนสันกำแพง</span></strong></p>
<p><strong><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_3024.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1231" title="IMG_3024" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_3024-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></strong></p>
<p>ด้วยเวลาที่ดูแล้วคงไปเที่ยวไหนไกลมากไม่ได้ เลยไปแช่น้ำพุร้อนที่สันกำแพงแทน คราวนี้เราเกรงใจพี่ช้างเลยจ้างรถแดงไปน้ำพุร้อนแทน ราคา 650 บาทอันนี้ต่อแล้วนะ ไปถึงบ่อน้ำพุร้อนก็บ่าย 4 โมงกว่าได้แล้วล่ะ ก็เดินไปถ่ายรูปไป ที่ขาดไม่ได้ก็คือต้องต้มไข่ (ทำไมนะ) ที่น้ำพุร้อนถ้าอยากแช่แค่เท้าก็สามารถนั่งริมทางได้เลย ส่วนใครที่อยากแช่น้ำพุร้อนทั้งตัว เค้าก็มีโซนที่เป็นสระเหมือนสระว่ายน้ำแต่เป็นน้ำพุร้อนให้ลงไปแช่ทั้งตัวได้ หรือใครไม่อยากแช่เลยอยากจะนวดก็มี นวดเท้า นวดตัวก็ว่าไป การได้แช่เท้าลงในน้ำร้อนๆ เนี่ยช่วยให้รู้สึกสบายมากขึ้นจริงๆ นะ แต่เวลาที่เราแช่เท้าในน้ำพุร้อนผิวเรามักจะลื่นๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสารหรือแร่ธาตุที่มีอยู่ในน้ำพุร้อนหรือเปล่า จากบ่อน้ำพุร้อนเราออกมาก็ประมาณ 6 โมงเย็นแล้ว แอบโดนพี่คนขับรถแดงงอลใส่ด้วย เค้าบอกว่าเนี่ยรอนานมันมืดแล้ว กะว่าจะกลับไม่รอแล้วเนี่ย 555</p>
<p><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_3049.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1232" title="IMG_3049" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_3049-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_3046.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1233" title="IMG_3046" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_3046-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p><strong><br />
<span style="color: #0000ff;"> ถนนนิมมานเหมินทร์</span></strong></p>
<p><strong><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_3063.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1234" title="Nimmanhamin street" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_3063-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></strong></p>
<p>เสร็จจากบ่อน้ำพุร้อนเราก็ไปเดินถนนนิมมานเหมินทร์กันต่อ ที่นี่มีร้านสวยๆ เยอะมาก ทั้งร้านอาหาร ร้านนม ร้านเค้ก แม้แต่ร้านเสื้อผ้าก็ยังตกแต่งอย่างสวยเลย สุดท้ายเราก็เลยแวะไปที่ร้าน พิน็อคคิโอ เป็นร้านนั่งดื่มแต่ก็มีอาหารและดนตรีสด ข้างนอกก็นั่งรับลมเย็นๆ ได้ ส่วนข้างในก็จะได้ดูดนตรีสดและอยู่ในห้องแอร์ วันนั้นเราไปข้างนอกคนค่อนข้างเยอะเลยเข้าไปนั่งข้างในเลย ถ้าให้นั่งดื่มคุย แบบชิลๆ ก็ถือว่าโอเคนะ แต่ถ้าจะให้นั่งกินข้าวอยากบอกว่าอาหารมาช้ามากๆๆๆๆๆๆๆ มากขนาดว่าพวกเราต้องยกเลิกอาหารที่สั่งไปเลย แต่ที่นี่พนักงานเค้าก็น่ารักนะมี Service Mind ดี ด้วยความที่ร้านมันมืดๆ มองเมนูอาหารไม่ค่อยเห็น พี่ก็เรียกน้องพนักงานมาถาม น้องเค้าก็ไม่เห็นเหมือนกัน ก็เลยหยิบไฟฉายอันเป้งๆ ขึ้นมาแล้วส่องให้ดู 555 แบบว่าโอเค สว่างชัดเจนมาก น้องเค้าก็พกไฟฉายติดตัวเลยนะ ก็น่ารักดี</p>
<p><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_3065.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1235" title="IMG_3065" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_3065-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_3066.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1236" title="IMG_3066" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_3066-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_3067.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-1237" title="IMG_3067" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_3067-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">ร้านสบายดี</span></strong></p>
<p>เสร็จแล้วเราก็แวะไปเยี่ยมที่ร้านพี่ช้างซะหน่อย “ร้านสบายดี” อยู่ถนนนิมมานเหมินทร์ ซอย5 ก็ไปนั่งคุยกับ <a href="http://twitter.com/Ajbomb" target="_blank">@Ajbomb</a> <a href="http://twitter.com/Gurugooroo" target="_blank">@Gurugooroo</a> เป็นครั้งแรกที่ได้เจอกับพวกพี่ๆ ดีใจมากค่ะ พี่ช้างบอกว่าที่ร้านเนี่ยมีร้านปลาหมึกปิ้งที่คนเข้าคิวยาวมาก พอไปถึงร้านพวกเราก็อยากหาร้านปลาหมึกปิ้งที่ว่านะ ตอนแรกก็นึกว่าเป็นร้านเลย ที่ไหนได้มันเป็นแค่รถเข็นปลาหมึกปิ้งนั่นเอง แปลกที่ว่าปลาหมึกปิ้งที่นี่เค้าไม่บดให้นะ ปิ้งมาเป็นตัวก็กินเป็นตัวไป จะบอกว่ามันเหนียวมาก &gt; &lt; พวกพี่ๆ พี่ช้าง @Ajbomb บอกว่าถ้าอยากกินปลาหมึกปิ้งที่เชียงใหม่ต้องเอาเครื่องบดมาเอง ที่นี่ไม่มีเครื่องบดให้ 555 สุดท้ายต้องขอบคุณ @Ajbomb และพี่ช้าง ที่พาพวกเราไปส่งที่โรงแรม ก่อนถึงโรงแรมอ.บอมบ์ยังพาทัวร์เมืองเชียงใหม่ตอนกลางคืนก่อน 1 รอบ เห็นร้านเหล้า ผับ บาร์เยอะแยะ ชีวิตกลางคืนที่เชียงใหม่มันก็ไม่ได้เงียบสงบสวยงามอย่างที่คิดเท่าไหร่นะ แต่ยังไงซะก็ยังอยากไปอยู่เชียงใหม่อยู่ดี ^^ อย่างน้อยก็คงไม่ได้เจริญก็เสื่อมโทรมเท่าบางกอกหรอก(มั้ง) ^_^ จบแล้วจ้าเที่ยววันแรก เดี๋ยวจะอัพเดทเป็นวันๆ นะคะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.maeyingzine.com/2010/11/21/chiang-mai-trip-day-i/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ร้านเค้กอร่อย Love at First Bite</title>
		<link>http://www.maeyingzine.com/2010/11/13/love-at-first-bite/</link>
		<comments>http://www.maeyingzine.com/2010/11/13/love-at-first-bite/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 13 Nov 2010 13:24:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Maeyingzine</dc:creator>
				<category><![CDATA[Coffee Terrace]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[cake]]></category>
		<category><![CDATA[coffee]]></category>
		<category><![CDATA[coffee shop]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านเค้ก]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านเค้กในเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยวเชียงใหม่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.maeyingzine.com/?p=1197</guid>
		<description><![CDATA[มาอัพเดทร้านกาแฟ และร้านเค้กอร่อยๆ ตามสัญญาค่า คราวนี้พาไปไกลถึง จ.เชียงใหม่กันเลยทีเดียว ร้านเค้กอร่อย Love at First Bite ร้านนี้อยู่ในซอยเล็กๆ ค่อนข้างหายาก อีกอย่างถ้าใครที่ไปเที่ยวแบบไม่มีรถยนต์ไปด้วยบอกเลยว่าค่อนข้างจะเดินทางลำบากนิดนึง ขนาดตอนไปมีรถพี่ที่รู้จักพาไปยังหลงทางกันไป 1 รอบเลย &#8211; -&#8217; แต่ถ้าไปแบบไม่มีรถจริงๆ ลองเช่ารถสองแถวหรือรถแดงให้พาไปก็ได้ค่ะ ร้านนี้ตั้งอยู่ซอยหลังโรงเรียนเชียงใหม่คริสเตียน ใกล้สะพานนวรัฐ แนะนำว่าอย่าลืมปริ้นท์แผนที่ หรือดูแผนที่มาให้ดีก่อนให้รถแดงพาไปด้วยนะคะ สำหรับคนรักเค้กและกาแฟ อย่าเพิ่งท้อใจ เพราะบอกได้คำเดียวว่าคุ้มค่ากับการเดินทางลำบากแน่นอน เพราะที่นี่เค้ามีชื่อมากๆ เรื่องเค้กอร่อย มีคนมาทานเยอะมากๆ ถึงกับต้องต่อแถวกันเลยทีเดียว เมื่อไปถึงที่ร้านถึงกับตกใจเพราะว่าคนแน่นร้านมากๆ ที่นั่งจะแบ่งเป็น 2 ส่วนส่วนที่เป็นห้องแอร์ กับ open air ใต้ร่มไม้ ที่ร้านนี้มีต้นไม้เยอะมาก ดูร่มรื่นดีค่ะ แต่คงเป็นเพราะวันที่ไปเป็นวันอาทิตย์คนเลยเยอะไปนิดนึง ไปถึงก็เริ่มสั่งด้วยของหนักก่อนเลยคือมักกะโรนีชีส ตามด้วยพายไก่ รสชาติอร่อยดีค่ะแต่ก็ยังไม่ได้รู้สึกว่าอร่อยเทพจนลืมไม่ลง มักกะโรนีชีส พายไก่ ตามด้วยกาแฟ ใจจริงแล้วทรายอยากสั่งคาปูชิโน่มากเลยนะ แต่ด้วยความรู้สึกที่ว่าเมื่อเรามาร้านกาแฟหรือร้านเค้กข้างนอกแล้ว มันต้องลองกาแฟแปลกๆ ที่เป็นจุดเด่นของร้านที่ที่อื่นไม่มีสิ เพื่อลองของแปลกของใหม่ คาปูชิโน่ที่เราชอบน่ะสั่งที่ไหนเมื่อไหร่ก็มี เพราะฉะนั้นด้วยความลองของเลยสั่ง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มาอัพเดทร้านกาแฟ และร้านเค้กอร่อยๆ ตามสัญญาค่า คราวนี้พาไปไกลถึง จ.เชียงใหม่กันเลยทีเดียว ร้านเค้กอร่อย Love at First Bite ร้านนี้อยู่ในซอยเล็กๆ ค่อนข้างหายาก อีกอย่างถ้าใครที่ไปเที่ยวแบบไม่มีรถยนต์ไปด้วยบอกเลยว่าค่อนข้างจะเดินทางลำบากนิดนึง ขนาดตอนไปมีรถพี่ที่รู้จักพาไปยังหลงทางกันไป 1 รอบเลย &#8211; -&#8217; แต่ถ้าไปแบบไม่มีรถจริงๆ ลองเช่ารถสองแถวหรือรถแดงให้พาไปก็ได้ค่ะ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_3265.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1198" title="love at first bite" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_3265-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>ร้านนี้ตั้งอยู่ซอยหลังโรงเรียนเชียงใหม่คริสเตียน ใกล้สะพานนวรัฐ แนะนำว่าอย่าลืมปริ้นท์แผนที่ หรือดูแผนที่มาให้ดีก่อนให้รถแดงพาไปด้วยนะคะ สำหรับคนรักเค้กและกาแฟ อย่าเพิ่งท้อใจ เพราะบอกได้คำเดียวว่าคุ้มค่ากับการเดินทางลำบากแน่นอน เพราะที่นี่เค้ามีชื่อมากๆ เรื่องเค้กอร่อย มีคนมาทานเยอะมากๆ ถึงกับต้องต่อแถวกันเลยทีเดียว</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_3267.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1200" title="love at first bite 02" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_3267-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_3273.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1201" title="love at first bite 03" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_3273-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>เมื่อไปถึงที่ร้านถึงกับตกใจเพราะว่าคนแน่นร้านมากๆ ที่นั่งจะแบ่งเป็น 2 ส่วนส่วนที่เป็นห้องแอร์ กับ open air ใต้ร่มไม้ ที่ร้านนี้มีต้นไม้เยอะมาก ดูร่มรื่นดีค่ะ แต่คงเป็นเพราะวันที่ไปเป็นวันอาทิตย์คนเลยเยอะไปนิดนึง ไปถึงก็เริ่มสั่งด้วยของหนักก่อนเลยคือมักกะโรนีชีส ตามด้วยพายไก่ รสชาติอร่อยดีค่ะแต่ก็ยังไม่ได้รู้สึกว่าอร่อยเทพจนลืมไม่ลง</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_3281.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1202" title="macaroni cheese " src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_3281-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /> </a>มักกะโรนีชีส<a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_3284.jpg"></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_3284.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1203" title="chicken pie " src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_3284-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /> </a>พายไก่</p>
<p>ตามด้วยกาแฟ ใจจริงแล้วทรายอยากสั่งคาปูชิโน่มากเลยนะ แต่ด้วยความรู้สึกที่ว่าเมื่อเรามาร้านกาแฟหรือร้านเค้กข้างนอกแล้ว มันต้องลองกาแฟแปลกๆ ที่เป็นจุดเด่นของร้านที่ที่อื่นไม่มีสิ เพื่อลองของแปลกของใหม่ คาปูชิโน่ที่เราชอบน่ะสั่งที่ไหนเมื่อไหร่ก็มี เพราะฉะนั้นด้วยความลองของเลยสั่ง White Chocolate Raspbery Latte ดื่มเข้าไปคำแรก สัมผัสถึงกลิ่นหอมของ Raspberry ก่อนเลย แล้วกลิ่นของกาแฟจึงตามมาแค่จางๆ อ่อนๆ เท่านั้นเอง รสกาแฟค่อนข้างจืดมาก ไม่หวาน ไม่ขม เน้นกลิ่นหอมของ Raspberry มากกว่า เพราะฉะนั้นถ้าใครเป็นคอกาแฟแนะนำว่ากลับไปดื่มพวก Latte, Cappucino หรือ Espresso เหมือนเดิมดีแล้วค่ะ 55</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_3295.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1204" title="White Chocolate Raspberry Latte" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_3295-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /> </a>White Chocolate Raspberry Latte</p>
<p>มาต่อกันที่ไฮไลท์อย่างขนมเค้กกันดีกว่า วันนั้นเราสั่ง บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก, Tiramisu และที่เป็นไฮไลท์ที่สุดของวันนั้นคือ Volcano Cake อันนี้นี่ทานเข้าไปแล้วแบบอร่อยเทพ พอเค้กนุ่มๆ พร้อมกับชอคโกแลตอุ่นๆ ไม่หวาน ไม่ขมจนเกินไปเข้าปากปุ๊บแล้วอื้อหือ ล่องลอย หลับตาพริ้มกันเลยทีเดียว เป็นที่ฮือฮาในโต๊ะมาก &#8211; -&#8217; ทุกคนลงความเห็นว่า Volcano Cake ถ้วยนี้อร่อยที่สุด อร่อยเทพๆ จริง อิอิ Volcano Cake คล้ายๆ กับชอคลาวา ของ After You เลย เพียงแต่ว่าหน้าตาชอคโกแลตมันไม่ได้ไหลเยิ้ม แต่ทรายว่า volcano cake อร่อยกว่าอ่ะ เพราะว่าชอคโกแลตกำลังหวานและขมพอดี ของ After You ทรายว่าชอคโกแลตมันขมแล้วก็เหม็นเหมือนกลิ่นไหม้มากไปหน่อยนะ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_3297.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1205" title="Volcano Cake" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_3297-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /> </a>Volcano Cake</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_3299.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1206" title="Tiramisu" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_3299-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /> </a>Tiramisu</p>
<p><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_3301.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1207" title="IMG_3301" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG_3301-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>วันนั้นแค่ได้ Volcano cake เข้าไปถ้วยนึงนี่รู้สึกล่องลอย มีความสุขไปทั้งวันเลย อิอิ รู้สึกไม่ผิดหวังเลยจริงๆ ที่อุตส่าห์ตามหาร้านนี้จนเจอให้ได้ ถ้าใครไปเชียงใหม่แล้วชอบทานเค้ก อย่าลืมแวะไปร้านนี้นะคะ แนะนำจริงๆ</p>
<p>จริงๆ แล้วมีร้านกาแฟอีกร้านนึงที่ตั้งใจว่าจะไปนั่งคือร้านกาแฟ(โ)สด ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เค้าบอกว่าถ้าใครโสดแล้วมานั่งร้านนี้ จะเลิกโสด ก็เลยว่าจะไปลองดูซะหน่อยว่าจริงหรือเปล่า อิอิ แต่ไปตามหาแล้ว น้องๆ เค้าบอกว่าร้านย้ายไปแล้ว และก็ไม่รู้ด้วยว่าย้ายไปตรงไหน เสียดายมากๆ เลยอดทดสอบเลย 55 คราวนี้อัพเดทร้านเค้ก กาแฟให้ก่อน คราวหน้าจะพาไปเที่ยวเชียงใหม่ ที่ๆ ไปมานะคะ ^_^</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.maeyingzine.com/2010/11/13/love-at-first-bite/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

