<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>❀ Maeyingzine ❀</title>
	<atom:link href="http://www.maeyingzine.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.maeyingzine.com</link>
	<description>Coffee lover , HAPPY, SWEET, PASSION, PEACEFUL, LOVELove, Sweet</description>
	<lastBuildDate>Sat, 12 May 2012 13:35:51 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>Coffee Jelly</title>
		<link>http://www.maeyingzine.com/2012/05/12/coffee-jelly/</link>
		<comments>http://www.maeyingzine.com/2012/05/12/coffee-jelly/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 12 May 2012 13:35:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Maeyingzine</dc:creator>
				<category><![CDATA[Coffee Terrace]]></category>
		<category><![CDATA[coffee]]></category>
		<category><![CDATA[dessert]]></category>
		<category><![CDATA[food]]></category>
		<category><![CDATA[how to]]></category>
		<category><![CDATA[jelly]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมหวาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.maeyingzine.com/?p=1838</guid>
		<description><![CDATA[วันเสาร์อยู่ว่างๆ และหลังจากได้อ่านสูตรการทำ Coffee Jelly มาจาก Thaicoffeelove.com ถือโอกาสลองทำดูเองซะเลย วิธีการทำง่ายมากๆ ส่วนผสมก็ง่ายเหมือนกันสามารถหาซื้อได้ตามซุปเปอร์เลยจ้า ส่วนผสม 1 ผงเยลลี่แบบไม่มีรส (หรือจะเป็นแผ่นเจนลาตินที่เอาไว้ผสมกับขนมก็ได้ค่ะ)  10 กรัม 2 น้ำตาลทรายแดง (น้ำตาลทรายขาวก็ได้เช่นกัน) 5 ช้อนโต๊ะ 3 ผงกาแฟ (เอาตามที่ที่บ้านมีอยู่เลย ยี่ห้อใดก็ได้) 1 ช้อนโต๊ะ 4 น้ำเปล่า 500 มิลลิลิตร 5 แม่พิมพ์ วิธีการทำ 1. ต้มน้ำเปล่าให้เดือด 2. นำผงวุ้น/เยลลี่ หรือแผ่นเจนลาตินลงไปต้มจนละลาย (อย่าลืมคนด้วยนะ) 3. ปิดไฟ แล้วนำน้ำตาลทรายพร้อมกับผงกาแฟเทใส่ลงน้ำที่ผสมผงวุ้นหรือเจลาติน แล้วคนให้เข้ากัน 4. นำไปเทใส่ลงแม่พิมพ์ที่เตรียมไว้ (บ้านเราไม่มีแม่พิมพ์เราก็ใช้ถ้วย แก้ว และถาดหลุมที่ทำน้ำแข็งแทน) 5. ทิ้งไว้ในอุณหภูมิปรกติจนเย็น (ยังไม่เป็นเยลลี่) แล้วจึงค่อยนำเข้าตู้เย็นให้จับตัวกันเป็นเยลลี่ ถือเป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้วจ้า พอเยลลี่จับตัวก็นำออกมาทานได้เลยค่ะ แต่เนื่องจากตอนเราทำแผ่นเจนลาตินมันเหลือ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันเสาร์อยู่ว่างๆ และหลังจากได้อ่านสูตรการทำ Coffee Jelly มาจาก <a href="http://www.thaicoffeelove.com/2011/10/01/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B3-coffee-jelly-%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99/" target="_blank">Thaicoffeelove.com</a> ถือโอกาสลองทำดูเองซะเลย วิธีการทำง่ายมากๆ ส่วนผสมก็ง่ายเหมือนกันสามารถหาซื้อได้ตามซุปเปอร์เลยจ้า</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/05/Coffee-jelly.jpg"><img class="size-medium wp-image-1839  aligncenter" title="Coffee-jelly" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/05/Coffee-jelly-300x151.jpg" alt="" width="300" height="151" /></a></p>
<p><strong>ส่วนผสม </strong></p>
<p>1 ผงเยลลี่แบบไม่มีรส (หรือจะเป็นแผ่นเจนลาตินที่เอาไว้ผสมกับขนมก็ได้ค่ะ)  10 กรัม</p>
<p>2 น้ำตาลทรายแดง (น้ำตาลทรายขาวก็ได้เช่นกัน) 5 ช้อนโต๊ะ</p>
<p>3 ผงกาแฟ (เอาตามที่ที่บ้านมีอยู่เลย ยี่ห้อใดก็ได้) 1 ช้อนโต๊ะ</p>
<p>4 น้ำเปล่า 500 มิลลิลิตร</p>
<p>5 แม่พิมพ์</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/05/coffee-jelli-2.jpg"><img class="size-medium wp-image-1840  aligncenter" title="coffee jelli-2" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/05/coffee-jelli-2-224x300.jpg" alt="" width="224" height="300" /></a></p>
<p><strong>วิธีการทำ</strong></p>
<p>1. ต้มน้ำเปล่าให้เดือด</p>
<p>2. นำผงวุ้น/เยลลี่ หรือแผ่นเจนลาตินลงไปต้มจนละลาย (อย่าลืมคนด้วยนะ)</p>
<p>3. ปิดไฟ แล้วนำน้ำตาลทรายพร้อมกับผงกาแฟเทใส่ลงน้ำที่ผสมผงวุ้นหรือเจลาติน แล้วคนให้เข้ากัน</p>
<p>4. นำไปเทใส่ลงแม่พิมพ์ที่เตรียมไว้ (บ้านเราไม่มีแม่พิมพ์เราก็ใช้ถ้วย แก้ว และถาดหลุมที่ทำน้ำแข็งแทน)</p>
<p>5. ทิ้งไว้ในอุณหภูมิปรกติจนเย็น (ยังไม่เป็นเยลลี่) แล้วจึงค่อยนำเข้าตู้เย็นให้จับตัวกันเป็นเยลลี่</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/05/coffee-jelli-3.jpg"><img class="size-medium wp-image-1841  aligncenter" title="coffee jelli-3" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/05/coffee-jelli-3-224x300.jpg" alt="" width="224" height="300" /></a></p>
<p>ถือเป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้วจ้า พอเยลลี่จับตัวก็นำออกมาทานได้เลยค่ะ แต่เนื่องจากตอนเราทำแผ่นเจนลาตินมันเหลือ ก็เอามาทำเป็นเยลลี่น้ำแดงต่อซะเลย วิธีการทำก็เหมือนกัน เพียงแต่ขั้นตอนที่ผสมน้ำตาลทรายกับผงกาแฟก็เปลี่ยนเป็นน้ำแดงเทใส่ลงไปแล้วคนให้เข้ากัน (ไม่ต้องใส่น้ำตาล เพราะน้ำแดงหวานอยู่แล้ว) แล้วก็ชิมเอารสชาติความหวานเท่าที่ต้องการ อันนี้ก็กะๆ เอาเทๆ ลงไปไม่ได้ตวงส่วนผสมแต่อย่างใดจ้า</p>
<p>สำหรับเยลลี่กาแฟ ถ้าทำตามสูตรนี้เป๊ะ รสชาติจะหวานกำลังพอดี แล้วก็หอมกาแฟมาก สามารถเอาไปทานคู่กับกาแฟเย็น หรือนมสดได้ ส่วนเยลลี่น้ำแดงก็เอาไว้ทานตอนอากาศร้อนๆ เอาออกมาจากตู้เย็น ทานแล้วจะสดชื่น เย็นๆ หอมๆ หวานๆ จ้า ลองไปทำกันดู ทำง่ายแล้วก็ไม่ยุ่งยาก เสียเวลาแค่ไม่กี่นาทีเองด้วย : )</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.maeyingzine.com/2012/05/12/coffee-jelly/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หนาวๆ ที่ South Korea &#8211; II</title>
		<link>http://www.maeyingzine.com/2012/03/24/korea-trip-day-ii/</link>
		<comments>http://www.maeyingzine.com/2012/03/24/korea-trip-day-ii/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 24 Mar 2012 14:36:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Maeyingzine</dc:creator>
				<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[7-11 minimart]]></category>
		<category><![CDATA[Everland]]></category>
		<category><![CDATA[fun park]]></category>
		<category><![CDATA[GS-25 mart]]></category>
		<category><![CDATA[Hunbok]]></category>
		<category><![CDATA[Kalbi]]></category>
		<category><![CDATA[Kimjiland]]></category>
		<category><![CDATA[Korea]]></category>
		<category><![CDATA[Liger]]></category>
		<category><![CDATA[nightlife]]></category>
		<category><![CDATA[Safari]]></category>
		<category><![CDATA[Seoul]]></category>
		<category><![CDATA[shopping]]></category>
		<category><![CDATA[Ski]]></category>
		<category><![CDATA[Tokpoki]]></category>
		<category><![CDATA[tour]]></category>
		<category><![CDATA[travel]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเกาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.maeyingzine.com/?p=1819</guid>
		<description><![CDATA[วันที่ 2 โปรแกรมเที่ยวของวันนี้จะไปเล่นสกี ทำกิมจิ ใส่ชุดฮันบก แล้วก็ไป Everland ต่อ แต่ก่อนไปเที่ยว ขอย้อนกลับไปคืนที่แรกก่อน ที่โรงแรมจะมี 7-11 กับ Family mart อยู่ ซึ่งร้านพวกนี้มันก็มีอยู่ทั่วไป แต่อาวายเล่าให้ฟังว่าร้านค้าแบบ 7-11 ที่เป็นของคนเกาหลีจริงๆ ก็มีนะ ร้าน 7-11 จะเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนร้านที่เป็นของคนเกาหลีแท้ๆ  ชื่อร้านว่า GS25 มาจากความอยากเอาชนะร้านจากต่างประเทศ เลยบอกว่าร้านเค้าน่ะเปิด 25 ชั่วโมงนะ (เอามาจากไหนอีก 1 ชั่วโมงหว่า) 5555 ก็เป็นความเข้าใจคิดแบบน่ารักปนตลกดีเหมือนกัน มัวแต่เล่าเรื่องชั่วโมงร้านลืมบอกว่า ไปซื้อขนมมาอย่างนึงลองกินดู ขนมกรอบๆ ที่ทำเหมือนแป้งต๊อก มันไม่อร่อยเลย เป็นแป้งกรอบแล้วก็หวานมาก แต่ก็โอเคถือว่าไปลองอะไรแปลกๆ ไปเที่ยวกันต่อดีกว่า เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการไปเล่นสกี ก่อนอื่นก็ต้องไปเช่าชุดเสื้อ กางเกงที่นึงก่อน แล้ค่อยไปที่ลานสกี เมื่อไปถึงก็ต้องไปวัดเท้าก่อนนะว่าเท้าไซส์ไหน เสร็จแล้วก็ค่อยเอากระดาษที่จดไซส์ไปให้ พนง เค้าจะเลือกรองเท้าตามไซส์มาให้เรา หลังจากนั้นก็เอารองเท้าไปล็อคถัดไปเพื่อให้เค้าทำการวัดรองเท้ากับไม้ลื่นสกี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/IMG_3636.jpg"><img class="size-medium wp-image-1820  aligncenter" title="GS-25" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/IMG_3636-300x224.jpg" alt="" width="300" height="224" /></a></p>
<p>วันที่ 2 โปรแกรมเที่ยวของวันนี้จะไปเล่นสกี ทำกิมจิ ใส่ชุดฮันบก แล้วก็ไป Everland ต่อ แต่ก่อนไปเที่ยว ขอย้อนกลับไปคืนที่แรกก่อน ที่โรงแรมจะมี 7-11 กับ Family mart อยู่ ซึ่งร้านพวกนี้มันก็มีอยู่ทั่วไป แต่อาวายเล่าให้ฟังว่าร้านค้าแบบ 7-11 ที่เป็นของคนเกาหลีจริงๆ ก็มีนะ ร้าน 7-11 จะเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนร้านที่เป็นของคนเกาหลีแท้ๆ  ชื่อร้านว่า GS25 มาจากความอยากเอาชนะร้านจากต่างประเทศ เลยบอกว่าร้านเค้าน่ะเปิด 25 ชั่วโมงนะ (เอามาจากไหนอีก 1 ชั่วโมงหว่า) 5555 ก็เป็นความเข้าใจคิดแบบน่ารักปนตลกดีเหมือนกัน</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/IMG_3521.jpg"><img class="size-medium wp-image-1821  aligncenter" title="Tokpoki snack" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/IMG_3521-224x300.jpg" alt="" width="224" height="300" /></a></p>
<p>มัวแต่เล่าเรื่องชั่วโมงร้านลืมบอกว่า ไปซื้อขนมมาอย่างนึงลองกินดู ขนมกรอบๆ ที่ทำเหมือนแป้งต๊อก มันไม่อร่อยเลย เป็นแป้งกรอบแล้วก็หวานมาก <img src='http://www.maeyingzine.com/wp-includes/images/smilies/icon_sad.gif' alt=':(' class='wp-smiley' />  แต่ก็โอเคถือว่าไปลองอะไรแปลกๆ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/Ski-I.jpg"><img class="size-medium wp-image-1822  aligncenter" title="Ski-Korea-I" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/Ski-I-300x151.jpg" alt="" width="300" height="151" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/Ski-II.jpg"><img class="size-medium wp-image-1823  aligncenter" title="Ski-Korea-II" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/Ski-II-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>ไปเที่ยวกันต่อดีกว่า เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการไปเล่นสกี ก่อนอื่นก็ต้องไปเช่าชุดเสื้อ กางเกงที่นึงก่อน แล้ค่อยไปที่ลานสกี เมื่อไปถึงก็ต้องไปวัดเท้าก่อนนะว่าเท้าไซส์ไหน เสร็จแล้วก็ค่อยเอากระดาษที่จดไซส์ไปให้ พนง เค้าจะเลือกรองเท้าตามไซส์มาให้เรา หลังจากนั้นก็เอารองเท้าไปล็อคถัดไปเพื่อให้เค้าทำการวัดรองเท้ากับไม้ลื่นสกี เพื่อที่เวลาเราเอาเท้าวางแล้วจะได้ล็อคพอดี ไม่หลุดเวลาเล่นขอบอกว่าอุปกรณ์สองอย่างนี้มันหนักมาก เวลาเดินที่พื้นธรรมดาก็ลำบากมาก ด้วยความที่ตัวเล็กมั้งมันเลยยิ่งทุลักทุเลมาก เสร็จแล้วก็ไปเอาไม้ไปเล่นสกีได้เลย อ่อก่อนไปเล่นถ้าใครมีกระเป๋าหรือของติดตัว เค้าจะมี Locker ให้เช่าราคา 500 วอน ก็สามารถเช่าไว้เก็บรองเท้า กระเป๋าไว้ได้ เสร็จแล้วก็ไปเล่นกันได้เลย</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/Ski-III.jpg"><img class="size-medium wp-image-1824  aligncenter" title="Ski-Korea-III" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/Ski-III-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>ตอนแรกคิดว่าจะหนาวมาก แต่พอเล่นๆ ไปแล้วร้อนเลย เหงื่อออกด้วย และสำหรับคนที่ไม่เคยเล่นจะบอกว่ามันทั้งเกร็งต้นแขน ขา เกร็งไปหมด เมื่อยสุดๆ แขนขาล้าไปเลย แต่ก็สนุกมาก สนุกจริงๆ</p>
<p><strong><span style="color: #ff00ff;">Kimjiland</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/Kimji.jpg"><img class="size-medium wp-image-1825  aligncenter" title="Kimji" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/Kimji-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>เสร็จจากเล่นสกีก็ไปเรียนทำกิมจิต่อ อันนี้เพื่อนเล่าให้ฟังว่า ถ้าใครทำกิมจิออกมาสวยหมายความว่าจะได้แต่งงาน จริงป่าวก็ไม่รู้แต่เพื่อนเล่าให้ฟังมาอีกที ส่วนวิธีการทำก็ เค้าจะมีผักมาให้ช่อนึง แล้วก็ซอสที่เค้าปรุงเสร็จแล้ว เราก็แค่เอาซอสนั้นมาป้ายๆ ที่ผัก ตั้งแต่โคนหรือก้านก่อนค่อยๆ ลงมาที่ใบ เสร็จแล้วก็ม้วนๆ ผักให้ดูเป็นก้อนๆ แค่นี้ก็เสร็จแล้ว</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/Hunbok.jpg"><img class="size-medium wp-image-1826  aligncenter" title="Hunbok" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/Hunbok-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>พอทำเสร็จก็ไปถ่ายรูปชุดฮันบกกัน ชุดที่เลือกมาใส่ตอนแรกก็ไม่รู้หรอกว่าเป็นชุดอะไร แต่ที่เลือกเพราะเห็นว่าสีมันแจ่มดีเวลาถ่ายรูปออกมาจะได้สวยๆ 55 มารู้ทีหลังกว่าเป็นชุดนางรำ ที่รำหน้าลานให้กับพระราชาดูอะไรทำนองนั้น ก็สนุกดี ชอบๆ</p>
<p><span style="color: #ff00ff;"><strong>Kalbi </strong><strong>(หมูย่างเกาหลี)</strong></span></p>
<p style="text-align: center;"><strong><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/Kalbi.jpg"><img class="size-medium wp-image-1827  aligncenter" title="Kalbi" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/Kalbi-300x151.jpg" alt="" width="300" height="151" /></a></strong></p>
<p>เสร็จแล้วก็ไปกินหมูย่างเกาหลีกัน อร่อยล้ำมากกกกกกก ลืมหมูย่างเกาหลีที่เมืองไทยไปเลย ย่างเลยตัดเอง ห่อกับผักจิ้มน้ำจิ้ม สุดยอด เปรมมากกกกก</p>
<p><span style="color: #ff00ff;"><strong>Everland</strong></span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #ff00ff;"><strong><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/Everland-I.jpg"><img class="size-medium wp-image-1828  aligncenter" title="Everland-I" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/Everland-I-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></strong></span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #ff00ff;"><strong><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/Everland-II.jpg"><img class="size-medium wp-image-1829  aligncenter" title="Everland-II" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/Everland-II-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></strong></span></p>
<p>เสร็จแล้วก็ Everland กัน ที่นี่หนาวมาก เพราะเป็นสวนสนุกที่อยู่ในหุบเขา จะเข้าไปเล่นเครื่องเล่นก็ต้องนั่งกระเช้าลงไปนะ พอจะกลับก็ต้องเดินหรือนั่งกระเช้าขึ้นมาอีกที ส่วนเครื่องเล่นนี่ไม่ได้เล่นอะไรสักอย่าง เป็นคนไม่ชอบเล่นอะไรหวาดเสียวเลย เลยไปต่อแถวเข้าไปไลเกอร์แทน อันนี้จริงๆ ก็ไม่ได้อยากดูอีกเหมือนกัน เพราะไม่ชอบสัตว์ ต่อแถวยาวมาก พอไปถึงก็นั่งรถเข้าไป วนๆ แป๊บเดียวก็จบแล้ว ดูเร็วกว่าต่อแถวอีก &#8211; -‘ อ่อ ก่อนไปดูไลเกอร์ก็ไปดูแกะแก้มชมพู น่ารักดี แค่นี้ก็หมดเวลาแล้ว กว่าจะกลับขึ้นมาก็เย็นย่ำแล้วจ้า</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/Everland-III.jpg"><img class="size-medium wp-image-1830  aligncenter" title="Everland-III" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/Everland-III-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p><strong><span style="color: #ff00ff;">หม้อไฟ</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="color: #ff00ff;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/Hot-pot.jpg"><img class="size-medium wp-image-1831  aligncenter" title="Hot pot" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/Hot-pot-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></span></strong></p>
<p>ปิดท้ายวันนี้ด้วยการกินหม้อไฟ อร่อยกิ๊บกิ้วอีกแล้ว มีเหล้าบ๊วยเหมือนที่ญี่ปุ่นเลย แต่เหล่าบ๊วยที่ญี่ปุ่นอร่อยกว่าเยอะ ทริปนี้มีความสุขกับอาหารมาก</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/Night-life-koea.jpg"><img class="size-medium wp-image-1832  aligncenter" title="Night life - koea" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/Night-life-koea-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>กินเสร็จก็กลับโรงแรม ก่อนนอนก็เลยออกมาเดินเล่นแถวๆ โรงแรมเลยแวะกินโอเด้ง หรือปลาแผ่นเสียบไม้พร้อมกับน้ำซุป ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าจะ 4-500 วอนนี่แหละ แล้วก็สนองนี๊ดด้วยการกินต๊อกโปกิ อร่อยมากชอบอ่ะ ชอบแป้งเหนียวๆ ซอสที่ราดก็ออกจะเผ็ดหน่อย แต่ถ้าไม่เผ็ดมันก็คงเลี่ยนน่าดู นั่งกินกันอยู่หน้าร้านนั่นแหละ ส่วนเพื่อนคนอื่นบางคนก็ไปกินปลาหมึกดิ้นๆ บรึ๋ยยยยย ไม่เอาอ่ะ &gt;.&lt;</p>
<p>เป็นอันจบทริปการเที่ยวของวันที่ 2 แล้วจ้า ติดตามวัน 3-4 กันต่อนะ อาจจะเอามารวมกันเป็นเรื่องเดียวเลย เพราะที่เหลือส่วนใหญ่ก็จะไปที่ที่เค้าขายของอย่างศูนย์โสม, สาหร่าย, ศูนย์สมุนไพรแล้วก็ช็อปปิ้งแล้วหล่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.maeyingzine.com/2012/03/24/korea-trip-day-ii/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หนาวๆ ที่ South Korea</title>
		<link>http://www.maeyingzine.com/2012/03/07/korea-trip-day-i/</link>
		<comments>http://www.maeyingzine.com/2012/03/07/korea-trip-day-i/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 07 Mar 2012 14:36:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Maeyingzine</dc:creator>
				<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[Dongdaemun market]]></category>
		<category><![CDATA[Korea]]></category>
		<category><![CDATA[Nami island]]></category>
		<category><![CDATA[Seoul]]></category>
		<category><![CDATA[shopping]]></category>
		<category><![CDATA[Teddy bear museum]]></category>
		<category><![CDATA[tour]]></category>
		<category><![CDATA[travel]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธภัณฑ์ตุ๊กตาหมี]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยวเกาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเกาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยวเกาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[โซล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.maeyingzine.com/?p=1796</guid>
		<description><![CDATA[ไปเที่ยวประจำปีกับ mInteraction ที่เกาหลีกันจ้า ออกเดินทางกลางคืนของวันที่ 21 ก.พ. ถึงเช้าวันพุธ 22 ก.พ. เที่ยวกันถึงวันที่ 25 ไปกับทัวร์ Discovery Korea เดินทางโดยสารการบิน Jin Air (ที่คิดว่าโคตรจะเล็กและอึดอัด แทบไม่มีอากาศหายใจ ขนาดว่าเป็นคนตัวเล็กแล้วนะ -_-&#8217; เหมือนกันแย่งหายใจ ทำให้อาการแพ้อากาศกำเริบ เสียงบี้เลย T^T) ใช้เวลาในการบินประมาณ 5 ชั่วโมง และเวลาที่เกาหลีก็เร็วกว่าบ้านเรา 2 ชั่วโมง เมื่อไปถึงสนามบินอินชอนแล้ว เวลาจะผ่าน ตม. เลือกต่อแถวดีๆ นะ ถ้าเห็นแถวไหนที่มีเหมือน Labor หรือคนผิวดำอย่าไปต่อแถวนั้นนะ จะช้ามาก ตม.คงตรวจกันนานหน่อย สำหรับวันนี้เราก็ไปเที่ยว คลองชองเกชอน พิพิธภัณฑ์ตุ๊กตาหมี คล้องกุญแจคู่รักที่ Seoul Tower ตลาดทงแดมุน และเกาะนามิ เริ่มกันที่คลองชองเกชอนเลยนะ สำหรับทริปนี้ได้ไกด์ผู้น่ารักคือ อาวาย ใจดี ตลก เป็นกันเองมากๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/mInteraction-outing-at-Korea.jpg"><img class="size-medium wp-image-1798  aligncenter" title="mInteraction outing at Korea" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/mInteraction-outing-at-Korea-300x224.jpg" alt="" width="300" height="224" /></a></p>
<p>ไปเที่ยวประจำปีกับ mInteraction ที่เกาหลีกันจ้า ออกเดินทางกลางคืนของวันที่ 21 ก.พ. ถึงเช้าวันพุธ 22 ก.พ. เที่ยวกันถึงวันที่ 25 ไปกับทัวร์ Discovery Korea เดินทางโดยสารการบิน Jin Air (ที่คิดว่าโคตรจะเล็กและอึดอัด แทบไม่มีอากาศหายใจ ขนาดว่าเป็นคนตัวเล็กแล้วนะ -_-&#8217; เหมือนกันแย่งหายใจ ทำให้อาการแพ้อากาศกำเริบ เสียงบี้เลย T^T) ใช้เวลาในการบินประมาณ 5 ชั่วโมง และเวลาที่เกาหลีก็เร็วกว่าบ้านเรา 2 ชั่วโมง</p>
<p>เมื่อไปถึงสนามบินอินชอนแล้ว เวลาจะผ่าน ตม. เลือกต่อแถวดีๆ นะ ถ้าเห็นแถวไหนที่มีเหมือน Labor หรือคนผิวดำอย่าไปต่อแถวนั้นนะ จะช้ามาก ตม.คงตรวจกันนานหน่อย สำหรับวันนี้เราก็ไปเที่ยว คลองชองเกชอน พิพิธภัณฑ์ตุ๊กตาหมี คล้องกุญแจคู่รักที่ Seoul Tower ตลาดทงแดมุน และเกาะนามิ เริ่มกันที่คลองชองเกชอนเลยนะ สำหรับทริปนี้ได้ไกด์ผู้น่ารักคือ อาวาย ใจดี ตลก เป็นกันเองมากๆ เป็นคนเกาหลีที่แต่งงานกับคนไทย และช่างภาพ micky เป็นคน active มากๆ คอยดูแลอำนวยความสะดวก ช่วยเหลือทุกอย่าง อยากได้อะไรขอมิกกี้ทำให้หมด ที่ประทับใจสุดคือตอนทานข้าวจะคอยมาเติมมาเสริฟตลอดเวลา และจะบอกว่า หมูเยอะๆ ทานเยอะๆ นะครับ ทริปนี้อิ่ม เปรมมาก</p>
<p><strong><span style="color: #ff00ff;">คลองชองเกชอง</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="color: #ff00ff;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/Chonkachon.jpg"><img class="size-medium wp-image-1799  aligncenter" title="Chonkachon" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/Chonkachon-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></span></strong></p>
<p>ไปถึงก็ไม่มีอะไรนอกจากถ่ายรูป (จริงๆ) แต่ที่เก๋มากคือ ที่นี่เค้ามีตู้ถ่ายรูปแล้วสามารถเลือก Background ได้ด้วยว่าจะเอาภาพสถานที่สำคัญที่ไหนของเกาหลี พอถ่ายเสร็จก็สามารถส่งเข้าอีเมล์เราได้เลย (เหมือนตู้ถ่ายรูปที่ตั้งอยู่ที่ CTW บ้านเราเลย ถ้าใครเคยไปถ่ายนะ) ส่วนคลองชองเกชอนก็ไม่มีอะไร ถึงแม้ในใบนำเที่ยวจะเขียนว่า (มหัศจรรย์) ก็ตาม -_-&#8217; คลองนี้มีอายุกว่า 600 ปี ความยาว 6 กม. ที่นี่ยังใช้จัดเป็นลานกิจกรรมต่างๆ ด้วย ถ้าช่วงที่มีการจัดกิจกรรมก็คงสวยดีเหมือนกัน หรือถ้าไปตอนกลางคืนกำลังเปิดไฟก็อาจจะสวยก็ได้นะ แต่อันนี้ไปตอนสายๆ เลยไม่ค่อยรู้สึกเท่าไหร่</p>
<p><strong><span style="color: #ff00ff;">Teddy Bear Museum and Seoul Tower</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="color: #ff00ff;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/Teddy-Bear-Museum-1.jpg"><img class="size-medium wp-image-1800  aligncenter" title="Teddy Bear Museum 1" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/Teddy-Bear-Museum-1-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></span></strong></p>
<p>ตามทริปนี้ให้เลือกว่าจะขึ้นไปดูวิวเมืองข้างบนหรือจะเข้า Teddy Bear Museum แน่นอนว่าเลือกดูหมีแน่นอน จะบอกว่าน้องหมีน่ารัก ทำให้เรารู้สึกว่ามีความสุขมาก enjoy สุดๆ ในพิพิธภัณฑ์เค้าจะนำตุ๊กตาหมีมาเล่าเรื่องราวตั้งแต่ประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน มีถ่ายคลิปวีดีโอมาด้วย จบจากการดูน้องหมีแล้วก็แวะไปที่คล้องกุญแจซะหน่อย ที่คู่รักหลายๆ คนเชื่อว่าถ้าได้มาคล้องกุญแจที่นี่แล้วจะรักกันตลอดไป แต่ไม่ได้คล้องนะ 555 มันเยอะมวากกกกก เยอะไปไหน เสร็จจากทีนี่ก็ไปทานอาหารกลางวันกันนะ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/Teddy-Bear-Museum-2.jpg"><img class="size-medium wp-image-1801  aligncenter" title="Teddy Bear Museum 2" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/Teddy-Bear-Museum-2-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;">
<p><iframe width="560" height="315" src="http://www.youtube.com/embed/YPbabKfP5PI" frameborder="0" allowfullscreen></iframe><br />
<strong><span style="color: #ff00ff;">โอซัม พุลโกกิ</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="color: #ff00ff;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/Osum-Pukoki.jpg"><img class="size-medium wp-image-1802  aligncenter" title="Osum Pukoki" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/Osum-Pukoki-300x151.jpg" alt="" width="300" height="151" /></a></span></strong></p>
<p>มื้อกลางวันนี้เรากิน <strong>โอซัม พุลโกกิ</strong> ประกอบด้วยปลาหมึกสด และหมูสไลด์ที่ผ่านการหมักด้วยเครื่องปรุงจนได้ที่ นำมาผัดรวมกับผักสดนานาชนิดบนกระทะร้อนๆ รับประทานพร้อมเครื่องเคียง และข้าวสวยร้อนๆ  อร่อยมาก เราจำไม่ได้ว่ารสชาติเป็นยังไง แต่รู้สึกว่าตลอดทั้งทริปนี้อาหารอร่อยมวากกกกกก เปรม (ยกเว้นอาหารโรงแรม เปลี่ยนมา 2 โรงแรมก็ยังรู้สึกว่ากิงม่ายล่ายได้ทั้ง 2 ที่เลย)</p>
<p><strong><span style="color: #ff00ff;">ตลาดดงแดมุน</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="color: #ff00ff;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/Dong-Dae-Moon.jpg"><img class="size-medium wp-image-1803  aligncenter" title="Dong Dae Moon" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/Dong-Dae-Moon-300x224.jpg" alt="" width="300" height="224" /></a></span></strong></p>
<p>ต่อไปเราจะไปช้อปปิ้งที่<strong>ตลาดดงแดมุน</strong>กันแล้วจ้า ร้านค้าที่นี่เค้าแปลกดีเหมือนกันนะ แค่เดินเข้าร้านยังไม่ได้ซื้ออะไรเค้าก็พร้อมจะให้ Tester แล้วอ่ะ ไปถึงก็ดิ่งเข้าไปที่ Skinfood กับ etude ก่อน วันนี้ได้แต่ซื้อของตัวเอง เข้าออก 2 ร้านเสียหายไป 2 แสนกว่าวอนแล้ว แค่วันแรกเองนะ</p>
<p><strong><span style="color: #ff00ff;">Nami Island</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="color: #ff00ff;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/Nami-island1.jpg"><img class="size-medium wp-image-1804  aligncenter" title="Nami island1" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/Nami-island1-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></span></strong></p>
<p>ย้อนรอยซีรีย์กันสุดๆ เดินๆ ถ่ายรูป เดินๆ ถ่ายรูป ก็สวยดีนะ มุมถ่ายรูปสุดฮิตก็คงตรงที่เป็นแนวต้นไม้ยาวๆ นั่นล่ะ แล้วก็คงเป็นรูปปั้นของดาราในเรื่อง Winter love song (แต่เราไม่เห็น ได้ยังไงเนีย) ที่นามิมีขนมอยู่อย่างนึงอร่อยดีนะ ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าจะ 1000 วอน เป็นแป้งก้อนกลมๆ ข้างในมีน้ำเหนียวๆ หวานๆ แล้วก็มีถั่ว มีเมล็ดทานตะวันอยู่ข้างใน หอมกลิ่นน้ำตาลหวานๆ อร่อยดี จบแล้วสำหรับเกาะนามิ ไม่มีอะไรจริงๆ นะก็ถ่ายรูปอย่างเดียว 555</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/IMG_4162.jpg"><img class="size-medium wp-image-1805  aligncenter" title="IMG_4162" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/IMG_4162-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p><strong><span style="color: #ff00ff;">DUKKALBI</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="color: #ff00ff;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/DUKKALBI.jpg"><img class="size-medium wp-image-1806  aligncenter" title="DUKKALBI" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2012/03/DUKKALBI-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></span></strong></p>
<p>สำหรับมื้อเย็นไปกิน <strong>DUKKALBI</strong><strong> </strong>ไก่เผ็ดบาร์บีคิวนำมาผัดบนกระทะ พร้อมผัก มีแป้งต๊อกด้วย แล้วก็เอาข้าวลงไปผัดคลุกๆ อร่อยดี มื้อนี่ฝีมือ <a href="http://twitter.com/moomay" target="_blank">@moomay</a> ลงมือผัดให้กิน 555 ส่วนกิมจิกับซุปสาหร่ายนี่กินทุกวัน ทุกมื้อเลย จบทริปวันแรกแล้วจ้า ติดตามวันที่ 2 กันใหม่นะ สนุกสนานกว่าเดิม ^^</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.maeyingzine.com/2012/03/07/korea-trip-day-i/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>portrait with coffee cup stains</title>
		<link>http://www.maeyingzine.com/2012/02/21/portrait-with-coffee-cup-stains/</link>
		<comments>http://www.maeyingzine.com/2012/02/21/portrait-with-coffee-cup-stains/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 21 Feb 2012 05:36:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Maeyingzine</dc:creator>
				<category><![CDATA[Coffee Terrace]]></category>
		<category><![CDATA[art]]></category>
		<category><![CDATA[coffee]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.maeyingzine.com/?p=1793</guid>
		<description><![CDATA[พาไปดูศิลปะการวาดภาพที่ได้แรงบันดาลใจมาจากหยดกาแฟที่ติดอยู่ตามก้นแก้ว ไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถเอามาทำจนกลายเป็นรูปภาพได้ขนาดนี้ แจ๋วไปเลยค่ะ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>พาไปดูศิลปะการวาดภาพที่ได้แรงบันดาลใจมาจากหยดกาแฟที่ติดอยู่ตามก้นแก้ว ไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถเอามาทำจนกลายเป็นรูปภาพได้ขนาดนี้ แจ๋วไปเลยค่ะ</p>
<p><iframe width="560" height="315" src="http://www.youtube.com/embed/VOfePvzW1ts" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.maeyingzine.com/2012/02/21/portrait-with-coffee-cup-stains/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Slow life at สวนโมกข์</title>
		<link>http://www.maeyingzine.com/2011/12/28/slow-life-at-suanmokkh/</link>
		<comments>http://www.maeyingzine.com/2011/12/28/slow-life-at-suanmokkh/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Dec 2011 14:11:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Maeyingzine</dc:creator>
				<category><![CDATA[Dhamma]]></category>
		<category><![CDATA[Diary]]></category>
		<category><![CDATA[slow life]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมะ]]></category>
		<category><![CDATA[พุทธทาสภิกขุ]]></category>
		<category><![CDATA[สวนโมกข์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.maeyingzine.com/?p=1778</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้ใช้ One free day ที่ออฟฟิศให้มา  1 วันไปกับการทำภารกิจสิ่งที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้นปีให้สำเร็จ เมื่อตอนต้นปีเขียนไว้ว่าสิ่งที่จะต้องทำให้สำเร็จในปี 2554 มีอยู่ 7 เรื่อง สรุปแล้วทำสำเร็จไป 3 เรื่อง ซึ่งเรื่องที่ทำสำเร็จล้วนแต่เป็นเรื่องนอกกายทั้งนั้น อีก 4 เรื่องที่ทำไม่สำเร็จนี่ก็เป็นเรื่องของจิตใจล้วนๆ ดังนั้นเมื่อมีโอกาสก็เลยขอใช้ Free day ที่ได้มานี้ไปกับการทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ให้สำเร็จ ก็เลยไปสวนโมกข์ซะเลย อย่างน้อยเราอาจจะไม่สามารถทำได้ทุกวันแต่อย่างน้อยก็ขอให้มีสักวันที่ได้กลับไปใช้ชีวิต ความคิด จิตใจ ให้สงบลง เดินให้ช้า หายใจให้ช้า คิดให้ช้า ทำอะไรๆ ให้ช้าลง คิดถึงคนอื่น ใช้ใจเขาใจเราเข้า ซึ่งมันก็ดีนะ ถึงแม้จะเป็นแค่หนึ่งวัน แต่ก็ดีกว่าไม่ได้ทำเลยซักวัน จริงมั้ย? ที่ตั้งใจไปสวนโมกข์ก็เป็นเพราะชอบคำสอนและมรดกที่ท่านพุทธทาสภิกขุทิ้งไว้ให้คนรุ่นหลังอย่างเราๆ คำสอนของท่านเป็นจริง และเป็นไปตามธรรมชาติโดยแท้ มีอยู่ประโยคนึงที่ไปอ่านมีคนเขียนไว้ว่า นานๆ ทีจะมีคนอย่างท่านพุทธทาสฯ นะ 10 ปี 20 ปี 100 ปีจะมีสักคนนึงที่มั่นคง เข้าใจ และหลุดพ้นจากสิ่งที่มนุษย์และโลกเป็น ออกไปไกลละ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้ใช้ One free day ที่ออฟฟิศให้มา  1 วันไปกับการทำภารกิจสิ่งที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้นปีให้สำเร็จ เมื่อตอนต้นปีเขียนไว้ว่าสิ่งที่จะต้องทำให้สำเร็จในปี 2554 มีอยู่ 7 เรื่อง สรุปแล้วทำสำเร็จไป 3 เรื่อง ซึ่งเรื่องที่ทำสำเร็จล้วนแต่เป็นเรื่องนอกกายทั้งนั้น อีก 4 เรื่องที่ทำไม่สำเร็จนี่ก็เป็นเรื่องของจิตใจล้วนๆ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/12/IMG_2415.jpg"><img class="size-medium wp-image-1779   aligncenter" title="IMG_2415" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/12/IMG_2415-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>ดังนั้นเมื่อมีโอกาสก็เลยขอใช้ Free day ที่ได้มานี้ไปกับการทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ให้สำเร็จ ก็เลยไปสวนโมกข์ซะเลย อย่างน้อยเราอาจจะไม่สามารถทำได้ทุกวันแต่อย่างน้อยก็ขอให้มีสักวันที่ได้กลับไปใช้ชีวิต ความคิด จิตใจ ให้สงบลง เดินให้ช้า หายใจให้ช้า คิดให้ช้า ทำอะไรๆ ให้ช้าลง คิดถึงคนอื่น ใช้ใจเขาใจเราเข้า ซึ่งมันก็ดีนะ ถึงแม้จะเป็นแค่หนึ่งวัน แต่ก็ดีกว่าไม่ได้ทำเลยซักวัน จริงมั้ย? <img src='http://www.maeyingzine.com/wp-includes/images/smilies/icon_wink.gif' alt=';)' class='wp-smiley' /> </p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/12/IMG_2404.jpg"><img class="size-medium wp-image-1780  aligncenter" title="IMG_2404" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/12/IMG_2404-300x224.jpg" alt="" width="300" height="224" /></a></p>
<p>ที่ตั้งใจไปสวนโมกข์ก็เป็นเพราะชอบคำสอนและมรดกที่ท่านพุทธทาสภิกขุทิ้งไว้ให้คนรุ่นหลังอย่างเราๆ คำสอนของท่านเป็นจริง และเป็นไปตามธรรมชาติโดยแท้ มีอยู่ประโยคนึงที่ไปอ่านมีคนเขียนไว้ว่า นานๆ ทีจะมีคนอย่างท่านพุทธทาสฯ นะ 10 ปี 20 ปี 100 ปีจะมีสักคนนึงที่มั่นคง เข้าใจ และหลุดพ้นจากสิ่งที่มนุษย์และโลกเป็น ออกไปไกลละ กลับมาที่สวนโมกข์กันต่อดีกว่า เมื่อมาถึงสวนโมกข์ ชั้นที่ 1 จะเป็นศูนย์ขายหนังสือมีทั้งหนังสือธรรมะ ประวัติ คำสอน มรดกที่เกี่ยวกับท่านพุทธทาสฯ เอาไว้ ขอบอกว่าพอเดินเข้ามาแล้วร่มรื่นเย็นสบายมากๆ เสร็จแล้วก็แวะขึ้นไปที่ชั้น 2</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/12/IMG_2405.jpg"><img class="size-medium wp-image-1781  aligncenter" title="IMG_2405" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/12/IMG_2405-224x300.jpg" alt="" width="224" height="300" /></a></p>
<p>สำหรับชั้น 2 จะเป็นส่วนที่จัดแสดงนิทรรศการ ภาพวาดที่สอดแทรกคำสอนและมีคำแปลความหมายจากท่านพุทธทาสฯ เอาไว้ และมีห้องแสดงนิทรรศการนิพพานชิมลอง และมีห้องปฏิบัติธรรมทำสมาธิด้วย  เดินดูรูปแล้วอ่านไปด้วยก็เพลินดี เพลินมากๆ เรื่องนึงที่อ่านแล้วจำได้แม่นก็คงเป็นเรื่องที่แปลจากนิทานออกมา<strong><span style="color: #0000ff;"> “ทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้น ย่อมมีเหตุและปัจจัยทั้งสิ้น”<span style="color: #0000ff;"> </span></span><span style="color: #0000ff;">“จิตของเราโดยพื้นฐานแล้วเป็นจิตที่ว่างเปล่า หรือเรียกว่าจิตประภัสสร แต่คนเรามักเอาความคิด ความรู้สึกต่างๆ ใส่เข้าไปในจิตมนุษย์จึงแตกต่างกัน ร้อยนิสัยพันสันดาน”</span></strong> (อันนี้ใส่เองค่ะ)</p>
<blockquote><p><span style="color: #0000ff;"><strong>“เมื่อใดก็ตามที่เกิดคำว่าตัวกู ของกู ตัวสู ของสู ขึ้นมาในความคิด เมื่อนั้นแลความทุกข์จะเริ่มเข้าครอบงำและกัดกร่อน กัดกินเวลาแห่งความสุข สงบในจิตใจ”</strong></span></p></blockquote>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #0000ff;"><strong><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/12/IMG_2408.jpg"><img class="size-medium wp-image-1782  aligncenter" title="IMG_2408" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/12/IMG_2408-300x118.jpg" alt="" width="300" height="118" /></a><br />
</strong></span></p>
<p>หลังจากที่เดินดูรูปวาดพร้อมนิทานคำสอนแล้ว ก็ลองเข้าห้องนิทรรศการ<strong><span style="color: #0000ff;"> “นิพพานชิมลอง” </span></strong>ดู concept ของห้องนี้อยู่ที่ให้ลองดูก่อน เมื่อลองแล้วชอบค่อยปฏิบัติ แต่ถ้าลองแล้วไม่ชอบก็ไม่ต้องปฏิบัติ เริ่มต้นที่แรกจะมีโต๊ะพร้อมกับตราประทับ 20 แบบ ให้เราเลือกปั๊มลงบนไปรษณียบัตร หลังจากนั้นเขียนชื่อที่อยู่ แล้วหยอดทิ้งไว้ในกล่อง เดี๋ยวเค้าจะจัดส่งไปรษณียบัตรนี้มาให้เรา ตราประทับทั้ง 20 แบบก็มีลายต่างกันออกไป แต่เราเลือกลายที่ 20 ซึ่งเขียนไว้ว่า<span style="color: #0000ff;"><strong> “ยิ่งโง่ ก็ยิ่งคิดว่า กูฉลาด” </strong></span>เก็บไว้คอยสอนคอยเตือนตัวเอง</p>
<p>หลังจากนั้นก็เริ่มเดินผ่านเข้าสู่โซนที่ 1 ไป 2 สำหรับโซนที่ 2 นี่คิดว่าน่าจะเป็น Highlight ที่สุดนะ เพราะห้องนี้เป็นลานโล่งกลม และมีเบาะล้อมรอบให้นั่ง มีจอโปรเจคเตอร์ฉายภาพและเสียงให้เรานั่งสมาธิ สำหรับห้องนิทรรศการนี้ชอบโซนนี้ที่สุด ก่อนเริ่มทำสมาธิเราคิดว่ายากและก็มันดูไกลตัวจากเรามาก และคงจะลองแค่แป๊บเดียวพอ แต่พอเอาเข้าจริงแล้ว นั่งทำได้ประมาณ 20 นาที สงบ เงียบ เบาตัว ชั่วขณะที่ทำเราจะลืมสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวไปเลย ลืมไปว่าในห้องนั้นมีอยู่กี่คน ใครลุก ใครนั่ง ใครเข้า ใครออก แม้แต่เสียงดนตรีที่เปิดอยู่เราก็ลืมและไม่ได้ยินเลย พอนั่งแล้วสบายแล้วก็รู้สึกว่าอืมขอนั่งต่ออีกสักพักล่ะกัน เลยนั่งไปประมาณ 20 นาที</p>
<p>เสร็จแล้วก็เดินต่อไปโซนที่ 3 ทางเดินเป็นก้อนหิน ทุกย่างที่เราเดินและเหยียบไปเย็นเท้าดี แต่เข้าใจว่าน่าจะบอกให้เรารู้ทุกย่างก้าวที่เราเดินมากกว่า จากโซนนี้ไปสู่โซนที่ 4 เป็นจอทีวี เราสามารถสัมผัสที่หน้าจอเพื่ออ่านคำสอนต่าง ได้ จากจุดนี้ที่อ่านก็เป็นเรื่องของ ตัวกู ตัวสู เสร็จแล้วก็ไปโซนที่ 5 เป็นก้อนหินพูดได้ โซนนี้ก็ชอบนะ ใครที่เข้ามาสามารถพิมพ์ข้อความ โดยจะมีคีย์บอร์ดวางอยู่บนก้อนหินให้เราพิมพ์ พอ Enter แล้วข้อความก็จะไปขึ้นโชว์ที่หน้าจอมอนิเตอร์ เราพิมพ์ไป 2 ประโยคว่า<strong><span style="color: #0000ff;"> “ความสุขอยู่ที่ใจเรา ไม่ได้อยู่ที่ใคร” </span></strong>และ<span style="color: #0000ff;"><strong> “ชีวิตนี้ ถ้าเศร้าเราขาดทุน” </strong></span>โซนสุดท้ายทิ้งท้ายไว้ เสร็จแล้วก็ออกมาจากห้อง แล้วก็ไปนั่งอ่านหนังสืออีกนิดหน่อยตรงลานด้านขวามือแล้วก็กลับล่ะ</p>
<p>ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาแค่สั้น แต่เวลาสั้นๆ นี้แหละที่ทำให้เราได้ใช้ชีวิตแบบเงียบๆ คิดช้า ทำช้าๆ ให้ชีวิตร่างกายได้สงบลงบ้าง ต้องขอบคุณบริษัทที่ให้เรามีวัน Free day ได้ทำอีกสิ่งที่ตั้งใจทำตั้งแต่ต้นปีสำเร็จ ^_^</p>
<p>การเดินทางไปสวนโมกข์ สำหรับคนไม่มีรถ วิธีที่ง่ายสุดนะ นั่งรถไฟใต้ดินไปลงสถานีพหลโยธินแล้วออกทางออกที่ไปเซ็นทรัลลาดพร้าว จะเจอสวนสาธารณะให้เดินทะลุสวนฯ ไปอีกฝั่ง (ฝั่งสำนักงานปตท.) ข้ามสะพานลอยแล้วเรียกมอเตอร์ไซต์รับจ้าง บอกไปสวนโมกข์ 10 บาท หรือจะเรียกมอเตอร์ไซค์ฯ ตั้งแต่ตรงทางออกรถไฟใต้ดินเลยก็ได้ ราคา 40 บาท</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.maeyingzine.com/2011/12/28/slow-life-at-suanmokkh/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>15 Things about coffee</title>
		<link>http://www.maeyingzine.com/2011/12/10/15-things-about-coffee/</link>
		<comments>http://www.maeyingzine.com/2011/12/10/15-things-about-coffee/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 10 Dec 2011 13:13:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Maeyingzine</dc:creator>
				<category><![CDATA[Coffee Terrace]]></category>
		<category><![CDATA[cafe]]></category>
		<category><![CDATA[coffee]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.maeyingzine.com/?p=1759</guid>
		<description><![CDATA[ไปเจอมาเลยเอามาให้อ่านกันเล่นๆค่ะ 15 เรื่องเกี่ยวกับกาแฟ บางคนอาจจะเคยรู้มาบ้าง หรือไม่รู้บ้าง บางเรื่องนี่ก็คาดไม่ถึงเหมือนกันนะ Source : http://theoatmeal.com/comics/coffee]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ไปเจอมาเลยเอามาให้อ่านกันเล่นๆค่ะ 15 เรื่องเกี่ยวกับกาแฟ บางคนอาจจะเคยรู้มาบ้าง หรือไม่รู้บ้าง บางเรื่องนี่ก็คาดไม่ถึงเหมือนกันนะ <img src='http://www.maeyingzine.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/12/header.jpg"><img class="size-medium wp-image-1760  aligncenter" title="header" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/12/header-300x170.jpg" alt="" width="300" height="170" /></a><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/12/1.jpg"><img class="size-medium wp-image-1761  aligncenter" title="1" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/12/1-300x285.jpg" alt="" width="300" height="285" /></a><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/12/2.jpg"><img class="size-medium wp-image-1762  aligncenter" title="2" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/12/2-300x206.jpg" alt="" width="300" height="206" /></a><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/12/3.jpg"><img class="size-medium wp-image-1763  aligncenter" title="3" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/12/3-300x240.jpg" alt="" width="300" height="240" /></a><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/12/4.jpg"><img class="size-medium wp-image-1764  aligncenter" title="4" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/12/4-300x203.jpg" alt="" width="300" height="203" /></a><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/12/5.jpg"><img class="size-medium wp-image-1765  aligncenter" title="5" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/12/5-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/12/6.jpg"><img class="size-medium wp-image-1766  aligncenter" title="6" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/12/6-300x174.jpg" alt="" width="300" height="174" /></a><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/12/7.jpg"><img class="size-medium wp-image-1767    aligncenter" title="7" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/12/7-283x300.jpg" alt="" width="283" height="300" /></a><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/12/8.jpg"><img class="size-medium wp-image-1768  aligncenter" title="8" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/12/8-300x220.jpg" alt="" width="300" height="220" /></a><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/12/9-1.jpg"><img class="size-medium wp-image-1771  aligncenter" title="9 (1)" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/12/9-1-268x300.jpg" alt="" width="268" height="300" /></a><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/12/end.jpg"><img class="size-medium wp-image-1772  aligncenter" title="end" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/12/end-300x82.jpg" alt="" width="300" height="82" /></a></p>
<p>Source : <a href="http://theoatmeal.com/comics/coffee">http://theoatmeal.com/comics/coffee</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.maeyingzine.com/2011/12/10/15-things-about-coffee/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Spoon Instant coffee package</title>
		<link>http://www.maeyingzine.com/2011/11/13/spoon-instant-coffee-package/</link>
		<comments>http://www.maeyingzine.com/2011/11/13/spoon-instant-coffee-package/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 13 Nov 2011 12:24:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Maeyingzine</dc:creator>
				<category><![CDATA[Coffee Terrace]]></category>
		<category><![CDATA[coffee]]></category>
		<category><![CDATA[idea]]></category>
		<category><![CDATA[spoon]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.maeyingzine.com/?p=1753</guid>
		<description><![CDATA[มีไอเดียเก๋ๆ สำหรับคนที่ดื่มกาแฟร้อนแบบ 3in1 มาฝากค่ะ เมื่อช้อนคนกาแฟและกาแฟสำเร็จรูปมารวมอยู่ด้วยกันใน 1 ซอง เพียงแค่ฉีกหัวซองกาแฟสำเร็จรูปออกมา ก็จะเห็นว่ามีแกนกลางติดมากับหัวซองที่เราฉีกออก ทีนี้พอเราเทกาแฟสำเร็จรูปลงในแก้วกาแฟแล้ว ก็มาพับเจ้าแกนกลางที่ยาวติดมากับหัวซองให้เป็นลักษณะคล้ายๆ ช้อน ทีนี้ก็นำไปคนกาแฟที่เราชงได้แล้วล่ะค่ะ เหมาะมากๆ สำหรับคนที่เดินทางไปไหนมาไหนโดยที่ไม่มีอุปกรณ์อย่างพวกช้อนติดตัวไปด้วย ก็ถือว่าเป็นไอเดียที่หยิบเรื่องความสะดวกสบายที่เล็กๆ น้อยๆ มาทำเป็นสิ่งของขึ้นมาไม่เลวทีเดียวค่ะ Source : http://www.inewidea.com/2011/11/09/41634.html]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/11/spoon-coffe.jpg"><img class="size-medium wp-image-1755 aligncenter" title="spoon coffe" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/11/spoon-coffe-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>มีไอเดียเก๋ๆ สำหรับคนที่ดื่มกาแฟร้อนแบบ 3in1 มาฝากค่ะ เมื่อช้อนคนกาแฟและกาแฟสำเร็จรูปมารวมอยู่ด้วยกันใน 1 ซอง เพียงแค่ฉีกหัวซองกาแฟสำเร็จรูปออกมา ก็จะเห็นว่ามีแกนกลางติดมากับหัวซองที่เราฉีกออก ทีนี้พอเราเทกาแฟสำเร็จรูปลงในแก้วกาแฟแล้ว ก็มาพับเจ้าแกนกลางที่ยาวติดมากับหัวซองให้เป็นลักษณะคล้ายๆ ช้อน ทีนี้ก็นำไปคนกาแฟที่เราชงได้แล้วล่ะค่ะ เหมาะมากๆ สำหรับคนที่เดินทางไปไหนมาไหนโดยที่ไม่มีอุปกรณ์อย่างพวกช้อนติดตัวไปด้วย ก็ถือว่าเป็นไอเดียที่หยิบเรื่องความสะดวกสบายที่เล็กๆ น้อยๆ มาทำเป็นสิ่งของขึ้นมาไม่เลวทีเดียวค่ะ <img src='http://www.maeyingzine.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>Source : <a href="http://www.inewidea.com/2011/11/09/41634.html">http://www.inewidea.com/2011/11/09/41634.html</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.maeyingzine.com/2011/11/13/spoon-instant-coffee-package/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Le Café est la vie เพราะ กาแฟ คือ ชีวิต</title>
		<link>http://www.maeyingzine.com/2011/11/12/le-cafe-est-la-vie/</link>
		<comments>http://www.maeyingzine.com/2011/11/12/le-cafe-est-la-vie/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 12 Nov 2011 13:28:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Maeyingzine</dc:creator>
				<category><![CDATA[Books]]></category>
		<category><![CDATA[Coffee Terrace]]></category>
		<category><![CDATA[cafe]]></category>
		<category><![CDATA[coffee]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.maeyingzine.com/?p=1742</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้มีโอกาสได้ไปอ่านบทความนึงที่เกี่ยวกับกาแฟมา รู้สึกว่าอ่านไปยิ้มไป เกิดชอบคนที่เขียนบทความนี้จัง แต่ไม่รู้จริงๆ ว่าใครเป็นคนแปลออกมาเป็นภาษาไทย น้องที่รู้จักบอกว่าคนเขียนเหนังสือเล่มที่อ่านนี้ชื่อว่า Jules Verne ซึ่งเป็นใครเราก็ไม่รู้เหมือนกัน เพิ่งเคยได้ยินชื่อกับเค้าก็ครั้งแรกนี่หล่ะ 55 เลยเอามาสรุปให้อ่านกันคร่าวๆ ส่วนถ้าใครอยากอ่านแบบเต็มๆ และซึมซับไปกับการเล่าเรื่องของคนแปลก็ตามไปอ่านได้ที่ลิงค์เลย เดี๋ยวจะแนบไว้ให้ตอนท้าย เท่าที่อ่านมาจนจบจะเห็นว่าบทความนี้ได้บอกเล่าถึงนิสัย ความคิด และวัฒนธรรมของคนแต่ละชาติที่เกี่ยวข้องกับกาแฟเอาไว้ ที่โดดเด่นมากๆ คงจะเป็นขาวฝรั่งเศสที่ดูเหมือนจะรัก บูชา และชื่นชมใน กาแฟ มากเป็นพิเศษ ถึงกับให้คำจำกัดความ กาแฟไว้ว่า  Le Café est la vie เพราะ กาแฟ คือ ชีวิต สำหรับคนฮอลแลนด์แล้วเค้าเรียกกาแฟว่า เครื่องดื่มวิเศษ ในขณะที่ชาวอิตาลี จะตะโกนว่า Viva Italia หรือแปลว่า อิตาลีจงเจริญ ทุกครั้งเมื่อเอสเปรสโซ่และคาปูชิโน่หมดลง ชาวอินเดีย คือคอกาแฟตัวจริง มักนิยมทานถั่ว สมุนไพร และใบกระถินแกล้มไปพร้อมกับกาแฟ ส่วนชาวญี่ปุ่น จะดื่มกาแฟตามด้วยสัปปะรดเพราะเชื่อว่า จะช่วยชูกำลังได้ ชาวฟินแลนด์ คือชาติที่ดื่มกาแฟมากที่สุดในโลก เฉลี่ยคนละ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/11/tumblr_ldw914PD7U1qciek8o1_500_large.jpg"><img class="size-medium wp-image-1743  aligncenter" title="tumblr_ldw914PD7U1qciek8o1_500_large" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/11/tumblr_ldw914PD7U1qciek8o1_500_large-300x210.jpg" alt="" width="300" height="210" /></a></p>
<p>วันนี้มีโอกาสได้ไปอ่านบทความนึงที่เกี่ยวกับกาแฟมา รู้สึกว่าอ่านไปยิ้มไป เกิดชอบคนที่เขียนบทความนี้จัง แต่ไม่รู้จริงๆ ว่าใครเป็นคนแปลออกมาเป็นภาษาไทย น้องที่รู้จักบอกว่าคนเขียนเหนังสือเล่มที่อ่านนี้ชื่อว่า Jules Verne ซึ่งเป็นใครเราก็ไม่รู้เหมือนกัน เพิ่งเคยได้ยินชื่อกับเค้าก็ครั้งแรกนี่หล่ะ 55 เลยเอามาสรุปให้อ่านกันคร่าวๆ ส่วนถ้าใครอยากอ่านแบบเต็มๆ และซึมซับไปกับการเล่าเรื่องของคนแปลก็ตามไปอ่านได้ที่ลิงค์เลย เดี๋ยวจะแนบไว้ให้ตอนท้าย</p>
<p>เท่าที่อ่านมาจนจบจะเห็นว่าบทความนี้ได้บอกเล่าถึงนิสัย ความคิด และวัฒนธรรมของคนแต่ละชาติที่เกี่ยวข้องกับกาแฟเอาไว้ ที่โดดเด่นมากๆ คงจะเป็นขาวฝรั่งเศสที่ดูเหมือนจะรัก บูชา และชื่นชมใน <strong>กาแฟ </strong>มากเป็นพิเศษ ถึงกับให้คำจำกัดความ กาแฟไว้ว่า  <strong>Le Café est la vie</strong> <strong>เพราะ กาแฟ คือ ชีวิต</strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><a href="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/11/tumblr_lqnauwQz9A1qd4tj7o1_400_large.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1751" title="tumblr_lqnauwQz9A1qd4tj7o1_400_large" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/11/tumblr_lqnauwQz9A1qd4tj7o1_400_large-300x168.jpg" alt="" width="300" height="168" /></a><br />
</strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><br />
</strong></p>
<p>สำหรับ<strong>คนฮอลแลนด์</strong>แล้วเค้าเรียกกาแฟว่า เครื่องดื่มวิเศษ<strong> </strong> ในขณะที่<strong>ชาวอิตาลี</strong> จะตะโกนว่า Viva Italia หรือแปลว่า อิตาลีจงเจริญ ทุกครั้งเมื่อเอสเปรสโซ่และคาปูชิโน่หมดลง <strong>ชาวอินเดีย</strong> คือคอกาแฟตัวจริง มักนิยมทานถั่ว สมุนไพร และใบกระถินแกล้มไปพร้อมกับกาแฟ ส่วน<strong>ชาวญี่ปุ่น</strong> จะดื่มกาแฟตามด้วยสัปปะรดเพราะเชื่อว่า จะช่วยชูกำลังได้</p>
<p><strong>ชาวฟินแลนด์</strong> คือชาติที่ดื่มกาแฟมากที่สุดในโลก เฉลี่ยคนละ 5 แก้วต่อ 1 วัน และยังมีวิธีการดื่มที่แปลก โดยจะนำหนังปลาบางๆ 1 ชิ้น ใส่ลงไปในกาแฟขณะที่ต้มแล้วค่อยตักออกเมื่อถึงเวลาดื่ม อืมมม ชักอยากรู้ว่ารสชาติจะเป็นยังไง ไม่รู้จะคาวหรือเปล่านะ</p>
<p>ส่วนชาวฝรั่งเศสชื่นชอบ Café au lait หรือกาแฟใส่นม และนิยมดื่มในชามใบใหญ่ เพื่อใช้จิ้มกับขนมปังหรือครัวซองค์ที่ใหม่ๆ เป็นอาหารเช้า อืมมม เราชอบดื่มแบบคนฝรั่งเศสแฮะ ชอบแบบกาแฟใส่นมแต่เปลี่ยนจากครัวซองค์เป็นปาท่องโก๋จุ่มลงไปในกาแฟแล้วให้ปาท่องโก๋ชุ่มๆ ดูดกาแฟขึ้นมาแล้วค่อยทานนะ มันก็อร่อยดี เราชอบนี้หล่ะ</p>
<p>คนฝรั่งเศสเชื่อว่า กาแฟ คือ เครื่องดื่มที่ให้ความสุข เพราะเพียงแค่กาแฟ 1 ถ้วย ชาวฝรั่งเศสสามารถนั่งมองผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา สามารถนั่งพูดคุย ถกเถียงประเด็น แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เล่าเรื่อง ปรึกษา หรือแม้แต่รวมไปถึงการเจรจาธุรกิจก็ตาม ดังนั้นชาวฝรั่งเศสจึงมองว่า กาแฟหนึ่งถ้วย มีค่าเท่ากับ ระยะเวลาที่ยาวนานไร้ขีดจำกัด</p>
<blockquote><p><span style="color: #3366ff;">สำหรับเราเรามองว่าถ้ามีโอกาสได้นั่งอยู่ในร้านกาแฟ กาแฟหนึ่งถ้วย สามารถทำให้เรามีสมาธิจดจ่ออยู่กับการอ่านหนังสือดีๆ สักเล่มและซึมซับเอาความคิดความรู้สึกจากนักเขียนที่ถ่ายทอดความคิดความรู้สึกได้เป็นอย่างดี เป็นการได้อยู่กับตัวเอง ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก บางครั้งยังได้พูดคุยกับตัวเองอีกด้วย ดังนั้นกาแฟเพียงแค่หนึ่งถ้วยให้อะไรเราได้มากกว่าที่เราคิดไว้เยอะ ไม่เชื่อลองพิจารณาแล้วมองหาดูสักครั้งสิคะ <img src='http://www.maeyingzine.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </span></p></blockquote>
<p>จากบทความ “แก้วโปรดของคนเพลินทาง” <a href="http://www.showmystyle.com/special_content.aspx?s=27">http://www.showmystyle.com/special_content.aspx?s=27</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.maeyingzine.com/2011/11/12/le-cafe-est-la-vie/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กาแฟป้องกันและรักษาอาการซึมเศร้าได้</title>
		<link>http://www.maeyingzine.com/2011/10/09/coffee-reduces-risk-of-depression/</link>
		<comments>http://www.maeyingzine.com/2011/10/09/coffee-reduces-risk-of-depression/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 09 Oct 2011 14:02:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Maeyingzine</dc:creator>
				<category><![CDATA[Coffee Terrace]]></category>
		<category><![CDATA[coffee]]></category>
		<category><![CDATA[woman]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ประโยชน์กาแฟ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.maeyingzine.com/?p=1735</guid>
		<description><![CDATA[มีข้อมูลดีๆ สำหรับสาวๆ ที่ชอบดื่มกาแฟมาฝากค่ะ ล่าสุดมีการวิจัยจากผู้หญิงมากกว่า 50,000 คนพบว่า ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟ 2-3 แก้ว/วัน ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 10 ปี สามารถรักษาโรคซึมเศร้าที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงได้ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่การดื่มกาแฟ 4 แก้ว / วัน จะช่วยป้องกันการเกิดโรคซึมเศร้าได้ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ค่ะ รู้อย่างนี้แล้วมาดื่มกาแฟกันดีกว่าค่ะ ^_^ source by http://www.psfk.com/2011/09/coffee-reduces-depression-risk-among-women-study-says.html]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://weheartit.com/entry/15388965" target="_blank"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1736" title="woman-coffee" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/10/woman-coffee-300x294.jpg" alt="" width="300" height="294" /></a></p>
<p>มีข้อมูลดีๆ สำหรับสาวๆ ที่ชอบดื่มกาแฟมาฝากค่ะ ล่าสุดมีการวิจัยจากผู้หญิงมากกว่า 50,000 คนพบว่า ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟ 2-3 แก้ว/วัน ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 10 ปี สามารถรักษาโรคซึมเศร้าที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงได้ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่การดื่มกาแฟ 4 แก้ว / วัน จะช่วยป้องกันการเกิดโรคซึมเศร้าได้ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ค่ะ รู้อย่างนี้แล้วมาดื่มกาแฟกันดีกว่าค่ะ ^_^</p>
<p><span style="color: #333300;">source by <a href="http://www.psfk.com/2011/09/coffee-reduces-depression-risk-among-women-study-says.html">http://www.psfk.com/2011/09/coffee-reduces-depression-risk-among-women-study-says.html</a></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.maeyingzine.com/2011/10/09/coffee-reduces-risk-of-depression/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รักแรกพบ</title>
		<link>http://www.maeyingzine.com/2011/10/08/love-at-first-sight/</link>
		<comments>http://www.maeyingzine.com/2011/10/08/love-at-first-sight/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 08 Oct 2011 13:24:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Maeyingzine</dc:creator>
				<category><![CDATA[Books]]></category>
		<category><![CDATA[Love]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[ปราย พันแสง]]></category>
		<category><![CDATA[รักแรกพบ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.maeyingzine.com/?p=1726</guid>
		<description><![CDATA[อ่าน &#8220;เรื่องรักเบอร์ห้า&#8221; ของ ปราย พันแสง จบแล้วเกิดอาการหลงรัก และอยากจะ &#8220;รักแรกพบ&#8221; ตามไปด้วยเลย &#8220;รักแรกพบ&#8221; เป็นความรักที่ไม่ถึงกับสวยสดงดงามจนลืมไม่ลง และก็ไม่ถึงกับเป็นความรักที่ทำให้เราเจ็บปวดทรมานได้ อ่านๆ ไปแล้วนึกถึงอีกประโยคหนึ่งที่ ปราย พันแสง เคยเขียนไว้ &#8220;พบกัน ลืมกัน เรื่องราวธรรมดาสามัญบนโลกใบนี้&#8221; &#8220;กับบางคนที่เรารักแรกพบ กลับจำอะไรที่เป็นเขาไม่ได้เลย รู้แต่ว่ามันสะดุดตา สะดุดใจ จับจิตจับใจจนละสายตาไม่ได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักอาทิตย์ 2 อาทิตย์ ความรู้สึกที่เคยมีก็จะกลับมาว่างเปล่าอีกครั้ง ผ่านมาพบกันหายหน้าหายตากันไป 1 ปี 2 ปี หรือมากกว่านั้น บางทีอาจได้กลับมาพบกันใหม่อีกครั้ง อาจจะจำกันได้หรือไม่ได้ก็ตาม แต่ความรู้สึกเดิมก็ไม่ได้กลับมาอีกแล้ว ผ่านมาแล้วผ่านไป ไม่ลืมแต่ก็ไม่ได้มีอิทธิพลต่อจิตใจและความรู้สึกได้เหมือนที่เคยเป็น&#8221; นี่คงเป็นเสน่ห์ของ &#8220;รักแรกพบ&#8221; สินะ &#8220;ความจริงแล้ว พวกคุณไม่ได้ปิ๊งกันครั้งแรกตรงแยกไฟแดงหรอก บางทีพวกคุณอาจจะเคยเจอกัน เคยเดินสวนกันเป็นล้านๆ ครั้งมาแล้วก็ได้&#8221; – Love at first sight วิสวาวา ซิมโบร์สกา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อ่าน<strong> &#8220;เรื่องรักเบอร์ห้า&#8221;</strong> ของ ปราย พันแสง จบแล้วเกิดอาการหลงรัก และอยากจะ<strong><span style="color: #f385d4;"> &#8220;รักแรกพบ&#8221;</span></strong> ตามไปด้วยเลย<strong><span style="color: #f385d4;"> &#8220;รักแรกพบ&#8221;</span></strong> เป็นความรักที่ไม่ถึงกับสวยสดงดงามจนลืมไม่ลง และก็ไม่ถึงกับเป็นความรักที่ทำให้เราเจ็บปวดทรมานได้ อ่านๆ ไปแล้วนึกถึงอีกประโยคหนึ่งที่ ปราย พันแสง เคยเขียนไว้</p>
<blockquote><p><span style="color: #f385d4;"><strong>&#8220;พบกัน ลืมกัน เรื่องราวธรรมดาสามัญบนโลกใบนี้&#8221;</strong></span></p></blockquote>
<p><span style="color: #f385d4;"><strong><a href="http://weheartit.com/entry/15618346" target="_blank"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1727" title="fall in love" src="http://www.maeyingzine.com/wp-content/uploads/2011/10/fall-in-love-300x196.jpg" alt="" width="300" height="196" /></a></strong></span></p>
<p>&#8220;กับบางคนที่เรารักแรกพบ กลับจำอะไรที่เป็นเขาไม่ได้เลย รู้แต่ว่ามันสะดุดตา สะดุดใจ จับจิตจับใจจนละสายตาไม่ได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักอาทิตย์ 2 อาทิตย์ ความรู้สึกที่เคยมีก็จะกลับมาว่างเปล่าอีกครั้ง ผ่านมาพบกันหายหน้าหายตากันไป 1 ปี 2 ปี หรือมากกว่านั้น บางทีอาจได้กลับมาพบกันใหม่อีกครั้ง อาจจะจำกันได้หรือไม่ได้ก็ตาม แต่ความรู้สึกเดิมก็ไม่ได้กลับมาอีกแล้ว ผ่านมาแล้วผ่านไป ไม่ลืมแต่ก็ไม่ได้มีอิทธิพลต่อจิตใจและความรู้สึกได้เหมือนที่เคยเป็น&#8221;</p>
<p>นี่คงเป็นเสน่ห์ของ<strong><span style="color: #f385d4;"> &#8220;รักแรกพบ&#8221;</span></strong> สินะ</p>
<blockquote><p><span style="color: #f385d4;"><strong>&#8220;ความจริงแล้ว พวกคุณไม่ได้ปิ๊งกันครั้งแรกตรงแยกไฟแดงหรอก บางทีพวกคุณอาจจะเคยเจอกัน เคยเดินสวนกันเป็นล้านๆ ครั้งมาแล้วก็ได้&#8221; – Love at first sight วิสวาวา ซิมโบร์สกา</strong></span></p></blockquote>
<p>อ่านแล้วอยาก &#8220;รักแรกพบ&#8221; ตามทันทีเลย &lt;3</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.maeyingzine.com/2011/10/08/love-at-first-sight/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

