4 ลักษณะเด่นของกาแฟ

27 Dec

มาอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับกาแฟกันต่อค่า จริงๆ ยังมีเรื่องอีกหลายเรื่องให้ได้อ่านกันจากหนังสือดีๆ “คอฟฟี่กูรู” วันนี้มาทำความรู้จักกับกาแฟกันว่ามีคุณลักษณะพิเศษอะไรบ้าง

  1. Aroma อโรมา หรือกลิ่นหอม แน่นอนว่าลักษณะพิเศษข้อนี้ ล้วนแต่ทำให้คนหลงใหลเจ้ากาแฟนี่หล่ะค่ะ
  2. Body บอดี้ ความรู้สึกหรือน้ำหนักที่ทิ้งไว้ในปาก ซึ่งก็มีบางคนชอบแบบนุ่มนวล นุ่มลิ้น บางคนก็ชอบแบบหนักๆ ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนนะคะ
  3. Acidity ความซาบซ่านกระชุ่มกระชวยที่ได้รับจากกาแฟ อันนี้คิดเอาเองว่าน่าจะประมาณความรู้สึกของอึกแรกเมื่อดื่มกาแฟเข้าไปแล้วรู้สึกร่างกายตื่นอะไรทำนองนั้น
  4. Flavor ความรู้สึกโดยรวมที่รู้สึกได้ปาก อันนี้ไม่แน่ใจ เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องลองสังเกตสักหน่อยแล้ว :D

รวมๆ แล้วลักษณะเด่นของกาแฟก็มีเท่านี้ (ตามหนังสือ) แต่ถ้าใครคิดว่ากาแฟมีลักษณะเด่นอย่างอื่นอีกจะลอง Comment ไว้ก็ได้นะคะ ถือว่าแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันค่ะ คราวหน้าจะยกเรื่องอะไรมาให้อ่านดีนะ ขอกลับไปอ่านหนังสือเล่มนี้อีกสักรอบก่อนนะคะ ^_^

Coffee Tips

21 Dec

วันนี้เพิ่งได้หนังสือมาเล่มนึงชื่อว่า “คอฟฟี่กูรู” ต้องขอบคุณพี่อ้อม @aomtu ที่เอาหนังสือเล่มนี้มาให้ ขอบคุณมากๆ ก๊าบบบ ชอบมากเลย อ่านเพลินๆ ได้ความรู้ด้วย และก็พลาดไม่ได้ที่จะต้องมาแบ่งปันเรื่องราว ความรู้และเคล็ดลับที่เกี่ยวกับกาแฟ วันนี้หยิบเรื่อง “เคล็ดลับในการชงกาแฟ” มาให้อ่านก่อนเป็นเรื่องแรกล่ะกันนะคะ ส่วนเรื่องอื่นๆ จะค่อยๆ ทยอยเอามาให้อ่านกันวันหน้า ^_^

เคล็ดลับในการชงกาแฟ

1. น้ำต้องใส สะอาด ไร้สี ไร้กลิ่น ไร้ตะกอน

2. อุปกรณ์ชงกาแฟสะอาดพร้อมไม่มีสิ่งเจือปน โดยเฉพาะคราบน้ำมันจากกาแฟในแก้วเก่าอันจะส่งผลโดยตรงต่อรสชาติกาแฟ

3. อุณหภูมิน้ำพอเหมาะ คือน้ำต้มสุกที่อุณหภูมิราว 94 องศาเซลเซียส ไม่ควรใช้น้ำที่เดือดจัดเพราะจะทำให้กาแฟมีรสชาติขม

4. ปลุกแก้วกาแฟให้ตื่น ด้วยการอุ่นแก้วกาแฟก่อนใช้งานทุกครั้ง ทำได้ง่ายๆ โดยใช้น้ำร้อนลวกแก้วกาแฟเพื่อปรับอุณหภูมิของแก้วให้พร้อมรับกาแฟร้อน

5. หลีกหนี 4 มารร้าย ตัวการที่บั่นทอนคุรภาพกาแฟและต้องหลีกเลี่ยงคือ ออกซิเจน แสง ความร้อน และความชื้น

6. บดกาแฟใหม่ทุกครั้งไป ควรบดกาแฟใหม่ทุกครั้งที่ชงกาแฟ หรือไม่ควรใช้กาแฟที่บดไว้นานเกิน 3 ชั่วโมง เพื่อคุณภาพและความสดใหม่

7. ให้เวลากาแฟปล่อยแก๊ส หลังบดกาแฟเสร็จแล้วต้องปล่อยทิ้งไว้ราว 12 – 24 ชั่วโมง เพื่อให้กาแฟปล่อยแก๊สให้หมดเสียก่อนจึงจะนำไปชงได้

8. บดกาแฟให้ได้ขนาด โดยพิจารณาจากอุปกรณ์ชงกาแฟที่ใช้ว่าจะบดละเอียดหยาบ หรือปานกลาง

9. ใช้กาแฟให้พอดี โดยเฉลี่ยใช้ปริมาณกาแฟ 8-10 กรัมต่อแก้ว และใช้ในปริมาณที่พอเหมาาะกับน้ำคือ 10 – 14 กรัมต่อน้ำ 180 มิลลิลิตร

10. อย่าอุ่นซ้ำ กาแฟที่ชงเสร็จแล้วอย่านำไปอุ่นซ้ำเพราะจะทำให้กาแฟแก้วนั้นเสียสมดุล และไม่สามารถเรียกรถชาติเดิมกลับคืนมาได้

การ์ดอวยพรเก๋ๆ สไตล์คนรักกาแฟ

16 Dec

วันก่อนนั่งนึกๆ อยู่ว่าจะอัพบล็อคเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับกาแฟดีนะ คิดไปคิดมานี่มันก็เข้าปลายปีแล้ว คนส่วนใหญ่ก็คงเริ่มหาของขวัญกัน หรือถ้าไม่ให้ของก็อาจจะเป็นการ์ดอวยพรน่ารักๆ ก็ได้ เลยฉุกคิดขึ้นมาว่า อืม แล้วอย่างนี้จะมีการ์ดลายที่เกี่ยวกับกาแฟบ้างมั้ยนะ ด้วยความสงสัยมากกว่าจะไปหาซื้อมาจริงๆ อ่ะนะคะ – -’ เลยไปลองค้นจากพี่ Google แล้วก็เลยเจแการ์ดรูปที่เกี่ยวกับกาแฟน่ารัก เก๋ๆ เข้าทีนี้เลยเก็บรูปมาฝากให้ดูกันค่ะ

จริงๆ แล้วถ้าใครพอมีฝีมือในการวาดรูปหรือลงสี จะลองเอาลายเหล่านี้เป็นต้นแบบแล้วลงมือทำการ์ดเองก็คงดีไม่น้อยเนอะ :)

กาแฟลาว(ไสตล์อินเตอร์)

8 Dec

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อกาแฟลาวกันมาบ้างนะคะ ตอนแรกก็หวังว่าถ้ามีโอกาสไปเที่ยวที่ลาวก็จะขอลองชิมกาแฟลาวกับเค้าสักครั้ง แต่ตอนนี้อยู่กรุงเทพก็ได้ชิมกาแฟลาวแล้วค่า แต่มันจะลาวจริงลาวเก๊หรือเปล่าก็ไม่รู้นะ 555 แล้วที่บอกว่ากาแฟลาว(อินเตอร์) ก็เพราะว่าเป็นเมล็ดกาแฟพันธุ์ลาว แต่สูตรผสมแบบฝรั่ง หรือพวกกาแฟสดนั่นเองค่า

สำหรับกาแฟลาวที่ไปลองมาวันนี้ ไปเจอเป็นร้านแผงอยู่ที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้าค่ะ เห็นแว่บแรกแล้วรู้สึกว่าอยากลองทันทีเลย คนขายบอกว่ากาแฟลาวจะเข้มข้นหน่อย คล้ายๆ กับกาแฟโบราณแต่มันจะข้นเท่านะคะ คนขายน่ารักมาก เค้าคงรู้ว่าเราคงไม่รู้จักแล้วก็ไม่รู้จะสั่งแบบไหนดี ก็เลยถามว่าชอบแบบไหนข้นมากข้นน้อย หวานมันมั้ย สรุปสุดท้ายเลยได้ออกมาเป็นลาเต้ลาวค่ะ

สูตรการชงก็เหมือนชงกาแฟสดทั่วไป เพียงแต่ใช้เมล็ดกาแฟของลาวแทนเท่านั้นเอง ส่วนรสชาติก็เข้ม และข้น จริงๆ ทรายว่ามันรสชาติมันอยู่กึ่งกลางระหว่างกาแฟโบราณกับกาแฟสดสมัยใหม่นะ เข้ม ข้นแต่ไม่เท่ากาแฟโบราณแต่ก็ไม่จาง ไม่ใสเท่ากาแฟสด อร่อยดีเหมือนกัน ถ้าใครยังไม่เคยทานแนะนำว่า ถ้ามีโอกาสลองสักครั้งนะ อ้อร้านกาแฟลาวที่ว่านี้อยู่ที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้าชั้น 5 ร้านอยู่ตรงข้ามกับบาร์บีคิว พลาซ่าค่ะ ถ้าใครอยู่ใกล้รองดูนะคะ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน ^ ^

ไปเต๊อะ ไปแอ่ว จ.เจียงใหม่ (วันสุดท้ายแล้วจ้า)

6 Dec

มาถึงทริปวันสุดท้ายวันที่ 3 แล้ว ไม่เย้ ไม่ดีใจเลย เพราะไม่อยากกลับ T_T อยากอยู่ต่อ จริงๆ แล้วถ้าเป็นไปได้คืออยากไปทำงานอยู่ที่เชียงใหม่เลยล่ะ ถ้างั้นใครอ่านบล็อกแล้วมีงานที่เชียงใหม่ให้ทรายทำอย่าลืมบอกทรายนะ อยากไปอยู่อ่ะค่ะ 55 (แอบประชาสัมพันธ์)

สวนสัตว์เชียงใหม่

สำหรับวันสุดท้าย โชคดีที่ว่าได้เที่ยวบินรอบดึก เลยมีเวลาเที่ยวเต็มๆ อีก 1 วัน วันนี้เราเริ่มต้นด้วยการไปดูช่วงช่วง หลินฮุ่ย และหลินปิง สำหรับค่าเข้าสวนสัตว์ 50 บาทค่ะ ส่วนถ้าจะดูหมีแพนด้าก็เสียอีก 50 บาทต่างหาก และด้วยความเป็นทริปคนแก่ ขอเที่ยวแบบสบายๆ พวกเราจึงนั่งรถนำเที่ยวซะ อยากลงไปดูสัตว์ช่วงไหนก็ค่อยลง ค่ารถ 20 บาท ถูกจะแย่นะทรายว่า

วันนี้เราก็ดูหมีแพนด้า แมวน้ำ หมีโคอาล่า รวมๆ แล้วดูแต่สัตว์ที่ต้องอยู่อากาศเย็น เพราะสัตว์อื่นทรายว่าเราไปดูที่เขาดินก็ได้นะ สัตว์เอเชียหรือเมืองไทยก็เคยเห็นอยู่แล้วอ่ะ แอบสารภาพจริงๆ เป็นคนไม่ชอบสัตว์เลย ไม่ชอบดูสัตว์ด้วย เด็กๆ ก็ไม่เคยร้องให้พ่อแม่พาไปเขาดินนะ เพราะไม่ชอบสัตว์อ่ะ ไม่เลี้ยงด้วย แต่ก็ไม่ได้เกลียดและก็ไม่ได้รังแกมัน ถ้าเห็นมันแย่ๆ ก็รู้สึกสงสารเหมือนคนทั่วไปแหละ เพียงแต่ไม่ชอบใกล้ชิดเท่านั้นเอง ;) หลังจากเยี่ยมชมบรรดาสัตว์ทั้งหลายเรียบร้อยแล้ว เราตกลงกันว่าวันนี้เราจะไม่กินข้าวกลางวัน (เป็นไปได้ไง)

แต่เราจะไปกินเค้กและกาแฟกันแทน 55 ตั้งใจว่าจะไปร้านกาแฟ(โ)สด ที่เค้าบอกว่าถ้าใครมาร้านนี้แล้วจะเลิกโสด ก็เลยอยากจะทดสอบซะหน่อย ร้านนี้เคยตั้งอยู่ในม.เชียงใหม่ แต่วันที่ทรายไปนั้นน้องๆ เค้าบอกว่าร้านย้ายไปแล้ว และก็ไม่รู้ว่าย้ายไปตรงไหนด้วย แอบเสียใจเล็กน้อย เพราะตั้งใจจะไปร้านนี้จริงๆ เลยเปลี่ยนแผนไปทานเค้กที่ Love at First Bite เลย ส่วนเรื่องราวของเค้กทรายเคยเขียนไปแล้วนะคะ ใครอยากดูเมนูอันแสนอร่อยก็ตามไปอ่านกันที่นี่ค่า Love at First Bite

วัดโลกโมฬี

เมื่ออิ่มท้องแล้วเราก็ไปไหว้พระกันต่อที่วัดโลกโมฬี วัดนี้สวยมากๆ และเป็นวัดที่เข้าไปไหว้แล้วรู้สึกสงบและอิ่มบุญมากๆๆๆ ทำบุญกันไปซะเต็มที่ แถมยังได้รับพรอันยาวแสนยาวอย่างที่ไม่เคยได้รับที่ไหนมาก่อนเลยจากท่านเจ้าอาวาส บังเอิญมากๆ และโชคดีๆ จริง หลังจากไหว้พระที่วัดนี้แล้วรู้สึกว่าอิ่มจริงๆ เข้าใจคำว่าอิ่มบุญ อิ่มเหมือนคนเราอิ่มข้าวอ่ะค่ะ แต่ตัวเบากว่าเยอะนะ แล้วก็รู้สึกว่าอืมไม่อยากได้อะไรแล้ว ไม่รู้สึกอยากขอหรืออธิษฐานอะไรอีกแล้ว แค่นี้เลยแค่นี้พอแล้วจริงๆ พวกเราใช้เวลาในการไหว้พระและถ่ายรูปอยู่ที่วัดนานพอควร แล้วก็ถึงเวลาที่จะไปช้อปปิ้งแล้ว เย้

ถนนคนเดินวันอาทิตย์ ถนนท่าแพ

แล้วเราก็มาถึงแหล่งช้อปปิ้งที่ตั้งตาคอย ถนนท่าแพ จุดเริ่มต้นของพวกเราเป็นต้นถนนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัดพระสิงห์ พวกเราขอแวะไปไหว้พระกันอีกสักทีก่อเริ่มช้อป วัดพระสิงห์เป็นวัดอีกวัดทีสวยงามและเป็นวัดที่ทรายตั้งใจอยากไปไหว้เหมือนกัน เชียงใหม่เป็นเมืองที่มีวัดเยอะมากๆ ระหว่างที่เราเดินช้อปปิ้งที่ถนนท่าแพจะพบว่ามีวัดอยู่ตลอดสองข้างทางซึ่งดีนะ ทรายชอบอ่ะ เป็นวัดเก่าๆ ทั้งนั้นเลย ^^

แต่คราวนี้พวกเราไม่ได้แวะเข้าไปนะ คงแวะไปไหว้กันไม่ไหวล่ะเยอะจริงๆ เลยเดินช้อปปิ้งกันอย่างเดียว จะบอกว่าพ่อค้าแม่ค้าที่ถนนท่าแพหน้าตาคุ้นมากๆ เท่าที่สังเกตก็จะเป็นพ่อค้าแม่ค้าที่มาจากถนนคนเดินวันเสาร์นั่นหล่ะค่ะ 55 แต่แม่ค้าที่น่ารักนะ ใจดี ใจเย็น พูดเพราะชอบจังเลย เห็นแม่ค้าที่แล้วนึกถึงแม่ตัวเองแอบคิดว่าถ้าวันหน้าเหลือกันอยู่สองคนแม่ลูกก็อยากจะมาอยู่เชียงใหม่ เราอาจจะหางานทำที่นี่ส่วนแม่อาจจะให้ทำงานฝีมือเล่นๆ แล้วมานั่งขายของกันสองคนที่ถนนคนเดิน เพราะเห็นว่าแม่เป็นคนชอบทำงานฝีมือเลยนึกถึงแบบนี้น่ะค่ะ ระหว่างที่เดินช้อปเราก็ขอเติมพลังด้วยข้าวต้ม 1 บาท คือข้าวต้มอ่ะถ้วยละ 1 บาท ส่วนกับข้าวก็ราคาปรกติ เหมือนร้านอื่นทั่วไป 55 ก็อร่อยดีค่ะ

หลังจากนั้นเราก็เดินช้อปกันต่อจนสุดถนนท่าแพ หลังจากนั้นเราก็กลับโรงแรมไปเอากระเป๋าแล้วก็เตรียมตัวกลับกรุงเทพฯ เป็นเวลาที่ไม่อยากให้มาถึงเลย ไม่อยากกลับกรุงเทพเลย อยากอยู่เชียงใหม่ก็ถือเป็นอันจบทริปเชียงใหม่ทั้ง 3 วันที่สนุก อิ่ม และมีความสุขมากๆ ตั้งใจว่าจะพยายามไปเที่ยวเชียงใหม่ทุกปี หาตั๋วบินถูกๆ ไปกับเพื่อนที่รู้ใจ อยู่ด้วยแล้วสบายใจไปด้วยกัน ไม่ต้องไปเที่ยวตามสถานที่เหมือนกรุ๊ปทัวร์ก็ได้ ไปมีชีวิตอยู่ในเมืองเชียงใหม่เฉยๆ ก็ได้อยาก ขอแค่ได้ไปพักผ่อนแค่นี้ก็ได้นะ พอใจล่ะ อิอิ ก็เลยตั้งใจว่าจะพยายามหาทางไปทุกทีปีให้ได้ หรือให้ไปอยู่เลยก็ได้นะ อิอิ เป็นอันจบทริปแล้วค่า ขอบคุณที่ติดตามและอ่านกันนะคะ ส่วนคราวหน้าจะพาไปเที่ยวไหนรอติดตามกันค่า ^^

ไปเต๊อะ ไปแอ่ว จ.เจียงใหม่ (ภาคต่อจ้า)

4 Dec

แหะๆ หลังจากหายไปหลายอาทิตย์ -/\- ไปแอ่วเจียงใหม่กันต่อดีกว่าค่า หลังจากเที่ยววันแรกดูจะสบายๆ เพราะเวลาที่มีน้อยเลยไปไหนไกลไม่ค่อยได้ อีกอย่างเหมือนทริปคนแก่เลย ลำบากไม่เอา ขอสบายๆ แถมเน้นกินอย่างเดียวด้วย 555 ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปหลายดอยเลยแต่ทำไปทำมาเหลือแค่ดอยสุเทพดอยเดียว เพราะเวลาไม่พอ เริ่มตั้งแต่เช้าเลยกันดีเลยดีกว่า จุดหมายแรกเราไปที่วัดถ้ำเชียงดาว

วัดถ้ำเชียงดาว

ที่นี่บริเวณหน้าถ้ำจะมีแอ่งน้ำที่ใสมากและปลาตัวใหญ่มาก สามารถให้อาหารปลาได้ ส่วนในถ้ำก็จะมีพระให้เข้าไปไหว้ได้ สามารถเดินเข้าไปประมาณ 300 – 500 เมตรก็ถึงแล้วค่ะ ส่วนบริเวณในถ้ำก็จะมีหินงอกหินย้อยให้เดินชมได้ เสียค่าตะเกียงน้ำมัน 100 บาท จะเข้าไปกี่คนก็ได้ แต่เข้าถ้ำขอบายเลย เพราะไม่ชอบเข้าถ้ำ เข้าไปทีไรแล้วรู้สึกกลัวมากๆ ทุกที พอไหว้พระในถ้ำเสร็จก็ออกมาเดินถ่ายรูปแล้วก็ไหว้พระที่บริเวณด้านนอกอีกที แล้วก็กลับเพราะไม่มีอะไรให้เที่ยวมากนัก

ร้านอาหารกาแล

หลังจากนั้นก็กลับเข้าตัวเมืองเพื่อไปทานอาหารที่ร้านกาแล ที่นี่ขึ้นชื่อว่าวิวสวยเพราะอยู่ติดริมอ่างเก็บน้ำ แล้วก็ปลูกดอกไม้สีสันสวยงามไว้เยอะมาก แล้วก็ดอกโตด้วย พอพวกเราไปถึงแล้วแทบจะลืมหิว มัวแต่ตะลึงตะลานกับความงามของดอกไม้ และด้วยความหิวมื้อนี้พวกเราไม่รอที่จะถ่ายรูปอาหารแล้ว พออาหารมาปุ๊บลงมือทานกันปั๊บเรียกว่าลืมพิธีการถ่ายรูปอาหารไปชั่วขณะ 55 จริงๆ ร้านกาแลขึ้นชื่อว่าเป็นร้านอาหารที่อร่อยและมีบรรยากาศสวยเป็นอันดับ 2 รองจากร้านผาลาด ตะวันรอนเลยนะคะ ถ้าไปทานช่วงกลางคืนจะได้บรรยากาศสวยๆ ชิลๆ อีกแบบ

หลังจากอิ่มแล้ว เราก็ยังเสียเวลาอยู่กับการถ่ายรูปที่ร้านกาแลกันต่อ เพราะดอกไม้ที่นี้สวยมากจริงๆ หลังจากนั้นเราก็มุ่งหน้าไปดอยสุเทพกัน ตอนแรกตั้งใจว่าจะไป ดอยสุเทพ พระตำหนักภูพิงค์ แต่ด้วยเวลาไม่พอแล้วก็เลยได้ไปแค่ดอยสุเทพไหว้พระทันใจเพียงที่เดียว

ดอยสุเทพ

เสียดายที่วันที่ไปนั้นดอยสุเทพยังมีการบูรณะอยู่เลยถ่ายรูปออกมาไม่สวยเท่าไหร่ พวกเราก็เลยได้แค่ไหว้พระธาตุฯ และหลวงพ่อทันใจ รู้สึกแปลกกับคนที่รับถ่ายรูปให้กับนักท่องเที่ยว มันแปลกตรงที่ถ่ายรูปเราจริงนั่นแหละแต่เอาเราไปตัดต่อกับฉากที่เป็นพระธาตุฯ เลยรู้สึกว่าเอ่อ ถ้างั้นเราอยู่กรุงเทพฯแล้วไปตัดต่อเอาฉากพระธาตุฯ เองก็ได้มั้ง ไม่ต้องมาถึงเชียงใหม่แล้วใช้วิธีนี้หรอก แต่ก็เข้าใจนะว่าเป็นเพราะกล้องไม่สามารถเก็บภาพได้ทั้งหมด แต่มันก็แปลกๆ อยู่ดีอ่ะ หลังจากที่เราไหว้พระกันเสร็จเรียบร้อยแล้วต่อไปก็ถึงเวลาช้อปปิ้งแล้ว

ถนนคนเดินวันเสาร์ ถนนวัวลาย

เค้าบอกว่าถนนคนเดินวันเสาร์นี้น้อยกว่าถนนคนเดินวันอาทิตย์ แต่พอไปเดินจริงๆ แล้วก็รู้สึกว่าเยอะอยู่เหมือนกันนะ ไม่ได้น้อยเลย เริ่มต้นที่ถนนก็ได้นาฬิกาของตัวเองมาก่อนเลยชิ้นแรก อิอิ จริงๆ แล้วนาฬิกาแบบนี้ก็มีนะที่กรุงเทพฯ เคยถามแถวสยามมาแล้วแต่ราคาแพงกว่าเกือบ 100 นึง พอเห็นที่นี่ถูกกว่าแล้วชอบก็เลยรีบเอาเลย ของที่ส่วนใหญ่ก็ทำมาเพื่อเป็นของฝากล่ะ ต้องมีตราประทับว่า “เชียงใหม่, ถนนคนเดินวัวลาย” อะไรทำนองนี้ แต่ชอบของที่นี่มากๆ เลยนะ ส่วนใหญ่เป็นของทำมือเองทั้งนั้น อยากบอกว่าของที่นี่ราคาถูกกว่ากรุงเทพฯอีกอ่ะ ชอบจัง เคยแอบคิดว่าถ้าเราได้อยู่เชียงใหม่จริง ชั้นจะมาเดินมันทุกอาทิตย์มั้ยเนี่ย 555 เพราะปรกติเป็นคนชอบเดินช้อปปิ้งแบบนี้มากๆ ขนาดว่าถนนเส้นนี้น้อยกว่าถนนคนเดินวันอาทิตย์นะ แต่พวกเราก็เดินได้ไม่ครบทั้งเส้นเพราะว่าต้องไปทานอาหารมื้อค่ำต่อ

ร้านสลุง

เนื่องจากพวกเราซื้อบัตรที่ลดราคาจากในเน็ทมา เลยโทรไปจองโต๊ะเค้าไว้ แล้วทางร้านก็โทรมาตามว่าจะเข้าไปทานไหม ตอนแรกก็เข้าใจว่าอาจจะเป็นเพราะคนเยอะหรือไร เกรงว่าเราจองแล้วไม่ไป จะได้ให้โต๊ะคนอื่นไป พวกเราก็เลยเดินช้อปกันไม่ครบต้องไปทานอาหารก่อน พอไปถึงที่ร้านแล้วแอบตกใจนิดนึง จริงๆ ก็ไม่นิดนึงนะ ค่อนข้างมากเลยล่ะ 55 เพราะว่าทั้งร้านไม่มีใครเข้ามาทานเลย แต่มีนักดนตรีร้องเพลงสดนะ เค้าก็ร้องของเค้าไปอย่างนั้นคนเดียว โดยที่ไม่มีลูกค้าเลย แอบสงสารอ่ะ แต่ที่น่าแปลกมากขึ้นอีกก็ตรงที่ว่า อาหารที่ร้านอร่อยมาก โดยเฉพาะปลาทอดน้ำปลา และห่อหมกขนมครก สั่งเบิ้ลกันเลยทีเดียว แต่แปลกมากที่ไม่ลูกค้า ทั้งที่เป็นวันเสาร์ด้วย หลังจากกินเสร็จหนิ่มหนำสำราญก็ได้เวลากลับที่พักชาร์จแบตแล้ว เป็นอันจบทริปวันที่ 2 อย่างไม่ค่อยเหนื่อยอีกเหมือนกัน 55

— ติดตามทริปวันที่ 3 กันต่อคราวหน้านะค๊า –

ไปเรียนชงกาแฟกัน

2 Dec


บ.สุขุมวิท ฮอนด้า ออโตโมบิล ร่วมกับ บ้านไร่กาแฟ จัด Workshop สูตรสำเร็จและการปรุงเครื่องดื่มกาแฟ ในวันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม ตั้งแต่เวลา 08.30 – 12.00น. ค่ะ Workshop นี้ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นนะคะ แต่อันนี้ทรายเริ่มไม่มั่นใจว่า ต้องเฉพาะสำหรับลูกค้าของฮอนด้าเองด้วยหรือเปล่า หรือว่าใครก็ได้ที่ลงทะเบียนไว้นะคะ

ยังไงถ้าหากว่าใครที่สนใจจะลองโทรไปสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่คุณวี ฝ่ายการตลาดที่เบอร์ 0-2391 6000 ต่อ 8405 ดูก็ได้นะคะ ลงทะเบียนตั้งแต่วันนี้ – 9 ธ.ค. นี้นะคะ สำหรับรายละเอียดของงานก็จะมีการให้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องดื่มกาแฟ มีอาหารว่างให้รับประทาน และต่อด้วย Workshop ทดลองผสมเครื่องดื่มกาแฟหลากหลายเมนูค่ะ

ไปเต๊อะ ไปแอ่ว จ.เจียงใหม่

21 Nov

ช่วงปลายปีนี่นึกอะไรไม่ค่อยออก นอกจากเรื่องเที่ยวจริงๆ นะ อิอิ สำหรับทริปนี้จะไปเที่ยวเชียงใหม่ค่ะ พอดีได้ตั๋วบินราคาถูกของ AirAsia และก็ได้ห้องพักของ Mercue ราคาถูกเช่นกัน ตั๋วเครื่องบินจองช่วงที่เป็นโปรโมชั่นไป-กลับ 750 บาท ส่วนห้องพักจองในงานเที่ยวไทย 2 คืน 1500 บาท นอน 2 คนก็หารคนละครึ่งเหลือแค่ 750 บาท ถูกมากๆ ไปทั้งหมด 3 วัน 2 คืนค่ะ

วันแรกบินไปตอน 10.30 น.ถึงโน่นก็ประมาณเที่ยงพอดี เราก็ได้พี่ช้างใจดี เป็นเพื่อนกับ @Ajbomb มารับเราที่สนามบินพาไปส่งโรงแรม แล้วก็รอพวกเราสาวๆ เก็บของ ขอแอบสารภาพหน่อยว่าด้วยความเป็นผู้หญิงเลยแบบเก็บของนาน โน่นนี่ จีกจิ๊ก นานจนเราแอบลืมไปเลยว่าพี่ช้างรออยู่ที่ลอบบี้ด้านล่าง – -’ เสร็จแล้วเราก็ไปทานข้าวซอยกัน ตอนแรกพี่ช้างถามว่าอยากกินอะไร พวกเราก็บอกแล้วว่าอยากกินข้าวซอยเสมอใจ แต่พี่ช้างบอกว่าพี่มีร้านเด็ดอยากแนะนำกว่าคือเย็นตาโฟ – -‘ พวกเราเลยแอบอึ้งไปนิดนึงด้วยความงง นึกว่าจะพาไปร้านข้าวซอยอื่นที่อร่อยกว่า เลยบอกไปว่าไม่เอาไม่อยากกินเย็นตาโฟ เย็นตาโฟที่กรุงเทพก็มีนะ (พี่ช้างเค้าใจดีมารับส่งแล้วยังแอบไปเรื่องมากอีกแน่ะ) เพิ่งมารู้ว่าเย็นตาโฟที่เชียงใหม่เค้าก็ขึ้นชื่อเหมือนกัน

ข้าวซอยเสมอใจ

และแล้วก็ด้วยความต้องการของสาวๆ พี่ช้างเลยต้องพาเราไปกินข้าวซอยเสมอใจแทน 55 ข้าวซอยเสมอใจรสชาติไม่เหมือนข้าวซอยที่กรุงเทพนะ เราว่าอร่อยกว่าเยอะ น้ำแกงหอมกว่า มันกว่า อร่อยกว่า และอีกเมนูที่อร่อยของร้านนี้คือไก่ย่าง ใครไปต้องลองสั่งดูนะ แล้วก็มีไส้อั่ว แต่ไส้อั่วนี่เรากินแล้วก็รู้สึกเฉยๆ พออิ่มหนำแล้วต่อไปก็หากาแฟด่วนๆ ตั้งแต่เช้าถึงบ่ายกาแฟยังไม่ตกถึงท้องเลย พอไม่ได้กินแล้วรู้สึกว่าร่างกายไม่ตื่น ไม่กระเตื้องเลย

ร้านกาแฟ เจียงใหม่


แล้วก็เจอร้านกาแฟน่ารักๆ ชื่อว่า “เจียงใหม่” อยู่เยื้องๆ กับร้านข้าวซอยเสมอใจ ร้านนี้ตกแต่งน่ารักมาก ส่วนใหญ่จะตกแต่งด้วยไม้ และภาพวาดแบบศิลปะ เจ้าของร้านเป็นผู้ชายก็มีอายุนิดนึงดูแบบเป็นคนศิลป์หน่อยๆ เค้าบอกว่าเปิดมา 2 ปีแล้ว แต่ยังแต่งร้านไม่เสร็จ เคยเปิดอยู่ช่วงนึงแล้วก็ปิดไป ตอนนี้ก็เริ่มเปิดใหม่ ตกแต่งใหม่อีกครั้ง ทางเข้าเต็มไปด้วยต้นไม้ดูร่มรื่นดี แล้วก็มีเก้าอี้ตัวเล็กๆ เป็นชุดลายหมีให้นั่ง น่ารักมาก ข้างในก็จะมีชุดโต๊ะสูงปรกติ อีกมุมก็จะให้บรรยากาศแบบนั่งอยู่ท่ามกลางต้นไม้หรือสวนหน่อย กาแฟที่นี่ราคาไม่แพงเลย แก้วใหญ่มากราคา 50 บาทเอง ซึ่งถ้าเป็นที่กรุงเทพคิดแล้วคงประมาณ 60 – 80 บาทได้ล่ะ

น้ำพุร้อนสันกำแพง

ด้วยเวลาที่ดูแล้วคงไปเที่ยวไหนไกลมากไม่ได้ เลยไปแช่น้ำพุร้อนที่สันกำแพงแทน คราวนี้เราเกรงใจพี่ช้างเลยจ้างรถแดงไปน้ำพุร้อนแทน ราคา 650 บาทอันนี้ต่อแล้วนะ ไปถึงบ่อน้ำพุร้อนก็บ่าย 4 โมงกว่าได้แล้วล่ะ ก็เดินไปถ่ายรูปไป ที่ขาดไม่ได้ก็คือต้องต้มไข่ (ทำไมนะ) ที่น้ำพุร้อนถ้าอยากแช่แค่เท้าก็สามารถนั่งริมทางได้เลย ส่วนใครที่อยากแช่น้ำพุร้อนทั้งตัว เค้าก็มีโซนที่เป็นสระเหมือนสระว่ายน้ำแต่เป็นน้ำพุร้อนให้ลงไปแช่ทั้งตัวได้ หรือใครไม่อยากแช่เลยอยากจะนวดก็มี นวดเท้า นวดตัวก็ว่าไป การได้แช่เท้าลงในน้ำร้อนๆ เนี่ยช่วยให้รู้สึกสบายมากขึ้นจริงๆ นะ แต่เวลาที่เราแช่เท้าในน้ำพุร้อนผิวเรามักจะลื่นๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสารหรือแร่ธาตุที่มีอยู่ในน้ำพุร้อนหรือเปล่า จากบ่อน้ำพุร้อนเราออกมาก็ประมาณ 6 โมงเย็นแล้ว แอบโดนพี่คนขับรถแดงงอลใส่ด้วย เค้าบอกว่าเนี่ยรอนานมันมืดแล้ว กะว่าจะกลับไม่รอแล้วเนี่ย 555


ถนนนิมมานเหมินทร์

เสร็จจากบ่อน้ำพุร้อนเราก็ไปเดินถนนนิมมานเหมินทร์กันต่อ ที่นี่มีร้านสวยๆ เยอะมาก ทั้งร้านอาหาร ร้านนม ร้านเค้ก แม้แต่ร้านเสื้อผ้าก็ยังตกแต่งอย่างสวยเลย สุดท้ายเราก็เลยแวะไปที่ร้าน พิน็อคคิโอ เป็นร้านนั่งดื่มแต่ก็มีอาหารและดนตรีสด ข้างนอกก็นั่งรับลมเย็นๆ ได้ ส่วนข้างในก็จะได้ดูดนตรีสดและอยู่ในห้องแอร์ วันนั้นเราไปข้างนอกคนค่อนข้างเยอะเลยเข้าไปนั่งข้างในเลย ถ้าให้นั่งดื่มคุย แบบชิลๆ ก็ถือว่าโอเคนะ แต่ถ้าจะให้นั่งกินข้าวอยากบอกว่าอาหารมาช้ามากๆๆๆๆๆๆๆ มากขนาดว่าพวกเราต้องยกเลิกอาหารที่สั่งไปเลย แต่ที่นี่พนักงานเค้าก็น่ารักนะมี Service Mind ดี ด้วยความที่ร้านมันมืดๆ มองเมนูอาหารไม่ค่อยเห็น พี่ก็เรียกน้องพนักงานมาถาม น้องเค้าก็ไม่เห็นเหมือนกัน ก็เลยหยิบไฟฉายอันเป้งๆ ขึ้นมาแล้วส่องให้ดู 555 แบบว่าโอเค สว่างชัดเจนมาก น้องเค้าก็พกไฟฉายติดตัวเลยนะ ก็น่ารักดี

ร้านสบายดี

เสร็จแล้วเราก็แวะไปเยี่ยมที่ร้านพี่ช้างซะหน่อย “ร้านสบายดี” อยู่ถนนนิมมานเหมินทร์ ซอย5 ก็ไปนั่งคุยกับ @Ajbomb @Gurugooroo เป็นครั้งแรกที่ได้เจอกับพวกพี่ๆ ดีใจมากค่ะ พี่ช้างบอกว่าที่ร้านเนี่ยมีร้านปลาหมึกปิ้งที่คนเข้าคิวยาวมาก พอไปถึงร้านพวกเราก็อยากหาร้านปลาหมึกปิ้งที่ว่านะ ตอนแรกก็นึกว่าเป็นร้านเลย ที่ไหนได้มันเป็นแค่รถเข็นปลาหมึกปิ้งนั่นเอง แปลกที่ว่าปลาหมึกปิ้งที่นี่เค้าไม่บดให้นะ ปิ้งมาเป็นตัวก็กินเป็นตัวไป จะบอกว่ามันเหนียวมาก > < พวกพี่ๆ พี่ช้าง @Ajbomb บอกว่าถ้าอยากกินปลาหมึกปิ้งที่เชียงใหม่ต้องเอาเครื่องบดมาเอง ที่นี่ไม่มีเครื่องบดให้ 555 สุดท้ายต้องขอบคุณ @Ajbomb และพี่ช้าง ที่พาพวกเราไปส่งที่โรงแรม ก่อนถึงโรงแรมอ.บอมบ์ยังพาทัวร์เมืองเชียงใหม่ตอนกลางคืนก่อน 1 รอบ เห็นร้านเหล้า ผับ บาร์เยอะแยะ ชีวิตกลางคืนที่เชียงใหม่มันก็ไม่ได้เงียบสงบสวยงามอย่างที่คิดเท่าไหร่นะ แต่ยังไงซะก็ยังอยากไปอยู่เชียงใหม่อยู่ดี ^^ อย่างน้อยก็คงไม่ได้เจริญก็เสื่อมโทรมเท่าบางกอกหรอก(มั้ง) ^_^ จบแล้วจ้าเที่ยววันแรก เดี๋ยวจะอัพเดทเป็นวันๆ นะคะ

A Year Without You

15 Nov

ใกล้ปีใหม่ทีไร มักจะนึกถึงเพลงนี้ทุกที :)

เพลง ถือว่าเป็นอีกปีที่ฉันพอใจ (A Year without You)

รู้ตัวเองอีกที ก็ผ่านพ้นมาจนปีใหม่
ฉันยังคงตื่นใจ กับลมหนาวในเดือนธันวา
รู้สึกว่าปีนี้ ไม่เหมือนปีที่เคยผ่านมา
เหมือนมันมีบางอย่าง ที่ขาดหายไป
เสียงข้างนอกถนน บอกว่าทุกคนมีความสุข
เหมือนจะเป็นอีกปี ที่มีเรื่องดีดีมากมาย
ฉันอยู่กับตัวเอง มองทบทวนเรื่องที่ผ่านไป
ข้ามนาทีปีใหม่ โดยไม่มีเธอ
* มองขึ้นไปบนฟ้า เห็นพลุสว่างไสว
มันจะดีแค่ไหนถ้าเธอนั้นยังอยู่
เราคงทำเหมือนกัน ที่จะหันมองดู
พลุสวยลานตา ใต้ฟ้าเดียวกัน
** รู้ตัวเองว่าเหงา แต่ผ่านพ้นไม่ยากเท่าไหร่
ฉันมีความตั้งใจ อยากฉลองคนเดียวสักวัน
ทุกอย่างเกือบดีพร้อม เพียงแค่ไม่มีเธอเท่านั้น
แต่ถือว่าเป็นอีกปี…ที่ฉันพอใจ
ทุกอย่างเกือบดีพร้อม เพียงแค่ไม่มีเธอเท่านั้น
แต่ถือว่าเป็นอีกปี…ที่ฉันพอใจ

ทุกอย่างเกือบดีพร้อม เพียงแค่ไม่มีเธอเท่านั้นแต่ถือว่าเป็นอีกปี…ที่ฉันพอใจ

ร้านเค้กอร่อย Love at First Bite

13 Nov

มาอัพเดทร้านกาแฟ และร้านเค้กอร่อยๆ ตามสัญญาค่า คราวนี้พาไปไกลถึง จ.เชียงใหม่กันเลยทีเดียว ร้านเค้กอร่อย Love at First Bite ร้านนี้อยู่ในซอยเล็กๆ ค่อนข้างหายาก อีกอย่างถ้าใครที่ไปเที่ยวแบบไม่มีรถยนต์ไปด้วยบอกเลยว่าค่อนข้างจะเดินทางลำบากนิดนึง ขนาดตอนไปมีรถพี่ที่รู้จักพาไปยังหลงทางกันไป 1 รอบเลย – -’ แต่ถ้าไปแบบไม่มีรถจริงๆ ลองเช่ารถสองแถวหรือรถแดงให้พาไปก็ได้ค่ะ

ร้านนี้ตั้งอยู่ซอยหลังโรงเรียนเชียงใหม่คริสเตียน ใกล้สะพานนวรัฐ แนะนำว่าอย่าลืมปริ้นท์แผนที่ หรือดูแผนที่มาให้ดีก่อนให้รถแดงพาไปด้วยนะคะ สำหรับคนรักเค้กและกาแฟ อย่าเพิ่งท้อใจ เพราะบอกได้คำเดียวว่าคุ้มค่ากับการเดินทางลำบากแน่นอน เพราะที่นี่เค้ามีชื่อมากๆ เรื่องเค้กอร่อย มีคนมาทานเยอะมากๆ ถึงกับต้องต่อแถวกันเลยทีเดียว

เมื่อไปถึงที่ร้านถึงกับตกใจเพราะว่าคนแน่นร้านมากๆ ที่นั่งจะแบ่งเป็น 2 ส่วนส่วนที่เป็นห้องแอร์ กับ open air ใต้ร่มไม้ ที่ร้านนี้มีต้นไม้เยอะมาก ดูร่มรื่นดีค่ะ แต่คงเป็นเพราะวันที่ไปเป็นวันอาทิตย์คนเลยเยอะไปนิดนึง ไปถึงก็เริ่มสั่งด้วยของหนักก่อนเลยคือมักกะโรนีชีส ตามด้วยพายไก่ รสชาติอร่อยดีค่ะแต่ก็ยังไม่ได้รู้สึกว่าอร่อยเทพจนลืมไม่ลง

มักกะโรนีชีส

พายไก่

ตามด้วยกาแฟ ใจจริงแล้วทรายอยากสั่งคาปูชิโน่มากเลยนะ แต่ด้วยความรู้สึกที่ว่าเมื่อเรามาร้านกาแฟหรือร้านเค้กข้างนอกแล้ว มันต้องลองกาแฟแปลกๆ ที่เป็นจุดเด่นของร้านที่ที่อื่นไม่มีสิ เพื่อลองของแปลกของใหม่ คาปูชิโน่ที่เราชอบน่ะสั่งที่ไหนเมื่อไหร่ก็มี เพราะฉะนั้นด้วยความลองของเลยสั่ง White Chocolate Raspbery Latte ดื่มเข้าไปคำแรก สัมผัสถึงกลิ่นหอมของ Raspberry ก่อนเลย แล้วกลิ่นของกาแฟจึงตามมาแค่จางๆ อ่อนๆ เท่านั้นเอง รสกาแฟค่อนข้างจืดมาก ไม่หวาน ไม่ขม เน้นกลิ่นหอมของ Raspberry มากกว่า เพราะฉะนั้นถ้าใครเป็นคอกาแฟแนะนำว่ากลับไปดื่มพวก Latte, Cappucino หรือ Espresso เหมือนเดิมดีแล้วค่ะ 55

White Chocolate Raspberry Latte

มาต่อกันที่ไฮไลท์อย่างขนมเค้กกันดีกว่า วันนั้นเราสั่ง บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก, Tiramisu และที่เป็นไฮไลท์ที่สุดของวันนั้นคือ Volcano Cake อันนี้นี่ทานเข้าไปแล้วแบบอร่อยเทพ พอเค้กนุ่มๆ พร้อมกับชอคโกแลตอุ่นๆ ไม่หวาน ไม่ขมจนเกินไปเข้าปากปุ๊บแล้วอื้อหือ ล่องลอย หลับตาพริ้มกันเลยทีเดียว เป็นที่ฮือฮาในโต๊ะมาก – -’ ทุกคนลงความเห็นว่า Volcano Cake ถ้วยนี้อร่อยที่สุด อร่อยเทพๆ จริง อิอิ Volcano Cake คล้ายๆ กับชอคลาวา ของ After You เลย เพียงแต่ว่าหน้าตาชอคโกแลตมันไม่ได้ไหลเยิ้ม แต่ทรายว่า volcano cake อร่อยกว่าอ่ะ เพราะว่าชอคโกแลตกำลังหวานและขมพอดี ของ After You ทรายว่าชอคโกแลตมันขมแล้วก็เหม็นเหมือนกลิ่นไหม้มากไปหน่อยนะ

Volcano Cake

Tiramisu

วันนั้นแค่ได้ Volcano cake เข้าไปถ้วยนึงนี่รู้สึกล่องลอย มีความสุขไปทั้งวันเลย อิอิ รู้สึกไม่ผิดหวังเลยจริงๆ ที่อุตส่าห์ตามหาร้านนี้จนเจอให้ได้ ถ้าใครไปเชียงใหม่แล้วชอบทานเค้ก อย่าลืมแวะไปร้านนี้นะคะ แนะนำจริงๆ

จริงๆ แล้วมีร้านกาแฟอีกร้านนึงที่ตั้งใจว่าจะไปนั่งคือร้านกาแฟ(โ)สด ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เค้าบอกว่าถ้าใครโสดแล้วมานั่งร้านนี้ จะเลิกโสด ก็เลยว่าจะไปลองดูซะหน่อยว่าจริงหรือเปล่า อิอิ แต่ไปตามหาแล้ว น้องๆ เค้าบอกว่าร้านย้ายไปแล้ว และก็ไม่รู้ด้วยว่าย้ายไปตรงไหน เสียดายมากๆ เลยอดทดสอบเลย 55 คราวนี้อัพเดทร้านเค้ก กาแฟให้ก่อน คราวหน้าจะพาไปเที่ยวเชียงใหม่ ที่ๆ ไปมานะคะ ^_^

Page 5 of 19« First...«34567»...Last »
 

You need to log in to vote

The blog owner requires users to be logged in to be able to vote for this post.

Alternatively, if you do not have an account yet you can create one here.

Powered by Vote It Up