Archive | Travel RSS feed for this section

ไปเต๊อะ ไปแอ่ว จ.เจียงใหม่

21 Nov

ช่วงปลายปีนี่นึกอะไรไม่ค่อยออก นอกจากเรื่องเที่ยวจริงๆ นะ อิอิ สำหรับทริปนี้จะไปเที่ยวเชียงใหม่ค่ะ พอดีได้ตั๋วบินราคาถูกของ AirAsia และก็ได้ห้องพักของ Mercue ราคาถูกเช่นกัน ตั๋วเครื่องบินจองช่วงที่เป็นโปรโมชั่นไป-กลับ 750 บาท ส่วนห้องพักจองในงานเที่ยวไทย 2 คืน 1500 บาท นอน 2 คนก็หารคนละครึ่งเหลือแค่ 750 บาท ถูกมากๆ ไปทั้งหมด 3 วัน 2 คืนค่ะ

วันแรกบินไปตอน 10.30 น.ถึงโน่นก็ประมาณเที่ยงพอดี เราก็ได้พี่ช้างใจดี เป็นเพื่อนกับ @Ajbomb มารับเราที่สนามบินพาไปส่งโรงแรม แล้วก็รอพวกเราสาวๆ เก็บของ ขอแอบสารภาพหน่อยว่าด้วยความเป็นผู้หญิงเลยแบบเก็บของนาน โน่นนี่ จีกจิ๊ก นานจนเราแอบลืมไปเลยว่าพี่ช้างรออยู่ที่ลอบบี้ด้านล่าง – -’ เสร็จแล้วเราก็ไปทานข้าวซอยกัน ตอนแรกพี่ช้างถามว่าอยากกินอะไร พวกเราก็บอกแล้วว่าอยากกินข้าวซอยเสมอใจ แต่พี่ช้างบอกว่าพี่มีร้านเด็ดอยากแนะนำกว่าคือเย็นตาโฟ – -‘ พวกเราเลยแอบอึ้งไปนิดนึงด้วยความงง นึกว่าจะพาไปร้านข้าวซอยอื่นที่อร่อยกว่า เลยบอกไปว่าไม่เอาไม่อยากกินเย็นตาโฟ เย็นตาโฟที่กรุงเทพก็มีนะ (พี่ช้างเค้าใจดีมารับส่งแล้วยังแอบไปเรื่องมากอีกแน่ะ) เพิ่งมารู้ว่าเย็นตาโฟที่เชียงใหม่เค้าก็ขึ้นชื่อเหมือนกัน

ข้าวซอยเสมอใจ

และแล้วก็ด้วยความต้องการของสาวๆ พี่ช้างเลยต้องพาเราไปกินข้าวซอยเสมอใจแทน 55 ข้าวซอยเสมอใจรสชาติไม่เหมือนข้าวซอยที่กรุงเทพนะ เราว่าอร่อยกว่าเยอะ น้ำแกงหอมกว่า มันกว่า อร่อยกว่า และอีกเมนูที่อร่อยของร้านนี้คือไก่ย่าง ใครไปต้องลองสั่งดูนะ แล้วก็มีไส้อั่ว แต่ไส้อั่วนี่เรากินแล้วก็รู้สึกเฉยๆ พออิ่มหนำแล้วต่อไปก็หากาแฟด่วนๆ ตั้งแต่เช้าถึงบ่ายกาแฟยังไม่ตกถึงท้องเลย พอไม่ได้กินแล้วรู้สึกว่าร่างกายไม่ตื่น ไม่กระเตื้องเลย

ร้านกาแฟ เจียงใหม่


แล้วก็เจอร้านกาแฟน่ารักๆ ชื่อว่า “เจียงใหม่” อยู่เยื้องๆ กับร้านข้าวซอยเสมอใจ ร้านนี้ตกแต่งน่ารักมาก ส่วนใหญ่จะตกแต่งด้วยไม้ และภาพวาดแบบศิลปะ เจ้าของร้านเป็นผู้ชายก็มีอายุนิดนึงดูแบบเป็นคนศิลป์หน่อยๆ เค้าบอกว่าเปิดมา 2 ปีแล้ว แต่ยังแต่งร้านไม่เสร็จ เคยเปิดอยู่ช่วงนึงแล้วก็ปิดไป ตอนนี้ก็เริ่มเปิดใหม่ ตกแต่งใหม่อีกครั้ง ทางเข้าเต็มไปด้วยต้นไม้ดูร่มรื่นดี แล้วก็มีเก้าอี้ตัวเล็กๆ เป็นชุดลายหมีให้นั่ง น่ารักมาก ข้างในก็จะมีชุดโต๊ะสูงปรกติ อีกมุมก็จะให้บรรยากาศแบบนั่งอยู่ท่ามกลางต้นไม้หรือสวนหน่อย กาแฟที่นี่ราคาไม่แพงเลย แก้วใหญ่มากราคา 50 บาทเอง ซึ่งถ้าเป็นที่กรุงเทพคิดแล้วคงประมาณ 60 – 80 บาทได้ล่ะ

น้ำพุร้อนสันกำแพง

ด้วยเวลาที่ดูแล้วคงไปเที่ยวไหนไกลมากไม่ได้ เลยไปแช่น้ำพุร้อนที่สันกำแพงแทน คราวนี้เราเกรงใจพี่ช้างเลยจ้างรถแดงไปน้ำพุร้อนแทน ราคา 650 บาทอันนี้ต่อแล้วนะ ไปถึงบ่อน้ำพุร้อนก็บ่าย 4 โมงกว่าได้แล้วล่ะ ก็เดินไปถ่ายรูปไป ที่ขาดไม่ได้ก็คือต้องต้มไข่ (ทำไมนะ) ที่น้ำพุร้อนถ้าอยากแช่แค่เท้าก็สามารถนั่งริมทางได้เลย ส่วนใครที่อยากแช่น้ำพุร้อนทั้งตัว เค้าก็มีโซนที่เป็นสระเหมือนสระว่ายน้ำแต่เป็นน้ำพุร้อนให้ลงไปแช่ทั้งตัวได้ หรือใครไม่อยากแช่เลยอยากจะนวดก็มี นวดเท้า นวดตัวก็ว่าไป การได้แช่เท้าลงในน้ำร้อนๆ เนี่ยช่วยให้รู้สึกสบายมากขึ้นจริงๆ นะ แต่เวลาที่เราแช่เท้าในน้ำพุร้อนผิวเรามักจะลื่นๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสารหรือแร่ธาตุที่มีอยู่ในน้ำพุร้อนหรือเปล่า จากบ่อน้ำพุร้อนเราออกมาก็ประมาณ 6 โมงเย็นแล้ว แอบโดนพี่คนขับรถแดงงอลใส่ด้วย เค้าบอกว่าเนี่ยรอนานมันมืดแล้ว กะว่าจะกลับไม่รอแล้วเนี่ย 555


ถนนนิมมานเหมินทร์

เสร็จจากบ่อน้ำพุร้อนเราก็ไปเดินถนนนิมมานเหมินทร์กันต่อ ที่นี่มีร้านสวยๆ เยอะมาก ทั้งร้านอาหาร ร้านนม ร้านเค้ก แม้แต่ร้านเสื้อผ้าก็ยังตกแต่งอย่างสวยเลย สุดท้ายเราก็เลยแวะไปที่ร้าน พิน็อคคิโอ เป็นร้านนั่งดื่มแต่ก็มีอาหารและดนตรีสด ข้างนอกก็นั่งรับลมเย็นๆ ได้ ส่วนข้างในก็จะได้ดูดนตรีสดและอยู่ในห้องแอร์ วันนั้นเราไปข้างนอกคนค่อนข้างเยอะเลยเข้าไปนั่งข้างในเลย ถ้าให้นั่งดื่มคุย แบบชิลๆ ก็ถือว่าโอเคนะ แต่ถ้าจะให้นั่งกินข้าวอยากบอกว่าอาหารมาช้ามากๆๆๆๆๆๆๆ มากขนาดว่าพวกเราต้องยกเลิกอาหารที่สั่งไปเลย แต่ที่นี่พนักงานเค้าก็น่ารักนะมี Service Mind ดี ด้วยความที่ร้านมันมืดๆ มองเมนูอาหารไม่ค่อยเห็น พี่ก็เรียกน้องพนักงานมาถาม น้องเค้าก็ไม่เห็นเหมือนกัน ก็เลยหยิบไฟฉายอันเป้งๆ ขึ้นมาแล้วส่องให้ดู 555 แบบว่าโอเค สว่างชัดเจนมาก น้องเค้าก็พกไฟฉายติดตัวเลยนะ ก็น่ารักดี

ร้านสบายดี

เสร็จแล้วเราก็แวะไปเยี่ยมที่ร้านพี่ช้างซะหน่อย “ร้านสบายดี” อยู่ถนนนิมมานเหมินทร์ ซอย5 ก็ไปนั่งคุยกับ @Ajbomb @Gurugooroo เป็นครั้งแรกที่ได้เจอกับพวกพี่ๆ ดีใจมากค่ะ พี่ช้างบอกว่าที่ร้านเนี่ยมีร้านปลาหมึกปิ้งที่คนเข้าคิวยาวมาก พอไปถึงร้านพวกเราก็อยากหาร้านปลาหมึกปิ้งที่ว่านะ ตอนแรกก็นึกว่าเป็นร้านเลย ที่ไหนได้มันเป็นแค่รถเข็นปลาหมึกปิ้งนั่นเอง แปลกที่ว่าปลาหมึกปิ้งที่นี่เค้าไม่บดให้นะ ปิ้งมาเป็นตัวก็กินเป็นตัวไป จะบอกว่ามันเหนียวมาก > < พวกพี่ๆ พี่ช้าง @Ajbomb บอกว่าถ้าอยากกินปลาหมึกปิ้งที่เชียงใหม่ต้องเอาเครื่องบดมาเอง ที่นี่ไม่มีเครื่องบดให้ 555 สุดท้ายต้องขอบคุณ @Ajbomb และพี่ช้าง ที่พาพวกเราไปส่งที่โรงแรม ก่อนถึงโรงแรมอ.บอมบ์ยังพาทัวร์เมืองเชียงใหม่ตอนกลางคืนก่อน 1 รอบ เห็นร้านเหล้า ผับ บาร์เยอะแยะ ชีวิตกลางคืนที่เชียงใหม่มันก็ไม่ได้เงียบสงบสวยงามอย่างที่คิดเท่าไหร่นะ แต่ยังไงซะก็ยังอยากไปอยู่เชียงใหม่อยู่ดี ^^ อย่างน้อยก็คงไม่ได้เจริญก็เสื่อมโทรมเท่าบางกอกหรอก(มั้ง) ^_^ จบแล้วจ้าเที่ยววันแรก เดี๋ยวจะอัพเดทเป็นวันๆ นะคะ

ร้านเค้กอร่อย Love at First Bite

13 Nov

มาอัพเดทร้านกาแฟ และร้านเค้กอร่อยๆ ตามสัญญาค่า คราวนี้พาไปไกลถึง จ.เชียงใหม่กันเลยทีเดียว ร้านเค้กอร่อย Love at First Bite ร้านนี้อยู่ในซอยเล็กๆ ค่อนข้างหายาก อีกอย่างถ้าใครที่ไปเที่ยวแบบไม่มีรถยนต์ไปด้วยบอกเลยว่าค่อนข้างจะเดินทางลำบากนิดนึง ขนาดตอนไปมีรถพี่ที่รู้จักพาไปยังหลงทางกันไป 1 รอบเลย – -’ แต่ถ้าไปแบบไม่มีรถจริงๆ ลองเช่ารถสองแถวหรือรถแดงให้พาไปก็ได้ค่ะ

ร้านนี้ตั้งอยู่ซอยหลังโรงเรียนเชียงใหม่คริสเตียน ใกล้สะพานนวรัฐ แนะนำว่าอย่าลืมปริ้นท์แผนที่ หรือดูแผนที่มาให้ดีก่อนให้รถแดงพาไปด้วยนะคะ สำหรับคนรักเค้กและกาแฟ อย่าเพิ่งท้อใจ เพราะบอกได้คำเดียวว่าคุ้มค่ากับการเดินทางลำบากแน่นอน เพราะที่นี่เค้ามีชื่อมากๆ เรื่องเค้กอร่อย มีคนมาทานเยอะมากๆ ถึงกับต้องต่อแถวกันเลยทีเดียว

เมื่อไปถึงที่ร้านถึงกับตกใจเพราะว่าคนแน่นร้านมากๆ ที่นั่งจะแบ่งเป็น 2 ส่วนส่วนที่เป็นห้องแอร์ กับ open air ใต้ร่มไม้ ที่ร้านนี้มีต้นไม้เยอะมาก ดูร่มรื่นดีค่ะ แต่คงเป็นเพราะวันที่ไปเป็นวันอาทิตย์คนเลยเยอะไปนิดนึง ไปถึงก็เริ่มสั่งด้วยของหนักก่อนเลยคือมักกะโรนีชีส ตามด้วยพายไก่ รสชาติอร่อยดีค่ะแต่ก็ยังไม่ได้รู้สึกว่าอร่อยเทพจนลืมไม่ลง

มักกะโรนีชีส

พายไก่

ตามด้วยกาแฟ ใจจริงแล้วทรายอยากสั่งคาปูชิโน่มากเลยนะ แต่ด้วยความรู้สึกที่ว่าเมื่อเรามาร้านกาแฟหรือร้านเค้กข้างนอกแล้ว มันต้องลองกาแฟแปลกๆ ที่เป็นจุดเด่นของร้านที่ที่อื่นไม่มีสิ เพื่อลองของแปลกของใหม่ คาปูชิโน่ที่เราชอบน่ะสั่งที่ไหนเมื่อไหร่ก็มี เพราะฉะนั้นด้วยความลองของเลยสั่ง White Chocolate Raspbery Latte ดื่มเข้าไปคำแรก สัมผัสถึงกลิ่นหอมของ Raspberry ก่อนเลย แล้วกลิ่นของกาแฟจึงตามมาแค่จางๆ อ่อนๆ เท่านั้นเอง รสกาแฟค่อนข้างจืดมาก ไม่หวาน ไม่ขม เน้นกลิ่นหอมของ Raspberry มากกว่า เพราะฉะนั้นถ้าใครเป็นคอกาแฟแนะนำว่ากลับไปดื่มพวก Latte, Cappucino หรือ Espresso เหมือนเดิมดีแล้วค่ะ 55

White Chocolate Raspberry Latte

มาต่อกันที่ไฮไลท์อย่างขนมเค้กกันดีกว่า วันนั้นเราสั่ง บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก, Tiramisu และที่เป็นไฮไลท์ที่สุดของวันนั้นคือ Volcano Cake อันนี้นี่ทานเข้าไปแล้วแบบอร่อยเทพ พอเค้กนุ่มๆ พร้อมกับชอคโกแลตอุ่นๆ ไม่หวาน ไม่ขมจนเกินไปเข้าปากปุ๊บแล้วอื้อหือ ล่องลอย หลับตาพริ้มกันเลยทีเดียว เป็นที่ฮือฮาในโต๊ะมาก – -’ ทุกคนลงความเห็นว่า Volcano Cake ถ้วยนี้อร่อยที่สุด อร่อยเทพๆ จริง อิอิ Volcano Cake คล้ายๆ กับชอคลาวา ของ After You เลย เพียงแต่ว่าหน้าตาชอคโกแลตมันไม่ได้ไหลเยิ้ม แต่ทรายว่า volcano cake อร่อยกว่าอ่ะ เพราะว่าชอคโกแลตกำลังหวานและขมพอดี ของ After You ทรายว่าชอคโกแลตมันขมแล้วก็เหม็นเหมือนกลิ่นไหม้มากไปหน่อยนะ

Volcano Cake

Tiramisu

วันนั้นแค่ได้ Volcano cake เข้าไปถ้วยนึงนี่รู้สึกล่องลอย มีความสุขไปทั้งวันเลย อิอิ รู้สึกไม่ผิดหวังเลยจริงๆ ที่อุตส่าห์ตามหาร้านนี้จนเจอให้ได้ ถ้าใครไปเชียงใหม่แล้วชอบทานเค้ก อย่าลืมแวะไปร้านนี้นะคะ แนะนำจริงๆ

จริงๆ แล้วมีร้านกาแฟอีกร้านนึงที่ตั้งใจว่าจะไปนั่งคือร้านกาแฟ(โ)สด ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เค้าบอกว่าถ้าใครโสดแล้วมานั่งร้านนี้ จะเลิกโสด ก็เลยว่าจะไปลองดูซะหน่อยว่าจริงหรือเปล่า อิอิ แต่ไปตามหาแล้ว น้องๆ เค้าบอกว่าร้านย้ายไปแล้ว และก็ไม่รู้ด้วยว่าย้ายไปตรงไหน เสียดายมากๆ เลยอดทดสอบเลย 55 คราวนี้อัพเดทร้านเค้ก กาแฟให้ก่อน คราวหน้าจะพาไปเที่ยวเชียงใหม่ ที่ๆ ไปมานะคะ ^_^

IceDEA ไอศกรีมหลายไอเดีย

15 Aug

มาต่อกันที่หอศิลป์วัฒนธรรมฯ (ฝั่งตรงข้ามมาบุญครอง) กันค่ะ ชอบบรรยากาศที่นี่เพราะมีแต่ศิลปะ เวลาเดินดูแล้วจะเพลินมากๆ เหมือนเรามีสมาธิกับศิลปะ (ที่เราไม่ได้ทำเอง) แล้วก็รู้สึกเหมือนหลุดไปอยู่อีกโลกนึง หลุดจากความคิดที่วิ่งอยู่ในหัวตลอดเวลาออกไป ชอบความรู้สึกและบรรยากาศนี้มากๆ ถ้ามีเวลาว่างๆ และมีคนที่ชอบเหมือนกันไปเดินเป็นเพื่อนก็จะไปอีกแน่นอนค่ะ

ทีนี้ร้านที่อยากแนะนำก็คือ IceDEA ร้านไอศกรีมที่มีหลากหลายรสชาติ รสชาติแปลกๆ ด้วย ภายในร้านก็ตกแต่งได้น่ารัก ใช้ลายเส้นวาดผนังให้ดูเหมือนห้อง เป็นชั้น มีความอาร์ทอยู่ในร้านมากๆ ค่ะ สำหรับรสไอศกรีมที่ว่าแปลกก็จะว่า ไอศกรีมรสวาซาบิ รสขนมตะโก้ รสแบล็คฟลอเรส ฯลฯ รสอื่นๆ อีกเยอะเลยอ่ะค่ะ แปลกๆ ทั้งนั้น ราคาต่อถ้วยก็ 35 บาทถือว่ายังพอรับไหวอยู่กับการได้ลองลิ้มชิมรสไอศกรีมรสชาติแปลกๆ นะคะ

ส่วนที่เค้าทำเป็นรูปต่างๆ อย่างซูชิ ลูกเชอร์รี่ หรือทำเป็นข้าวในหม้อหุงข้าว ก็จะมีเฉพาะตอนที่ออกงาน Event เท่านั้นค่ะ ซึ่งงาน Event ที่จะมีเร็วที่สุดนี้ก็คือวันที่ 24 สิงหาคมที่ Pragon ค่ะ คิดว่าถ้ามีเวลาว่างก็จะไปเดินดูค่ะ ส่วนวันนี้ก็ดูจากภาพถ่ายไปแทนก่อนนะคะ อิอิ

อศกรีมในหม้อหุงข้าวจำลอง

อศกรีมทำเป็นสนามหญ้า

Black Forest Ice cream

Tako Ice cream ไอศกรีมรสขนมตะโก้

วันนี้สนุกมากๆ รู้สึกว่าได้เห็นอะไรใหม่ๆ แปลกๆ ถือว่าเป็นการเปิดตามากๆ สนุกสนานค่ะ จริงๆ แล้วไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็มีอะไรดีๆ แปลกๆ ใหม่ๆ ให้เราได้เห็นได้ค้นหาทุกที่นะคะ อยู่ที่ว่าเราจะหามันเจอแล้วไปเห็นมันด้วยตนเองหรือเปล่า ขอให้มีความสุขทุกคนนะคะ ^^ แล้วคราวหน้าถ้ามีโอกาสได้ไปไหนหรือมีอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ อีกจะเอามาฝากค่ะ ^^

ปิดท้ายด้วยภาพถ่ายสนุกสนานที่ร้าน IceDEA อิอิ

De Sky cafe and Cuisine

14 Aug

วันหยุดยาวทั้งทีจะนอนอยู่บ้านเฉยๆ ก็กระไรอยู่เนอะคะ พอดีกับพี่ที่รู้จัก สนิทสนมมาบอกว่ามีร้านกาแฟน่ารักๆ รับรองว่าเห็นแล้วต้องชอบแน่ๆ เลย มาบอกอย่างนี้มีหรือที่จะไม่ไปจริงไหม เมื่อวานก็เลยลองไปมาดูค่ะ แล้วก็เลยขอเก็บภาพบรรยากาศพร้อมกับกาแฟและขนมหวานมาให้ดูค่า

ร้านนื้มีชื่อว่า De Sky Coffee and Cuisine เดินทางก็สะดวกมากๆ อยู่ใจกลางกรุงที่ Digital gateway หากใครสงสัยว่า Digital Gateway คืออะไรแล้วอยู่ที่ไหน ก็ตอบเลยค่ะว่าอยู่ที่สยาม สามารถนั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีสยามแล้วเดินจาก BTS เข้ามาที่ Digital Gateway ได้เลย อยู่ฝั่งตรงข้ามกับ Paragon นั่นแหละค่ะ มาถึงที่ Digital Gateway แล้วก็เดินขึ้นบันไดเลื่อนไปที่ชั้น 5 ได้เลยนะคะ ขึ้นบันไดมาก็จะเจอร้านทันทีค่ะ

ร้านนี้จะแต่งร้านสไตล์ผู้หญิงหน่อยนะคะ ดูออกจะหวานๆ และ Vintage หน่อย แต่ผู้ชายก็นั่งได้นะคะ วันที่ไปก็เห็นมีผู้ชายนั่งกันเต็มร้านเลย อิอิ บรรยากาศในร้านก็ดูสบายๆ นั่งได้นานๆ จริงๆ แล้วเค้าจะมีบริเวณระเบียงข้างนอกให้นังรับลมได้ด้วย แต่วันที่ทรายไปบังเอิญว่าฝนตกเลยอดรับลมไป ก็เลยนั่งในห้องแอร์แทน วิวของร้านจะเห็นรถไฟฟ้าวิ่งผ่านด้วยนะคะ แต่วิวจริงๆ ดูจะอึดอัดนิดหน่อย ไม่ใช่แบบวิวรถไฟฟ้า เห้นท้องฟ้ากว้าง เพราะอย่างที่เราเห็นๆ กันนะคะว่าบริเวณสยามจะค่อนข้างดูแน่นๆ นิดหน่อย

ส่วนรายการอาหารเค้าก็มีทั้งอาหารคาว อาหารหวาน มีขนมเค้ก ชูครีมด้วย วันนี้เลยลองสั่ง Milky Strawberry Mousse มาลองชิมดู รสชาติดีเหมือนกันค่ะ ไม่หวานจนเกินไป ราคาโดยส่วนใหญ่จะอยู่ประมาณ 89 บาทต่อชิ้น

Milky Strawberry Mousse

ส่วนกาแฟก็ตามแบบเดิมที่ชอบก็คือ Iced Capuccino รู้สึกว่ากาแฟเค้าค่อนข้างเข้มนิดนึง รู้สึกรสขมติดคอ ยังไม่นุ่มเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่าอยู่ในระดับไม่ได้เลวร้ายอะไรเลย ดื่มได้ชิลๆ พร้อมกับบรรยากาศค่ะ ราคาต่อแก้วก็แบ่งเป็น 3 ราคา คือร้อน เย็น แล้วก็ Frappe ราคาก็อยู่ระหว่าง 79 – 99 บาทต่อแก้วค่ะ

Iced Cappuccino

ส่วนอาหารคาวก็สั่งเป็นสลัดแซลมอน ถือว่าอร่อยเลยล่ะค่ะ ราคาสลัดก็อยู่ที่ 159 ถือว่าไม่แพงมาก เพราะดูจากปริมาณผักและปลาแซลมอนที่ให้แล้วเยอะพอดูอยู่เหมือนกัน โดยรวมๆ แล้วรู้สึกว่าเป็นร้านที่นั่งอ่านหนังสือหรือจะไปคุยงานได้ดีอีกร้านหนึ่งเลยค่ะ (ถ้าแอร์ไม่เย็นจนหนาวเกินไป)นะคะ อีกอย่างก็เดินทางสะดวกอยู่ใจกลางกรุงด้วย

Salmon Salad

คิดว่าถ้ามีเวลาและอารมณ์อยากไปนั่งอ่านหนังสือที่ร้านกาแฟ อาจจะแวะไปอีกค่ะ ^^ จริงๆ พอนั่งคุย นั่งชิลจนพอใจแล้วก็ไปต่อที่หอศิลป์วัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ อยู่ตรงข้ามมาบุญครองค่ะ ที่นั่นก็มีอะไรเก๋ๆ เยอะมาก ที่เด็ดสุดและตั้งใจไปก็คือร้านไอศกรีมรสชาติแปลกๆ แล้วยังเอาไอศกรีมไปทำเป็นรูปต่างๆ อย่างซูชิ สนามหญ้า ฯลฯ เดี๋ยวคราวหน้าจะเอารูปมาฝากให้ดูนะคะ วันนี้พาไปร้านกาแฟร้านเดียวก่อนนะคะ ^^

สงกรานต์นี้ ณ กระบี่

17 Apr

หลังจากที่คร่ำครวญอยากไปเที่ยวต่างจังหวัดมานานหลายเดือน ได้ฤกษ์วันหยุดยาวช่วงสงกรานต์ล่องทะเลทางใต้สักที จุดหมายปลายทางครั้งนี้อยู่ที่จังหวัดกระบี่ ระยะเวลาทั้งสิ้น 5 วันด้วยกัน ครั้งนี้ไปเป็นครอบครัวใหญ่มีทั้งพ่อแม่ ป้า น้า และน้องๆ เหมารถตู้ไปทั้งคันกันเลยทีเดียว

ด้วยความที่เส้นทางไกล และไม่อยากให้คนขับรถเหนื่อยมาก บวกกับต้องการเที่ยวไปเรื่อยๆ ก็เลยลงมติว่าเราจะไม่ดิ่งลงไปยังกระบี่เลยทีเดียว แต่ไปพักที่หาดบ้านกรูดก่อนเป็นที่แรก หาดบ้านกรูดเป็นทะเลฝั่งอ่าวไทย ปลายๆ จังหวัดประจวบฯ ติดกับชุมพร

ที่แรกที่ไปพักคือบ้านเลียบนที (เลียบ-นที) ขอย้ำว่าให้อ่านแยกพยางค์ดีๆ หลังจากมีคนหลงแยกพยางค์ผิดมาหลายคนแล้ว -*-

เจ้าของรีสอร์ทที่นี่ใจดีมากๆ เป็นคุณป้าอายุ 76 แต่ยังแข็งแรงและใจดีมาก ห้องพักและอาหารก็ราคาไม่แพงถ้าเกินจากจำนวนคนก็คิดคนละ 50 บาท ข้าวต้มอร่อยมากกจริงๆ ;p

อรุณสวัสดิ์ ณ บ้านกรูด

ที่หาดบ้านกรูดนอกจากทะเลจะน่าเล่นน้ำแล้วยังมีวัดเขาธงชัยอีกที่ ที่แนะนำให้ขึ้นไปเที่ยว ไหว้พระ ถ้าขึ้นไปข้างบนพระพุทธรูปในนั้นสวยมาก จิตรกรรมฝาผนังก็สวย เสียดายที่เขาไม่ให้ถ่ายรูป จากมุมบนเขาธงชัยมองลงมาจะเห็นทะเลและชายหาดบ้านกรูดสวยมากๆ แถมลมเย็นอีกต่างหาก

เขาธงชัย

หาดบ้านกรูดจากมุมบนเขาธงชัย

เมื่อพักการเดินทางที่บ้านกรูดแล้ว ก็เตรียมพร้อมเดินทางไปต่อยังจุดหมายปลายทางที่จังหวัดกระบี่ ตอนแรกตั้งใจว่าถ้าไม่นั่งเรือไปเกาะก็จะไปสระมรกต แล้วหาที่เที่ยวที่อื่นต่อ แต่เมื่อได้นั่งเรือไปเที่ยวเกาะก็อดไปสระมรกต

เรือที่นั่งไปเที่ยวเป็นเรือเล็กๆ นั่งได้ประมาณ 8 คน ถ้าคิดเป็นเงินก็คนละประมาณ 300 แต่ถ้าเหมาลำเลยก็คิดประมาณ 2000-2400 บาท เที่ยวได้ 4 เกาะ มี เกาะปอดะ, เกาะไก่ เกาะไข่, ทะเลแหวก, อ่าวพระนาง ที่ที่จะได้เล่นน้ำนานหน่อยก็คือเกาะปอดะ ส่วนที่ได้ดำน้ำดูปลาให้อาหารปลาก็จะเป็นเกาะไก่ เกาะไข่ ส่วนทะเลแหวกต้องรอให้น้ำลงก่อนสันดอนถึงจะขึ้นให้เดินไปอีกเกาะนึงได้ ก็ราวๆ ประมาณบ่าย 2 น้ำถึงจะลด ส่วนอ่าวพระนางก็จะได้สักการะพระนาง นอกนั้นก็ไม่ได้มีอะไรมาก ส่วนใหญ่จะมีฝรั่งไปพักมากกว่า

เกาะปอดะ

ดำน้ำดูปลาที่เกาะไก่ เกาะไข่

ที่สนุกสุดก็คงจะเป็นเกาะไก่ เกาะไข่ที่ได้ดำน้ำ ตอนแรกก็ไม่กล้าลง เพราะตรงนั้นเป็นน้ำลึกมาก ถึงแม้เราจะว่ายน้ำเป็นและมีเสื้อชูชีพก็ตามเถอะ – -’ ปลาที่นั่นไม่กลัวคนเลย ถึงเราจะลงไปปลาก็ยังมาว่ายอยู่ใกล้ๆ น้ำที่นั่นใสมากๆ ใสเป็นสีเขียวเลย และที่รู้สึกชอบก็คือลงน้ำทะเลที่นี่แล้วตัวจะลื่น ไม่เหนียวเหมือนไปลงทะเลแถบอ่าวไทยเลย ไปเล่นน้ำคราวนี้ถึงจะทาครีมกันแดดสักกี่รอบมันก็เอาไม่อยู่จริงๆ นะ ขึ้นมาผิวไหม้กันเป็นแถบๆ > <

ทะเลแหวก

อ่าวพระนาง

มากระบี่คราวนี้นอกจากสนุกที่ได้ลงเล่นน้ำแล้ว ยังชอบอีกอย่างคือได้กินติ่มซำทุกเช้า น้ำจิ้มที่นี่เค้าจะมีทั้งจิ๊กโช่ว (ซอสเปรี้ยว) และซอสเฉพาะของเค้า เหมือเอาซอสพริกกับซอสมะเขือมาปรุงรสจะออกหวานๆ หน่อย แต่ก็อร่อยดี และก็ได้กินอาหารทะเลทุกวัน

ค้างที่กระบี่ 2 คืน อีก 1 คืนตอนกลับก็กลับไปพักที่บ้านกรูดอีกคืนนึง แต่คืนสุดท้ายนี้ทุลักทุเลน่าดู เพราะหาที่พักไม่ได้ จองเต็มไปหมด ได้ห้องพักอีกทีก็ประมาณ1-2 ทุ่มแล้ว และทุกครั้งที่ที่บ้านไปเที่ยวค้างคืน ต่อให้ไปช่วงเทศกาลยังไงก็ไม่เคยจองที่พักก่อน บ่อยครั้งที่เป็นแบบนี้แต่ก็ไม่เคยเข็ดนะ เพราะเราเชื่อกันว่ายังไงๆ มันก็ต้องมีให้พัก(จริงหรอ?) 55 ป้าๆ บอกว่าชอบแบบตื่นเต้น ฮาๆๆ

เขื่อนรัชประภา

ตื่นเต้นกันตอนคืนสุดท้าย วันกลับก็แวะกินข้าวที่ชายหาดชะอำ ขากลับนึกว่าจะได้ถึงบ้านเร็วพอเข้ากรุงเทพฯ ปุ๊บรถติดปั๊บ แต่ครั้งนี้ติดเพราะคนเล่นน้ำสงกรานต์ กว่าจะถึงบ้านก็เกือบ 3 ทุ่มเข้าไปล่ะเป็นอันจบทริปกระบี่ 4 คืน 5 วัน ที่สนุกสนาน ตื่นเต้น และดำไหม้ 555

อยากดูรูปอื่นๆ ไหมจ้ะ ^^

Hua Hin – Plearnwan

7 Jul

เมื่อวันเสาร์มีโอกาสได้ไปเที่ยวเพลินวาน ที่หัวหินมา ด้วยความที่ไม่ได้นัด แล้วก็ปุบปับๆ ไป บอกเพื่อนว่าหยุดยาวเลย เพื่อนก็เลยชวนไปเพลินวานซะเลย เราก็คนใจง่าย เรื่องเที่ยวเนีย ไปไหนก็ไป เออๆ ออๆ ไปเลย ก็เลยเอาเรื่องราว และรูปมาฝากให้ดูกันค่ะ (ขออกตัวเรื่องถ่ายภาพก่อนนะคะว่าอาจจะถ่ายไม่สวย อิอิ)

เริ่มต้นเดินทางนัดเจอกันที่เซ็นจูรี่ อนุเสาวรีย์ ตอน 7 โมงเช้า ไปถึงตั้งแต่ยังไม่ 7 โมง ปรากฎว่าต้องรอคุณเพือนอีกประมาณเกือบครึ่งชั่วโมง ดีที่มี Twitter ให้ jibjib ให้เล่นไปเพลินๆ อิอิ พอเพื่อนมาถึงก็ลงไปที่คิวรถตู้ ไปหัวหิน ค่ารถคนละ 200 นั่งรถประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งน่าจะได้ ไปถึงหัวหินสิ่งแรกที่ทำคือกินก่อน กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ไปนั่งกินข้าวมันไก่ ราคาจานละ 25 บาท  ถือว่าก็โอเคอยู่ ไก่นุ่มดี แต่ว่าน้ำจิ้มเหมือนเอาซีอิ้วหวานมาใส่ข่ากับพริกแค่นั้น ก็เลยไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่ น้ำซุปก็ไม่มีให้ -*- (ขอแอบบ่นนิดนึง) ถ้าจะกินน้ำซุปต้องสั่งพวกตุ๋นยาจีนเป็นถ้วยต่างหากอีกที

1ชายหาดหัวหิน

พออิ่มแล้วก็เดินไปทะเลหัวหิน ที่ชายหาด ปูเยอะมากๆๆๆ จะเห็นว่าตรงทรายเป็นรูปูกลมๆ ตลอดหาที่เรียบๆ แทบไม่ได้ เดินไป ยังกลัวว่าจะเหยียบมันหรือเปล่า แดดที่นี่แรงมากๆๆ เผาผิวจนไหม้เลยทีเดียว ตั้งใจว่าจะเดินเล่นไม่ไกล แล้วเดี๋ยวค่อยหาทางขึ้น แต่ชายหาดที่นี่มีรีสอร์ทอยู่ติดๆ กันไปหมด จะเดินทะลุขึ้นถนนใหญ่ก็กลัวเค้าจะไม่ให้เดินผ่าน ก็ต้องเดินกันไปให้แดดมันเผา อย่างเมื่อยเลยทีเดียว

3
โรงแรมริมหาดหัวหิน ส่วนใหญ่มีแต่นักท่องเที่ยวต่างประเทศ

หลังจากเดินชายหาดก็ตั้งใจว่าจะไปร้านกาแฟข้างบ้าน ที่ซอย 83 พอเดินขึ้นที่ถนนใหญ่ได้ เห็นว่ามีคิวรถสองแถวจอดอยู่ กับพี่ผู้ชายอีกคนนึง ก็เลยถามว่าจะไปซอย 83 ไปไหม เค้าก็บอกว่าไป ด้วยความเข้าใจผิดที่ว่าเค้าน่าจะเป็นคนขับรถสองแถวอ่ะ แต่จริงๆ แล้วมอเตอร์ไซต์เค้าจอดอยู่ข้างๆ จากที่จะนั่งสองแถวกลายเป็นต้องนั่งมอเตอร์ไซต์แทน แล้วซ้อน 3 (ดีนะไม่โดนจับ) เสียค่ารถคนละ 20 บาท ที่เด็ดกว่านั้น พี่คนขับแกรเล่นออกรถแบบพุ่งไปไม่ดูรถทางตรงเลย เลยเบรกกันเอี๊ยดอ๊าด ส่วนผู้โดยสารสาวสองคนที่ซ้อนอยู่ ไม่ทำอะไร นอกจากกรี๊ดใส่หูพี่คนขับอย่างเดียว ฮาาาาาา

4

8

ร้านกาแฟ ข้างบ้าน

แต่ก็ไปถึงร้านกาแฟข้างบ้านได้อย่างปลอดภัย แต่ว่าหัวฟูไปหน่อยนะ  บรรยากาศที่ร้านก็น่านั่ง ถ้านั่งข้างนอกจะมีต้นไม้เยอะหน่อยร่มรื่นไปอีกแบบ แต่สองสาวแบบว่าร้อนมากมาย ขอหลบไปนั่งในห้องแอร์แล้วกัน ที่นี่มีบริการอินเทอร์เน็ตด้วยคิดชั่วโมงละ 30 บาท

ส่วนกาแฟ ก็รสชาติดี ราคาไม่แพง เราสั่งคาปูชิโน่เย็นไป ราคาแก้วนึงก็ประมาณ 45-50 แล้วเลยสั่งเค้กบลูเบอร์รี่ชีสพายไปด้วย รสชาติก็อร่อยดีเหมือนกัน แต่รู้สึกว่าบิสกิตข้างล่างมันค่อนข้างหยาบๆ พอเคี้ยวแล้วรู้สึกแปลกๆ แต่ก็ยังถือว่าโอเคอยู่ดี ที่ร้านนี้ส่วนใหญ่ลูกค้าจะซื้อแล้ว take home มากกว่านั่งที่ร้าน  อ้อ ที่ร้านนี้เป็นร้านของดาราช่อง 7 ด้วย แต่ว่าไม่รู้ว่าชื่ออะไร แต่เป็นลูกครี่งคาดว่าน่าจะครึ่งเยอรมันนะ

6 7
คาปูชิโนเย็น คาปูชิโนกับเค้กบลูเบอร์รี่พาย

กินอิ่มจากร้านกาแฟข้างบ้านจบจากร้านกาแฟข้างบ้าน ก็ไปต่อที่สถานีรถไฟหัวหินเพื่อถ่ายรูปกัน จริงๆ เจ้าของร้านเค้าน่าจะปลื้มใจนะว่า ลูกค้าลงทุนและตั้งใจมากินจริงๆ เพราะต้องนั่งมอเตอร์ไซค์มา แล้วนั่งรถสองแถวกลับ จากซอย 83 ไปสถานีรถไฟหัวหิน สองแถวคิดเงิน 100 บาท

และแน่นอนว่าถ้าไปสถานีรถไฟแล้ว ที่ที่จะต้องถ่ายรูปก็ต้องเป็นป้ายสถานีแน่นอน แทบจะต้องตบตีกับคนอื่น หรือไม่ก็ต้องรอคิวในการเข้าไปถ่ายนิดนึง แต่ก็นะป้ายเค้าสวยจริง สีเด่นดี อิอิ

9

แล้วการที่ไปเที่ยวกันสองคนแล้วอยากได้รูปคู่ ก็ต้องอาศัยการตั้งกล้องนี่หล่ะ แล้วรูปที่ได้ก็จะออกมาเป็นแบบนี้ ฮาาาาา

plernwarn

พอถ่ายรูปกันจนพอใจ สถานที่ต่อไป ก็เป็นจุดหมายปลายทางที่เราต้องการไปกันในวันนี้ นั่นก็คือ เพลินวาน จากสถานีรถไฟ เดินไปยังตลาดโต้รุ่ง หน้าร้าน 7-11 จะมีรถสองแถวขับผ่านเพลินวาน จริงๆ แล้วถ้าไม่แวะมาที่นี่ ตรงบริเวณร้านเฟอร์นิเจอร์อินเด็กซ์เพลินวานเค้าจะมีรถรับส่งให้ฟรี สามารถนั่งไปที่เพลินวานได้เลย ส่วนรถสองแถวที่ขึ้นมาจากตลาดไปเพลินวานก็คิดราคาคนละ 10 บาท

ถ้าใครจะไปเพลินวาน ลองเข้าไปเช็คดูก่อนได้ว่าวันไหนมีกิจกรรมอะไรบ้าง www.plearnwan.com เช่นหนังกลางแปลง ดนตรี อย่างวันเสาร์ที่ไปนั้นมีวงดนตรี ตอนบ่าย 3 โมงเย็น อยากบอกว่านักร้องร้องเพลงเพราะมากๆๆ แล้วแต่ละเพลงที่เลือกมานั้นก็เพราะอีกจริงๆ ส่วนก่อนที่นักดนตรีจะตั้งวงในเพลินวานเค้าก็จะเปิดเพลงคลอตลอดเวลา เพลงส่วนใหญ่ก็จะเก่าๆ สักหน่อย รุ่นประมาณใหม่ เจริญปุระ อัลบั้มแรกๆ
จิ้กโก๋หน่อยก็แนวบิลลี่ โอแกน ให้เข้ากับบรรยากาศยุค 70

12นักร้องที่เพลินวาน

ในเพลินวานเค้าจะมีร้านค้าอยู่หลายร้าน เช่น ร้านกาแฟ ร้านหวานเย็น ร้านห้องเสื้อ ร้านของเล่นเก่าๆ ร้านเหล้าก็มีแต่ว่าจะเปิดช่วงเย็นๆ หน่อย ส่วนบริเวณด้านล่างก็จะมีรถเข็นขายน้ำอัดแก๊ส คล้ายๆ น้ำอัดลมนั่นหล่ะ แต่ว่าที่นี่ของกินราคาค่อนข้างแพงหน่อย แต่ก็ยังแพงในระดับที่รับได้อยู่ อย่างน้ำอัดแก๊สแก้วนึงก็ 35 บาท หวานเย็น น้ำแข็งใสที่สั่งมา ใส่เครื่อง 2 อย่างราคาก็ 35 บาทเหมือนกัน แต่ก็ถือว่ายังพอรับได้อยู่ สถานที่เค้าก็ให้เข้าฟรีอ่ะนะ

13ร้านกาแฟ

14
น้ำอัดลมโบราณ

15
ร้านตัดผมโบราณ

16 17

ร้านขนมหวานเย็น

20 18
ห้องเสื้อไฉไล

ในเพลินวานชอบร้านห้องเสื้อไฉไลมากที่สุด ชอบสีสันเสื้อผ้า อีกอย่างเป็นคนชอบช็อปปิ้งอยู่แล้ว สนใจเรื่องแบบนี้อยู่แล้วเป็นทุนเดิม อิอิ อ้อ บริเวณด้านล่างเค้ามีกิจกรรมให้เล่นด้วย เหมือนไปตามงานวัดหล่ะ พวกยิงปืน อะไรแบบนี้ ตรงทางเข้าจะมีแผนที่เพลินวานให้ดูด้วยว่าร้านไหนอยู่ตรงไหน ชั้นไหนบ้าง แต่บังเอิญมาเห็นตอนจะกลับแล้ว เลยไม่ผลอะไร ฮาาา

21ตุ๊กตาใส่นามบัตรอยู่ตรงทางเข้า

ไล่ถ่ายรูปจากชั้นบนมาชั้นล่าง แล้วก็ทางเข้า-ออก ตรงทางเข้า-ออกนี้ เขาจะมีรถเวสป้าจอดอยู่หลายคัน สีสันสวยงามดี แล้วก็มีห้องที่ทำการอำเภอเพลินวานด้วยนะ มีตัวตุ๊กตาถือกล่องรับนามบัตรด้วย ก็น่ารักไปอีกแบบ

22รถเวสป้าที่อยู่ตรงทางเข้าเพลินวาน

เมื่อถ่ายรูปกันจนจุใจแล้วก็ถึงเวลากลับ ใจจริงอยากจะนั่งฟังเพลงเพลินๆ ต่อเพลงเพราะ นักร้องเสียงดี แต่ก็กลัวกลับไม่ทันรถตู้ ตอนขากลับรถติดนานมากๆๆ ตอนแรกคิดว่านี่หัวหินรถติดเหมือนกรุงเทพฯ ด้วยหรอ เพิ่งเข้าใจว่าอ้อ ติดขบวนเสด็จฯ โดยสารด้วยรถสองแถวอีกเช่นเคย จากเพลินวานไปลงที่ท่ารถตู้คนละ 15 บาท วันนั้นกลับถึงบ้านก็ประมาณ 3 ทุ่ม

เหนื่อยและเพลียมากๆ แต่ก็มีความสุข และ สนุกมากๆๆๆ เหมือนกัน อารมณ์ไปเที่ยวกับเพื่อนแนวเดียวกัน เที่ยวเอง มั่วเส้นทางกันเองมั่ง นั่งรถสองแถว ทำอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ บ้างให้ชีวิตมีสีสัน ไม่ซ้ำซาก ก็สนุกไปอีกแบบ เรียกว่าทริปนี้เล่นเอาเหนื่อยและเพลียมากๆ เหมือนกัน แต่ก็สนุกมากๆๆ เหมือนกัน เพิ่งคุยกับเพือนว่าอยากไปอัมพวา แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะมีโอกาสเหมาะๆ ว่างตรงกันเมื่อไหร่ แต่ถ้าได้ไปเที่ยวที่ไหนอีก ก็จะเก็บภาพมาเล่าให้ฟังอีกครั้งค่ะ ;)

23ปิดท้ายด้วยรูป 2 สาว ที่เพลินวาน อิอิ

รับชมรูปภาพเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ => Flickr/maeyingzine

Chill chill at iBerry

14 Dec

ตามที่ได้ให้สัญญาว่าจะนำภาพบรรยากาศภายในร้านกาแฟ iBerry ของคุณโน้ตอุดม ที่จังหวัดเชียงใหม่มาให้ชม วันนี้ก็ได้ฤกษ์งามยามดีอัพขึ้นบล็อกให้ชมกันเสียทีนะคะบรรยากาศภายในร้านนั้นก็แน่นอนว่าตกแต่งได้อย่างสวยงามอยู่แล้ว ตามสไตล์ของศิลปินนะคะ ตั้งแต่หน้าร้านเข้ามาก็มีรูปปั้นใหญ่เด่นเป็นสง่าก็คือ รูปของท่านเหมาเจ๋อตุง และก็สัญลักษณ์ที่ดูเหมือนจะเป็นตัวแทนพี่โน้ตไปแล้ว

ส่วนบริเวณภายในร้านที่ชอบมากๆ ก็จะเป็นโคมไฟหลากสีที่ใช้ถ้วยพลาสติกหลายๆ สีมาบรรจุอยู่ในกรงเหล็กอีกที หากสงสัยว่าเป็นอย่างไร ลองดูที่รูปก็ได้นะคะ นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีเก้าอี้ที่มีลักษณะเหมือนหีบหรือกล่องโบราณน่ะค่ะ ของตกแต่งในร้านส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นของโบราณที่นำมาตกแต่งได้อย่างสวยงาม แบบอาร์ทๆ จริงๆ

และเท่าที่สังเกตจะเห็นว่านิยมใช้สัญลักษณ์เหมือนกับหัวมิกกี้เมาท์นะคะ บริเวณที่นั่งทานในร้านก็จะมีผนังที่ทำเป็นสัญลักษณ์นั้นด้วย (สามารถชมภาพได้ที่สไลด์ด้านล่างนะคะ) นอกจากผนังแล้ว ก็ยังมีหมายเลขคิวที่จะตั้งไว้บนโต๊ะเหมือนเวลาที่สั่งอาหารแล้วแจ้งให้พนักงานทราบน่ะค่ะว่าโต๊ะเบอร์อะไรยังไม่ได้ของบ้าง ก็จะเป็นรูปสัญลักษณ์ iBerry ที่คล้ายกับหัวมิกกี้เมาท์เหมือนกัน ก็น่ารักไปอีกแบบค่ะ

ส่วนไอศกรีมของร้านนั้นก็อร่อยจริงๆ ค่ะ ตอนที่ไปทานนั้นจำไม่ได้แล้วจริงๆ ว่าทานรสอะไรไป – -“ ต้องขออภัยด้วย มัวแต่นั่งชมบรรยากาศภายในร้านซะเพลิน แต่ที่จำได้แน่นอนก็คือ รสชาติของกาแฟคาปูชิโน่ร้อน จำได้ว่ารสชาตินุ่มมากๆๆๆๆ จริงๆ ค่ะ ถ้าใครมีโอกาสได้ไป อย่าลืมลองสั่งคาปูชิโน่ร้อนมาดื่มดูบ้างนะคะ เพราะว่ารสชาติของเค้านั้นนุ่มจริงๆ ค่ะ ต้องลองๆๆ ^^

Coffee in Love at Pai

22 Nov

ตอนนี้ก็เข้าช่วงหน้าหนาวเข้ามาเรื่อยๆ แล้วนะคะ นอกจากหน้าหนาวที่ใกล้เข้ามาแล้วก็ยังมีเทศกาลวันหยุดยาวช่วงสิ้นปีที่กำลังใกล้เข้ามาด้วยเหมือนกันหลายๆ คนก็เริ่มที่จะวางแผนกันแล้วนะคะว่า สิ้นปีนี้จะไปเที่ยวที่ไหนกันดี และก็รับรองว่าคนส่วนใหญ่ถ้าให้เลือกไปเที่ยวในช่วงหน้าหนาวก็คงหนีไม่พ้นการเลือกไปเที่ยวทางภาคเหนือ เพื่อรับอากาศของความหนาวที่มีมากกว่าภาคอื่นๆ รวมถึงกรุงเทพฯ เป็นส่วนใหญ่แน่นอนและสถานที่ท่องเที่ยวที่หนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก และอีกไม่นานก็จะมีการจัดกิจกรรมที่น่าสนใจสำหรับคนรักหนังรวมคนที่รักบรรยากาศสงบๆ ของต่างจังหวัด นั่นก็คือ เมืองปาย นั่นเองค่ะและเมื่อราวๆ สิ้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปเยือนเมืองปายมาค่ะ ถึงแม้อากาศในช่วงนั้นยังไม่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวมากนัก แต่บรรยากาศที่สงบ และบรรยากาศแห่งเมืองท่องเที่ยวนั้นก็ยังอบอวลอยู่ไม่น้อย ถึงแม้จะไม่เรียกว่าประทับใจแบบลืมไม่ลง แต่ก็ทำให้รู้สึกว่าถ้ามีโอกาสก็คงต้องกลับไปเยือนเมืองปายอีกสักครั้งอย่างแน่นอนค่ะ

เมื่อมีโอกาสได้ไปเยือนเมืองปายและแม่ฮ่องสอน ขอบอกว่าที่นั่นมีร้านกาแฟสดเต็มไปหมดจริงๆ ค่ะ และแต่ละร้านเองต่างก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป แต่โดยส่วนใหญ่แล้วตกแต่งร้านได้อย่างน่านั่งมากๆ จริงๆ ค่ะ และเมื่อบอกว่าไปปาย น้อยคนนักนะคะที่จะพลาดการเข้าไปถ่ายรูปและพักดื่มกาแฟร้านที่มีชื่อว่า Coffee In Love ซึ่งทรายก็มีโอกาสได้ไปถ่ายรูปเหมือนกัน เลยขอถือโอกาสเก็บภาพบรรยากาศมาฝากให้ได้ชมกันค่ะ

Page 2 of 2«12
 

You need to log in to vote

The blog owner requires users to be logged in to be able to vote for this post.

Alternatively, if you do not have an account yet you can create one here.

Powered by Vote It Up