0
Like

De Sky cafe and Cuisine

วันหยุดยาวทั้งทีจะนอนอยู่บ้านเฉยๆ ก็กระไรอยู่เนอะคะ พอดีกับพี่ที่รู้จัก สนิทสนมมาบอกว่ามีร้านกาแฟน่ารักๆ รับรองว่าเห็นแล้วต้องชอบแน่ๆ เลย มาบอกอย่างนี้มีหรือที่จะไม่ไปจริงไหม เมื่อวานก็เลยลองไปมาดูค่ะ แล้วก็เลยขอเก็บภาพบรรยากาศพร้อมกับกาแฟและขนมหวานมาให้ดูค่า

ร้านนื้มีชื่อว่า De Sky Coffee and Cuisine เดินทางก็สะดวกมากๆ อยู่ใจกลางกรุงที่ Digital gateway หากใครสงสัยว่า Digital Gateway คืออะไรแล้วอยู่ที่ไหน ก็ตอบเลยค่ะว่าอยู่ที่สยาม สามารถนั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีสยามแล้วเดินจาก BTS เข้ามาที่ Digital Gateway ได้เลย อยู่ฝั่งตรงข้ามกับ Paragon นั่นแหละค่ะ มาถึงที่ Digital Gateway แล้วก็เดินขึ้นบันไดเลื่อนไปที่ชั้น 5 ได้เลยนะคะ ขึ้นบันไดมาก็จะเจอร้านทันทีค่ะ

ร้านนี้จะแต่งร้านสไตล์ผู้หญิงหน่อยนะคะ ดูออกจะหวานๆ และ Vintage หน่อย แต่ผู้ชายก็นั่งได้นะคะ วันที่ไปก็เห็นมีผู้ชายนั่งกันเต็มร้านเลย อิอิ บรรยากาศในร้านก็ดูสบายๆ นั่งได้นานๆ จริงๆ แล้วเค้าจะมีบริเวณระเบียงข้างนอกให้นังรับลมได้ด้วย แต่วันที่ทรายไปบังเอิญว่าฝนตกเลยอดรับลมไป ก็เลยนั่งในห้องแอร์แทน วิวของร้านจะเห็นรถไฟฟ้าวิ่งผ่านด้วยนะคะ แต่วิวจริงๆ ดูจะอึดอัดนิดหน่อย ไม่ใช่แบบวิวรถไฟฟ้า เห้นท้องฟ้ากว้าง เพราะอย่างที่เราเห็นๆ กันนะคะว่าบริเวณสยามจะค่อนข้างดูแน่นๆ นิดหน่อย

ส่วนรายการอาหารเค้าก็มีทั้งอาหารคาว อาหารหวาน มีขนมเค้ก ชูครีมด้วย วันนี้เลยลองสั่ง Milky Strawberry Mousse มาลองชิมดู รสชาติดีเหมือนกันค่ะ ไม่หวานจนเกินไป ราคาโดยส่วนใหญ่จะอยู่ประมาณ 89 บาทต่อชิ้น

Milky Strawberry Mousse

ส่วนกาแฟก็ตามแบบเดิมที่ชอบก็คือ Iced Capuccino รู้สึกว่ากาแฟเค้าค่อนข้างเข้มนิดนึง รู้สึกรสขมติดคอ ยังไม่นุ่มเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่าอยู่ในระดับไม่ได้เลวร้ายอะไรเลย ดื่มได้ชิลๆ พร้อมกับบรรยากาศค่ะ ราคาต่อแก้วก็แบ่งเป็น 3 ราคา คือร้อน เย็น แล้วก็ Frappe ราคาก็อยู่ระหว่าง 79 – 99 บาทต่อแก้วค่ะ

Iced Cappuccino

ส่วนอาหารคาวก็สั่งเป็นสลัดแซลมอน ถือว่าอร่อยเลยล่ะค่ะ ราคาสลัดก็อยู่ที่ 159 ถือว่าไม่แพงมาก เพราะดูจากปริมาณผักและปลาแซลมอนที่ให้แล้วเยอะพอดูอยู่เหมือนกัน โดยรวมๆ แล้วรู้สึกว่าเป็นร้านที่นั่งอ่านหนังสือหรือจะไปคุยงานได้ดีอีกร้านหนึ่งเลยค่ะ (ถ้าแอร์ไม่เย็นจนหนาวเกินไป)นะคะ อีกอย่างก็เดินทางสะดวกอยู่ใจกลางกรุงด้วย

Salmon Salad

คิดว่าถ้ามีเวลาและอารมณ์อยากไปนั่งอ่านหนังสือที่ร้านกาแฟ อาจจะแวะไปอีกค่ะ ^^ จริงๆ พอนั่งคุย นั่งชิลจนพอใจแล้วก็ไปต่อที่หอศิลป์วัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ อยู่ตรงข้ามมาบุญครองค่ะ ที่นั่นก็มีอะไรเก๋ๆ เยอะมาก ที่เด็ดสุดและตั้งใจไปก็คือร้านไอศกรีมรสชาติแปลกๆ แล้วยังเอาไอศกรีมไปทำเป็นรูปต่างๆ อย่างซูชิ สนามหญ้า ฯลฯ เดี๋ยวคราวหน้าจะเอารูปมาฝากให้ดูนะคะ วันนี้พาไปร้านกาแฟร้านเดียวก่อนนะคะ ^^

0
Like

สูตรกาแฟแบบรูปภาพ

เอาสูตรกาแฟแบบรูปภาพมาฝากกันอีกแล้วค่า พอดีไปเห็นมาอีกเช่นเคย เลยขออนุญาต save แล้วเอามาแบ่งปันล่ะกันนะคะ อันนี้ไม่รู้จริงๆ ค่ะว่าต้นฉบับเดิมนั้นมาจากไหน

0
Like

สูตรกาแฟแบบ Infographic

ไปเจอรูปภาพที่เป็นสูตรกาแฟแบบ Infographic เก๋ๆ เลยเก็บมาฝากให้ดูกันค่ะ โดยในรูปภาพจะบอกส่วนผสมของกาแฟแต่ละชนิดไว้ ว่าต้องใช้กาแฟ น้ำ นม ในปริมาณเท่าไหร่ คิดว่าดูจากภาพแล้วน่าจะเข้าใจ และเอาไปชงได้ง่ายกว่าการที่เรามานั่งอ่านส่วนผสมที่เป็นแค่ตัวหนังสือ เจ๋งจริงๆ ค่ะ เห็นรูปนี้ครั้งแรกแล้วชอบเลย ^^

ขอบคุณที่มา http://www.forevergeek.com/

1
Like

Coffee Party @ Home

มีเรื่องดีๆ เกี่ยวกับกาแฟมาฝากอีกครั้งค่ะ สำหรับคนที่ชื่นชอบกาแฟ ไม่ว่าจะชอบดื่ม ชอบดม ชอบชง ชอบทานหรือแค่ชอบบรรยากาศก็ตาม ห้ามพลาดงาน Work Shop “Coffee Party @Home” ที่ร้าน อามาตา ชีวา วันที่ 12 มิถุนายนนี้นะคะ

โดยคิดค่าอบรม 1,850 บาทแต่ถ้ามาเป็นคู่ก็ได้รับส่วนลดพิเศษอีก 10% ค่ะ จริงๆ แล้วไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับร้านนี้เลย ไม่ได้ค่าโปรโมทอะไรด้วย แต่คิดว่าราคานี้ไม่แพงเกินไปสำหรับการเข้าอบรมเรียนรู้สูตรกาแฟ ซึ่งถ้าใครที่คิดจะเปิดร้านกาแฟอยู่ก็ถือว่าราคานี้น่าสนใจมากๆ หรือจะไม่ได้เปิดร้านแต่ก็ชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จะไปเรียนไว้ก็ไม่เสียหายอะไรค่ะ อย่างน้อยก็ชงทานเองทุกวันก็ได้เนอะ ^^ ยังไงถ้าสนใจก็ลองสอบถามที่เบอร์ 0-2617 9929 หรือเว็บไซต์ http://www.amatacheeva.com/workshop/ ค่ะ

1
Like

กลุ่มผู้รักการไปนั่งชิวที่ร้านกาแฟ โดยที่ใช้เงินไม่เกิน 60 บาทต่อแก้ว

วันนี้เอากรุ๊ปดีๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องราวของกาแฟมาแนะนำค่ะ ถ้าใครเล่น Facebook บ่อยๆ จะพอรู้ว่าช่วงนี้เป็นช่วงฮิตฮอทกับการสร้าง Fanpage หรือ Page เยอะมากๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเกี่ยวข้องกับการเมืองเป็นส่วนใหญ่ Page แบบฮาๆ ก็มีบ้าง และที่ฮอทมากพวก Page ที่ตั้งชื่อว่า “มั่นใจว่าคนไทยเกิน 1 ล้าน…….” ก็ว่ากันไป

จนรู้สึกว่าคนไทยสร้าง Page กันเยอะเกิน เกินไป กลัวว่ามันจะกลายเป็น Junk Page ใน Facebook จริงๆ ส่วน Page ดีๆ เค้าก็มีอย่างคนที่รักการถ่ายภาพก็จะมี Page “สมาคมผู้ถ่ายภาพไม่เป็น” อันนี้ก็ดีหน่อยตรงที่จะรู้ว่าไอพวกรูปที่เราถ่ายๆ มาน่ะ เค้าเรียกว่า ถ่ายได้ หรือ ถ่ายเป็น กันแน่

แต่ Page ที่จะแนะนำวันนี้ก็คือ “กลุ่มผู้รักการไปนั่งชิวที่ร้านกาแฟ โดยที่ใช้เงินไม่เกิน 60 บาทต่อแก้ว” อันนี้แนะนำจริงๆ สำหรับใครที่ชื่นชอบและเสาะหาร้านกาแฟนั่งทำงาน หรือนั่งอ่านหนังสือ ชิล ชิล ใน Page นี้ก็จะมีเพื่อนๆ เข้ามาแนะนำร้านกาแฟที่เคยไปมา ว่าอยู่ตรงไหน บรรยากาศเป็นยังไงบ้าง ก็จะได้รู้จักร้านกาแฟเพิ่มขึ้นอีกหลายๆ ร้าน ถือเป็น Page ที่สร้าง Community ที่ดีมากๆ Page นึงเลยค่ะ

ถ้าใครสนใจก็ลองเข้าไปที่หน้า Facebook ของตัวเองนะคะ แล้วก็พิมพ์ Search ชื่อกลุ่มผู้รักการไปนั่งชิวที่ร้านกาแฟฯ” หรือจะคลิกที่ลิงค์ดูก็ได้ค่ะ Fanpage : กลุ่มผู้รักการไปนั่งชิวที่ร้านกาแฟ โดยใช้เงินไม่เกิน 60 บาทต่อแก้ว ได้เลยน่าจะเจอค่ะ แล้วไปแบ่งปันร้านกาแฟน่านั่งกันในนั้นค่ะ ^^

ปล. วันนี้ตั้งใจจะแนะนำร้านกาแฟ ร้านนึงที่เคยไปมา แต่ขอสาีรภาพค่ะว่า ทำรูปหาย แล้วที่แย่กว่านั้นคือจำชื่อร้านไม่ได้ด้วยอ่ะค่ะ > < ไม่มีรูปด้วย เลยอดไป เอาเป็นว่าเดี๋ยวจะลองไปหาอีกรอบถ้าเจอจะมาอัพเดทร้านกาแฟให้อีกทีนะคะ ^^

0
Like

Thailand Coffee, Tea & Drinks 2010 (ปีที่ 3)

วันนี้มีกิจกรรมและงานดีๆ สำหรับคนรักกาแฟมาฝากค่ะ Thailand coffee, Tea & Drink 2010 และงาน Thailand Bakery & Ice Cream 2010 ปีที่ 3 งานแสดงสินค้าและอุปกรณ์สำหรับธุรกิจกาแฟ ชา เครื่องดื่มและเบเกอรี่ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมดีๆ อีกมากมายไม่ว่าจะเป็น Workshop ทำกาแฟ ไอศกรีมและเบเกอรี่ นอกจากนี้หากใครที่สนใจอยากสร้างร้านกาแฟแฟรนไชส์ก็สามารถไปมองหาร้านคุณภาพหลากหลายร้านได้ภายในงานค่ะ

4tn2_1263444173
และที่น่าสนใจยิ่งขึ้นไปอีกก็คือ ภายในงานยังมีการสัมมนาในหัวข้อต่างๆ ที่น่าสนใจและนับว่ามีประโยชน์อย่างมากกับผู้ที่ชื่นชอบและสนใจในเรื่องกาแฟ แม้แต่ผู้ที่มีธุรกิจหรือร้านกาแฟอยู่แล้ว ก็มีหัวข้อสัมมนาที่น่าสนใจให้เข้าฟังค่ะ อาทิ

- สูตรสำเร็จการบริหารเพื่อลดต้นทุน – เพิ่มผลกำไร
- คุณสมบัติ และความพร้อม ก่อนก้าวสู่มาตรฐานแฟรนไชส์
- การทำตลาด้วย Twitter / Facebook
- แนวโน้มธุรกิจกาแฟ เบเกอรี่ และไอศกรีมในปี 2553
- วิธีการออกแบบตกแต่งร้านอย่างมืออาชีพ
- และหัวข้ออื่นๆ อีกมากมาย

ซึ่งงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 – 21 กุมภาพันธ์ 2553 ณ MCC Hall ชั้น 4 เดอะมอลล์ บางกะปิค่ะ ดังนั้นใครที่สนใจก็ไปร่วมงานกันได้นะคะ

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์นี้ค่ะ
http://www.thailandcoffee.net/index.php?&lang=th

0
Like

เรื่องน่ารู้กับสารให้ความหวาน Acesulfame K

คราวที่แล้วลองสังเกตปริมาณคาเฟอีนในกาแฟกระป๋องไปแล้ว คราวนี้ไปสังเกตส่วนประกอบสำคัญจากซองกาแฟสำเร็จรูปบ้าง พออ่านๆ ไปก็เกิดไปสะดุดตาเข้ากับคำว่า “ใช้อะซีซัลเฟม เค”

ความสงสัยก็เลยเกิดขึ้นอีกว่ามันคืออะไร ยิ่งเป็นคำศัพท์ทางการอย่างนี้แล้วด้วยคนธรรมดาๆ อย่างเราก็ไม่ทราบและไม่เข้าใจแน่นอน แถมยังสงสัยอีกด้วยเป็นศัพท์ทางการขนาดนี้มันคืออะไรกันแน่ แล้วมีผลยังไงกับร่างกายเราหรือเปล่า ที่คิดอย่างนี้เพราะเป็นคนที่พึ่งกาแฟสำเร็จรูปที่เป็นซองอยู่ทุกวัน ดังนั้นก็ขอแอบคิดนิดนึงว่าไอที่เรากินเข้าไปทุกวันๆ เนี่ยมันคืออะไร แล้วจะมีผลยังไงกับร่างกายเราบ้างมั้ย

sugar
และก็หันไปพึ่งพี่ Google เค้าซะหน่อย ซึ่งพี่ Google ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลย ได้ข้อมูลมาดังนี้ค่ะ

อะซีซัลเฟม เค : Acesulfame K คือสารให้ความหวานมากว่าน้ำตาลซูโครสหรือ น้ำตาลทรายประมาณ 200 เท่า สามารถละลายน้ำได้ดี ให้พลังงาน 0 แคลอรี่ ไม่ทำให้ฟันผุ เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน สำหรับผู้ที่รักษารูปร่าง หรือควบคุมน้ำหนักก็จะหันมาใช้สารให้ความหวานนี้แทนน้ำตาลกันมาก และผลวิจัยยังบอกว่าสารอะซีซัลเฟม เค นั้นมีความปลอดภัย และอนุญาตให้ใช้สารนี้กว่า 90 ประเทศทั่วโลก

แหมได้ฟังอย่างนี้แล้วก็ค่อยโล่งอกไปทีว่าไม่มีผลข้างเคียงอันตรายเท่าไหร่ แต่ทั้งนี้ก็อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจกันไปนะคะ ถึงแม้ผลวิจัยจะบอกว่ามีความปลอดภัย แต่หากเรารับประทานเข้าไปทุกวันๆ ก็อาจเกิดการสะสมในร่างกายได้ ซึ่งจะส่งผลข้างเคียงกับการกระตุ้นการหลั่งสารอินซูลินในร่างกายของเรา และอาจมีผลทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำได้ค่ะ

ของทุกอย่างมีทั้งข้อดีและข้อเสียทั้งนั้นนะคะ จะรับประทานหรือจะใช้อะไรก็ขอให้ใช้แต่พอดี สุขภาพดีถ้วนหน้านะคะ ^^

0
Like

ปริมาณคาเฟอีนในกาแฟกระป๋อง

Caffeine

เมื่อกี้ออกไปเดินห้างมา ในระหว่างที่เดินไปเดินมาแล้วไปหยุดอยู่ตรงบริเวณ Shelf ที่ขายน้ำต่างๆ ด้วยความที่เป็นคนชอบดื่มกาแฟ ก็เลยลองหันไปดูบริเวณที่ขายกาแฟกระป๋องยี่ห้อต่างๆ เผื่อจะมียี่ห้อใหม่ๆ ที่น่าลองชิมบ้าง

แล้วความสงสัยอยากรู้ก็บังเกิด ณ ตอนนั้นทันทีว่า เอ๊ะ กาแฟกระป๋องแต่ละยี่ห้อจะมีปริมาณคาเฟอีนเท่าไหร่กันบ้างนะ ดังนั้นก็เลยเริ่มสังเกตทีละกระป๋อง ทีละยี่ห้อ ซึ่งก็สำรวจด้วยกันทั้งสิ้น 4 ยี่ห้อ เดี๋ยวจะเรียงชื่อยี่ห้อตามลำดับปริมาณคาเฟอีนที่มีมากที่สุดไปจนน้อยที่สุดให้นะคะ

1.    D-7 มีปริมาณคาเฟอีนมากที่สุด
2.    UFC
3.    Burdy
4.    OISHI มีปริมาณคาเฟอีนน้อยที่สุด

ตอนแรกคิดว่ากาแฟ Burdy จะมีปริมาณคาเฟอีนเยอะที่สุดเสียอีกนะคะ ตอนแรกก็คิดว่าได้ข้อสรุปแล้ว แต่คิดไปคิดมาอีกที ก็เริ่มเกิดความสงสัยต่อว่า เอ๊ะ ในบรรดากาแฟแต่ละยี่ห้อนี้ ก็มีรสชาดอีก 3 รส แล้วปริมาณคาเฟอีนจะเท่ากันหรือเปล่า ทีนี้ก็เริ่มสำรวจต่ออีกครั้งค่ะ ซึ่งก็จะได้ผลสำรวจมาด้วยกัน 3 รสชาดนะคะ ซึ่งจะเรียงตามรสชาดที่มีปริมาณคาเฟอีนมากที่สุดไปหาน้อยที่สุดให้นะคะ

1.    ลาเต้ มีปริมาณคาเฟอีนมากที่สุด
2.    Espresso หรือ Black กาแฟดำ มีปริมาณคาเฟอีนมากเป็นอันดับสอง
3.    Mocca มีปริมาณคาเฟอีนน้อยที่สุด

ซึ่งตอนแรกก็คิดว่า Espresso น่าจะมีปริมาณคาเฟอีนมากที่สุด เพราะรสชาดดูเข้มข้นที่สุด แต่เอาเข้าจริงตามฉลากที่อยู่ข้างกระป๋องกลับกลายเป็นลาเต้ไปนะคะ

นี่ก็เป็นเรื่องที่สำรวจจากความอยากรู้ อยากเห็นของตัวเอง คิดว่าน่าจะเป็นความรู้ใหม่ๆ ให้กับคนที่ชื่นชอบกาแฟกันนะคะ ^^

0
Like

คำศัพท์น่ารู้เกี่ยวกับกาแฟ

ห่างหายจากการนำเรื่องราวน่ารู้ต่างๆ ของคนรักกาแฟไปเสียนานนะคะ วันนี้กลับมาพร้อมกับคำศัพท์น่ารู้หลายๆ คำเลยค่ะ

เคยสังเกตไหมคะว่า เวลาที่เราชงกาแฟเอง หรือจะสั่งตามร้านค้าทั่วไปก็ตาม หากใส่ผงกาแฟในปริมาณที่มากเกินไป จะทำให้รสชาดของกาแฟนั้นมีรสเปรี้ยว ซึ่งรสชาดเหล่านี้เรารู้สึกได้ แต่ครั้นจะบอกกับพ่อค้าแม่ค้าหรือจะบอกตัวเองก็ตามเถอะ เราจะบอกไม่ถูก ว่าเค้าเรียกว่าอะไรกัน ซึ่งตามหลักของกาแฟแล้วเค้าก็มีคำศัพท์เฉพาะเพื่ออธิบายความรู้สึกต่างๆ เหล่านี้เหมือนกันค่ะ

และด้วยความที่ทรายเองอยากจะรู้ ก็เลยไปลองค้นหาดู จนได้ข้อมูลคำศัพท์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับกาแฟมาอีกหลายคำศัพท์ เลยนำมาแบ่งปันให้ได้ทราบกันค่ะ

47063-pola

Acidity
รสเปรี้ยวของกาแฟ จะต่างจากรสเปรี้ยวของมะนาว (sour) และไม่เกี่ยวอะไรกับค่า   pH ที่จริงกาแฟจะมีความเป็นกรดไม่มากนัก (pH 5 – 6)

Body :  ความรู้สึกเต็มอิ่ม เต็มปากเต็มคำ ไล่จากอ่อน ไป   เข้มได้เป็น watery (จางเหมือนน้ำ)thin, light, medium, full, buttery   (ข้นเหมือนเนย), syrupy (ข้น เหมือนน้ำเชื่อม)

Aroma :  กลิ่น คำที่ใช้สำหรับกลิ่นกาแฟได้แก่caramelly (กลิ่นเหมือนลูกกวาด หรือน้ำ เชื่อม), carbony (กลิ่นเหมือนถ่าน มักพบ ใ นกาแฟที่คั่วนานๆ), chocolaty,  fruity, floral, herbal, malty, rich, rounded และ spicy

Bland : รสจืดของกาแฟ เกิดเพราะเมล็ดกาแฟที่เอามชง ยังไม่ได้อายุเก็บเกี่ยว

Briny :  รสเค็ม มักเกิดจากการต้มกาแฟนานเกินไป

Chicory :  ทำจากรากของต้น Cicoria Entybus มีรสคล้ายกาแฟ ไม่มีคาเฟอีน ราคาถูก มักใช้ผสม หรือ ชงแทนกาแฟ

Exotic :  กลิ่นหอมเย้ายวน เช่น floral หรือ berry ซึ่งเป็นกลิ่นที่ต่างจากกาแฟปกติ

Mellow :  รสกลมกล่อมพอดีของกาแฟที่มี acidity ต่ำ-กลาง

Solo :  กาแฟเอสเพรสโซ 1 ช็อต

Strong :  เป็นดีกรีของรสชาดของกาแฟ

Tangy :  รสเปรี้ยวแหลม

Winy :  ความรู้สึกที่เปรียบได้กับการดื่มไวน์แดงชั้นดี

ขอบคุณข้อมูลจาก

http://www.readypremium.com/ecommerce/thaiarabica/ArticleDisplay.asp?urlID=23

0
Like

Believe it or not

สำหรับหลายๆ ท่านที่หลงรักกาแฟด้วยรสชาติและกลิ่นหอมของกาแฟ อย่างที่เรียกว่าถอนตัวไม่ขึ้น วันนี้มีเรื่องราวความเชื่อต่างๆ ที่เกี่ยวกับกาแฟมาฝากค่ะ เราลองมาดูกันนะคะว่าความเชื่อที่เราๆ เคยเชื่อกันเนี่ยมีอันถูกอันไหนผิดใช่หรือไม่ใช่กันบ้างดีกว่าค่ะ

-    ติดกาแฟเป็นเวลานาน ไม่ดีต่อร่างกาย (ไม่จริง)
จากการวิจัยของกองทัพสหรัฐฯ ในสถาบันด้านยาและสิ่งแวดล้อมบอกว่า ตราบใดที่เราไม่มีอาการความดันเลือดสูง เป็นโรคหัวใจ หรือมีอาการสับสนกังวล การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเป็นเวลานานหลายๆ ปีไม่ควรมีผลต่อสุขภาพ
-    คาเฟอีนทำให้สมองกระเตื้อง (จริง)
ในสมองของเรา คาเฟอีนจะเข้าไปรบกวนเคมีในสมองที่ทำให้คนเราง่วงนอน จะกระตุ้นประสาทส่วนกลาง ทั้งยังช่วยให้คุณทั้งตื่นตัวและรีแลกซ์ไปด้วยในคราวเดียวกัน
-   คาเฟอีนทำให้เราอึดขึ้น (จริง)
คาเฟอีนจะกระตุ้นให้เราออกกำลังกายได้นานขึ้น 10-15 เปอร์เซ็นต์ เพราะมันช่วยให้คุฯหายเหนื่อยเร็วขึ้น นักโภชนาการจากมหาวิทยาลัยออนตาริโอ้ อธิบายเอาไว้
-    ถ้าเราดื่มกาแฟหลังดินเนอร์ เราจะนอนไม่หลับ (ไม่จริง)
กาแฟถ้วยเล็กๆ หบังดินเนอร์ถือว่าโอเคสำหรับคนส่วนมาก แต่ถ้าคุณมีปัญหาเรื่องการนอนหลับก็ควรหลีกเลี่ยงไปดื่มชาแทน เพราะหนึ่งถ้วยมีคาเฟอีนเพียง 35 มิลลิกรัมเท่านั้น คาเฟอีนปริมาณสูงมักจะอยู่ในพวกเครื่องดื่มให้พลังงานมากกว่า

ขอบคุณที่มาจากนิตยสาร Cleo

 

You need to log in to vote

The blog owner requires users to be logged in to be able to vote for this post.

Alternatively, if you do not have an account yet you can create one here.

Powered by Vote It Up