Tag Archives: กาแฟ

Spoon Instant coffee package

13 Nov

มีไอเดียเก๋ๆ สำหรับคนที่ดื่มกาแฟร้อนแบบ 3in1 มาฝากค่ะ เมื่อช้อนคนกาแฟและกาแฟสำเร็จรูปมารวมอยู่ด้วยกันใน 1 ซอง เพียงแค่ฉีกหัวซองกาแฟสำเร็จรูปออกมา ก็จะเห็นว่ามีแกนกลางติดมากับหัวซองที่เราฉีกออก ทีนี้พอเราเทกาแฟสำเร็จรูปลงในแก้วกาแฟแล้ว ก็มาพับเจ้าแกนกลางที่ยาวติดมากับหัวซองให้เป็นลักษณะคล้ายๆ ช้อน ทีนี้ก็นำไปคนกาแฟที่เราชงได้แล้วล่ะค่ะ เหมาะมากๆ สำหรับคนที่เดินทางไปไหนมาไหนโดยที่ไม่มีอุปกรณ์อย่างพวกช้อนติดตัวไปด้วย ก็ถือว่าเป็นไอเดียที่หยิบเรื่องความสะดวกสบายที่เล็กๆ น้อยๆ มาทำเป็นสิ่งของขึ้นมาไม่เลวทีเดียวค่ะ :)

Source : http://www.inewidea.com/2011/11/09/41634.html

Le Café est la vie เพราะ กาแฟ คือ ชีวิต

12 Nov

วันนี้มีโอกาสได้ไปอ่านบทความนึงที่เกี่ยวกับกาแฟมา รู้สึกว่าอ่านไปยิ้มไป เกิดชอบคนที่เขียนบทความนี้จัง แต่ไม่รู้จริงๆ ว่าใครเป็นคนแปลออกมาเป็นภาษาไทย น้องที่รู้จักบอกว่าคนเขียนเหนังสือเล่มที่อ่านนี้ชื่อว่า Jules Verne ซึ่งเป็นใครเราก็ไม่รู้เหมือนกัน เพิ่งเคยได้ยินชื่อกับเค้าก็ครั้งแรกนี่หล่ะ 55 เลยเอามาสรุปให้อ่านกันคร่าวๆ ส่วนถ้าใครอยากอ่านแบบเต็มๆ และซึมซับไปกับการเล่าเรื่องของคนแปลก็ตามไปอ่านได้ที่ลิงค์เลย เดี๋ยวจะแนบไว้ให้ตอนท้าย

เท่าที่อ่านมาจนจบจะเห็นว่าบทความนี้ได้บอกเล่าถึงนิสัย ความคิด และวัฒนธรรมของคนแต่ละชาติที่เกี่ยวข้องกับกาแฟเอาไว้ ที่โดดเด่นมากๆ คงจะเป็นขาวฝรั่งเศสที่ดูเหมือนจะรัก บูชา และชื่นชมใน กาแฟ มากเป็นพิเศษ ถึงกับให้คำจำกัดความ กาแฟไว้ว่า  Le Café est la vie เพราะ กาแฟ คือ ชีวิต



สำหรับคนฮอลแลนด์แล้วเค้าเรียกกาแฟว่า เครื่องดื่มวิเศษ ในขณะที่ชาวอิตาลี จะตะโกนว่า Viva Italia หรือแปลว่า อิตาลีจงเจริญ ทุกครั้งเมื่อเอสเปรสโซ่และคาปูชิโน่หมดลง ชาวอินเดีย คือคอกาแฟตัวจริง มักนิยมทานถั่ว สมุนไพร และใบกระถินแกล้มไปพร้อมกับกาแฟ ส่วนชาวญี่ปุ่น จะดื่มกาแฟตามด้วยสัปปะรดเพราะเชื่อว่า จะช่วยชูกำลังได้

ชาวฟินแลนด์ คือชาติที่ดื่มกาแฟมากที่สุดในโลก เฉลี่ยคนละ 5 แก้วต่อ 1 วัน และยังมีวิธีการดื่มที่แปลก โดยจะนำหนังปลาบางๆ 1 ชิ้น ใส่ลงไปในกาแฟขณะที่ต้มแล้วค่อยตักออกเมื่อถึงเวลาดื่ม อืมมม ชักอยากรู้ว่ารสชาติจะเป็นยังไง ไม่รู้จะคาวหรือเปล่านะ

ส่วนชาวฝรั่งเศสชื่นชอบ Café au lait หรือกาแฟใส่นม และนิยมดื่มในชามใบใหญ่ เพื่อใช้จิ้มกับขนมปังหรือครัวซองค์ที่ใหม่ๆ เป็นอาหารเช้า อืมมม เราชอบดื่มแบบคนฝรั่งเศสแฮะ ชอบแบบกาแฟใส่นมแต่เปลี่ยนจากครัวซองค์เป็นปาท่องโก๋จุ่มลงไปในกาแฟแล้วให้ปาท่องโก๋ชุ่มๆ ดูดกาแฟขึ้นมาแล้วค่อยทานนะ มันก็อร่อยดี เราชอบนี้หล่ะ

คนฝรั่งเศสเชื่อว่า กาแฟ คือ เครื่องดื่มที่ให้ความสุข เพราะเพียงแค่กาแฟ 1 ถ้วย ชาวฝรั่งเศสสามารถนั่งมองผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา สามารถนั่งพูดคุย ถกเถียงประเด็น แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เล่าเรื่อง ปรึกษา หรือแม้แต่รวมไปถึงการเจรจาธุรกิจก็ตาม ดังนั้นชาวฝรั่งเศสจึงมองว่า กาแฟหนึ่งถ้วย มีค่าเท่ากับ ระยะเวลาที่ยาวนานไร้ขีดจำกัด

สำหรับเราเรามองว่าถ้ามีโอกาสได้นั่งอยู่ในร้านกาแฟ กาแฟหนึ่งถ้วย สามารถทำให้เรามีสมาธิจดจ่ออยู่กับการอ่านหนังสือดีๆ สักเล่มและซึมซับเอาความคิดความรู้สึกจากนักเขียนที่ถ่ายทอดความคิดความรู้สึกได้เป็นอย่างดี เป็นการได้อยู่กับตัวเอง ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก บางครั้งยังได้พูดคุยกับตัวเองอีกด้วย ดังนั้นกาแฟเพียงแค่หนึ่งถ้วยให้อะไรเราได้มากกว่าที่เราคิดไว้เยอะ ไม่เชื่อลองพิจารณาแล้วมองหาดูสักครั้งสิคะ :)

จากบทความ “แก้วโปรดของคนเพลินทาง” http://www.showmystyle.com/special_content.aspx?s=27

กาแฟป้องกันและรักษาอาการซึมเศร้าได้

9 Oct

มีข้อมูลดีๆ สำหรับสาวๆ ที่ชอบดื่มกาแฟมาฝากค่ะ ล่าสุดมีการวิจัยจากผู้หญิงมากกว่า 50,000 คนพบว่า ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟ 2-3 แก้ว/วัน ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 10 ปี สามารถรักษาโรคซึมเศร้าที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงได้ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่การดื่มกาแฟ 4 แก้ว / วัน จะช่วยป้องกันการเกิดโรคซึมเศร้าได้ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ค่ะ รู้อย่างนี้แล้วมาดื่มกาแฟกันดีกว่าค่ะ ^_^

source by http://www.psfk.com/2011/09/coffee-reduces-depression-risk-among-women-study-says.html

ณ เชียงราย (วันสุดท้าย)

4 Oct

วันที่ 3 เที่ยววันสุดท้ายที่เชียงราย วันนี้ชิลแบบสุดๆ เพราะไม่มีแผนอะไรเลย อิอิ เริ่มตอนเช้าด้วยการว่ายน้ำที่โรงแรม ทานอาหารเช้าพักผ่อนนั่งอ่านหนังสือนิดๆ หน่อยๆ ทุกครั้งที่ไปเที่ยวต่างจังหวัดมักจะต้องเอาหนังสือของ ปราย พันแสงติดตัวไปเสมอ เปลี่ยนเล่มไปเรื่อยๆ คราวนี้เอาเรื่องรักใครไปอ่าน เจอประโยคนึงที่ ศุ บุญเลี้ยงเขียนไว้ให้  “ทุกวันนี้เรามีคนโดดเด่นอยู่มากมาย แต่แห้งแล้งความรู้สึกและขาดแคลนความจริงใจ” อ่านไปได้นิดๆ หน่อยก็ check out ออก

ร้านกาแฟดอยช้าง

แล้วไปนั่งร้านกาแฟที่ร้านดอยช้าง แป๊บนึง อ่านหนังสือต่อ กินกาแฟอีกนิด สั่งกาแฟดอยช้างมาชิม แปลกใจที่มาเที่ยวรอบนี้ไม่มีกาแฟถูกใจเลยสักร้าน 555 นั่งสักพักเราก็ไปหาข้าวกินกันแล้วก็ไปซื้อของฝากที่ร้านสุจินต์ ไส้อั่วกับน้ำพริกอร่อยค่ะ

วัดร่องขุ่่น

เสร็จแล้วก็ไปเที่ยววัดร่องขุ่นต่อค่ะ มาถึงเชียงรายไม่ไปไม่ได้ค่ะ วัดร่องขุ่นสวยมากมีความอ่อนช้อยกว่าจะทำออกมาได้ขนาดนี้นับถือมากๆ ค่ะ ต้องใช้เวลา ความประณีตมากๆ จริงๆ และด้วยความที่ใส่กางเกงขาสั้นไปเลยต้องนุ่งผ้ายาวเพื่อความเรียบร้อย คราวนี้เลยได้กลายร่างเป็นแม่หญิงจริงๆ ไปเลยค่ะ 555 เดินชมวัดแล้วเข้าไปชมงานเขียนของอ.เฉลิมชัย แล้วแบบว่าขนลุกมากๆ ขนลุกจริงๆ งานเขียนทุกงานมีความสวยงาม ที่สำคัญมีมิติ รู้สึกว่า อ.เป็นคนที่ใช้สีน้ำเงินและสีฟ้าได้สวยมากนะ เดินดูไปขนลุกไป สุดยอดจริงๆ ค่ะ ไว้คราวหน้าจะถ่ายรูปโปสการ์ดรูปที่ซื้อมาให้ดูค่ะ เราเห็นว่าที่วัดนี้จะมีตู้เก็บของด้วย แต่เป็นของที่นักท่องเที่ยวลืมวางทิ้งไว้นะ ก็จะเก็บมารวมๆ ไว้ในตู้ดีเหมือนกันนะ ชอบการได้เดินดูงานศิลปะแบบนี้มันทำให้เราหลุดไปอีกโลกนึง ได้สัมผัสกับความคิดความรู้สึกของงานศิลปะ ได้หยุดนิ่ง ได้สัมผัสกับสิ่งที่เราไม่สามารถจับต้องมันได้ ทำให้หัวใจเราหยุดวุ่นวายอยู่นิ่งๆ ได้คิดได้จินตนาการ รู้สึกเต็มและอิ่มกับงานศิลปะจริงๆ :)

ถนนคนม่วน (ถนนคนเดินวันอาทิตย์)

เสร็จแล้วเราก็มาเดินเล่นกันที่ถนนคนม่วน เป็นถนนคนเดินวันอาทิตย์อีกสายหนึ่งค่ะ ของขายก็คล้ายๆ กับถนนคนเดินวันเสาร์เลย แต่วันนี้เพลียมากเลยเดินได้ไม่มากเท่าไหร่ นักพักทานโน่นนี่ไปรอคุณหนึ่ง (ผู้มีอุปการคุณ 555)มารับเราไปส่งสนามบินกลับกรุงเทพ ระหว่างทางแอบสงสัยเหมือนกันว่า ทำไมถนนเส้นที่มุ่งหน้าไปสนามบินถึงได้เงียบ และมืดจัง มันควรจะเป็นถนนสายหลักที่สว่างสิเพราะมันเป็นทางไปสนามบิน นักท่องเที่ยวก็เยอะนะ แอบสงสัยนิดนึง อย่างหนึ่งที่ชอบภาคเหนือไม่ว่าจะเป็นเชียงราย หรือ เชียงใหม่ก็ตาม เรารู้สึกว่าคนที่นั่นเค้าใจดี ใจเย็น ยิ้มแย้ม มีน้ำใจให้กับคนอื่นมาก ไม่ขี้เหวี่ยงไม่ขี้หงุดหงิดเหมือนคนในเมืองอ่ะ ชอบมาก

ความรู้สึกหนึ่งที่เกิดขึ้นทุกครั้งหลังจากไปเหนือไม่ว่าจะเชียงรายหรือเชียงใหม่คืออาการคลุ้มคลั่งอยากไปอยู่ที่โน่นทุกครั้ง ไปทำงานไปอยู่มีบ้านอยู่ที่โน่นก็ได้นะ มันชอบอย่างบอกไม่ถูกเลย เป็นความรู้สึกที่ติดค้างมาตลอดและเป็นทุกครั้งที่ได้ไปเหนือ กลับมาจะคลุ้มคลั่งหนักหน่อย บ่นเยอะหน่อยว่าอยากไปอยู่ พอเวลาผ่านไปความรู้สึกนี้ก็ยังอยู่อยู่ดี มันไม่เคยหายไปจากความรู้สึกเลยนะ ไอการอยากไปอยู่เหนือเนี่ย สักวันมั้ย จะมีสักวันมั้ยที่ได้ไปอยู่ เดี๋ยวเดือน 11 จะไปเชียงใหม่อีก สงสัยจะได้คลุ้มคลั่งกับความรู้สึกนี้ตายแน่ๆ 555 จบแล้วจ้าเที่ยว 3 วันแบบไม่แพลนอะไรเท่าไหร่ ชิลกันเหลือเกิน 555

ณ เชียงราย (ภาคต่อ)

2 Oct

บ้านดำ

วันที่ 2 มาแล้วจ้า วันนี้เราจะช็อปๆๆๆ กันทั้งวันเลย อิอิ วันนี้เราเช่ารถในราคาที่ถูกมากกก รถเก๋ง Hyndai แอร์เย็นเจี๊ยบลุงคนขับใจดีในราคา 1300 พร้อมคนขับรถและน้ำมัน (แต่สุดท้ายก็เพิ่มให้ล่ะเพราะอยู่ดึก) เริ่มเที่ยวที่แรกด้วยบ้านดำของอ.ถวัลย์ ดัชนี ที่เน้นโทนสีดำ และบ่งบอกเตือนสติเราได้มากพอสมควรนะ

สักวันหนึ่งเราก็ต้องละสิ่งที่เป็นตัวเราออกไป ไม่เหลืออะไรที่บอกได้ว่า “เป็นของเรา” เพราะไม่เคยมีอะไรที่เป็นของเราอย่างแท้จริง

Parabola Coffee Shop

ระหว่างทางที่จะไปดอยตุงมีร้านกาแฟร้านนีงที่มีคนแนะนำมาว่าต้องแวะคือร้าน Parabola ตกแต่งร้านน่ารักดีเหมือนกัน แต่ในความรู้สึกเหมือนยังแต่งได้ไม่สุดอ่ะ 555 มันน่าจะเก๋ได้มากกว่านี้ เลยไปลองกาแฟซะหน่อยสั่ง Parabola Ice coffee รสขาติกาแฟก็ไม่ได้น่าเกลียดแต่ก็ไม่ได้ประทับใจ สรุปคือเฉยๆ อ่ะ 555 มันธรรมดามากจริงๆ นะ คล้ายๆ Black Canyon แต่อ่อนกว่า หวานน้อยกว่า สำหรับคนอื่นอาจจะชอบก็ได้นะแต่สำหรับเราเฉยๆ อ่ะ

พระตำหนักดอยตุง

เสร็จแล้วก็มุ่งหน้าไปเที่ยวที่พระตำหนักดอยตุงต่อ ที่นี่อากาศดีมาก ได้เข้าใจและรู้สึกถึงการมาสูดอากาศบริสุทธิ์อย่างเต็มปอดจริงๆ สำหรับค่าเข้าชมที่พระตำหนักดอยตุงจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนของสวน ส่วนของพระตำหนัก อีกส่วน(จำไม่ได้ แหะๆ) แต่ด้วยความที่เดี๋ยวเรากลัวจะมีเวลาไปเดินแม่สายไม่พอเลยเลือกเข้าที่สวนดอกไม้อย่างเดียว แค่สวนดอกไม้ก็เดินถ่ายรูปๆ นานแล้วล่ะ เดินๆ ไปก็คิดว่าอืม ถ้ามาหน้าหนาวบรรยากาศคงดีมากๆ นี่ขนาดมาหน้าฝนยังดีเลย เดินถ่ายรูปไปมาแล้วก็แวะไปนั่งกินมาม่ากับเครื่องดื่มที่ร้านดอยตุง คราวนี้คงสั่งกาแฟไม่ไหวล่ะ ตั้งแต่เช้าถึงเที่ยงจัดกาแฟไปแล้ว 2 เลยขอผ่าน สั่งชาไทยนมมาลองกินดู ไม่ค่อยประทับใจอีกเหมือนกัน เพราะมันหวานมากๆ เกินไป แต่บรรยากาศดี และพนักงานก็บริการได้อย่างน่ารัก เสร็จแล้วมุ่งหน้าไปแม่สายกันต่อนะคะ

แม่สาย

มาถึงแม่สายก็ต้องข้ามไปฝั่งพม่า ก่อนข้ามไปต้องไปทำหนังสือขอผ่านราคา 30 บาท เสร็จแล้วก็เอาไปยื่นขอผ่านทางไปพม่า เสียให้พม่าอีก 10 บาท ลุงคนขับบอกว่าถ้าเป็นคนไทยให้ไปขอหนังสือชั่วคราวแบบนี้ดีกว่าเพราะมันจะถูกกว่า แต่ถ้าใช้เป็น Passport จะเสียค่าผ่านทางในราคาต่างชาติก็เป็นร้อยอ่ะค่า น่าเสียดายอยู่อย่างนึงพอไปถึงแล้วฝนดันตก ถ้าไม่ตกคงเดินได้สนุกกว่านี้ ข้ามฝั่งไปแล้วไม่ชอบที่คนพม่ามาขายของยื่นนั่นนี่ให้ ชวนนั่งรถแบบตามตัว ติดตัว ไม่ชอบเลย ผู้หญิงก็ระวังกันหน่อยนะคะ ถ้าใครจะซื้อของก็อปแบรนด์เนมก็แนะนำว่าให้เดินดูหลายๆ ร้านก่อน เพราะยิ่งเดินเข้าไปไกลราคายิ่งถูกและต่อได้เยอะกว่าร้านหน้าๆ แล้วก็ CD, MP3 ที่นี่ถูกมาก MP3 แผ่นละ 10 บาท หนังก็ถูก CD เพลงก็ถูก ก่อนจะจ่ายเงินก็ลองให้ร้านเค้าลองเล่นแผ่นให้ก่อนก็ได้จะได้รู้ว่าแผ่นเสียหรือเปล่านะคะ

ถนนคนเดินเชียงราย

จบจากการเดินช็อปปิ้งไปเดินข็อปกันต่อที่ถนนคนเดินนะคะ ที่นี่เสื้อผ้าขายเยอะมาก สไตล์ก็เหมือนกรุงเทพเลย ก็แบ่งเหมือนเป็นโซนๆ เลย โซนอาหารก็อาหารยาวไป ของเล่นของฝากก็ยาวไป เสื้อผ้าแฟชั่นก็ยาวไปอะไรทำนองนั้นค่ะ ที่นี่ก็ได้แต่ของฝากกับกินจ้า อาหารแปลกๆ ที่ชอบก็ข้าวแรมฟืนเป็นอาหารของพม่ามีแป้งแบบเส้นกับก้อน เราว่าแบบเส้นอร่อยกว่าน้ำปรุงเครื่องเทศเข้ากว่า จะมีกลิ่นของเครื่องเทศพวกตะไคร้ออกเปรี้ยวเผ็ดนิดๆ แปลกๆ และก็อร่อยดีเหมือนกัน ถ้าใครไปก็ลองชิมดูนะคะ จบแล้วจ้าวันที่ 2

Aroma Lid make your coffee smell and taste great

10 Aug

มาแล้วๆ หลังจากที่ไปอัพเดทเรื่องเกี่ยวกับความสวยความงาม 2-3 เรื่อง คราวนี้มีเรื่องกาแฟมาอัพเดทแล้วจ้า เคยมั้ยเวลาที่เราดื่มกาแฟร้อนแบบ take away หรือนำกลับร้านกาแฟแบบใหม่ส่วนใหญ่มักจะมีฝาปิดแบบครอบทั้งหมดแล้วเหลือรูเล็กๆ เอาไว้เราจิบกาแฟ ส่วนตัวเราเองก็ชอบแบบนี้นะ เรารู้สึกว่ามันสะดวกในการดื่มอ่ะ แต่เคยสงสัยหรือรู้สึกกันบ้างหรือเปล่าว่าแก้วกาแฟที่มีฝาปิดแบบนี้มันทำให้อารมณ์ในการดื่มกาแฟของเราน้อยลง นั่นเพราะว่าฝาปิดจำพวกนี้จะบดบังกลิ่นหอมของกาแฟ ซึ่งนั่นคือเสน่ห์อันดับต้นๆ ของกาแฟเลย
แก้วน้ำ Eco Cup รุ่น A007-B1 ลายกล้องถ่ายรูป
ดูข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมที่ www.trendyday.com

ตอนนี้มีบริษัทในฮ่องกงบริษัทหนึ่งเค้าเล็งเห็นเรื่องนี้ขึ้นมาแล้วก็คิดจะทำฝาปิดที่มีกลิ่นหอมของกาแฟสดเข้าไปด้วย ทีนี้เวลาเราดื่มกาแฟจากแก้วที่มีฝาปิดแบบนี้เราก็จะได้ทั้งกลิ่นทั้งรสชาติของกาแฟแบบเต็มๆ แล้ว ก็เก๋ไก๋ไปอีกแบบนะ เริ่ดๆ อ่ะ แต่นั่นเท่ากับเราต้องเพิ่มราคาหรือซื้อกลิ่นกาแฟทั้งๆ ที่เราควรจะได้ดมกลิ่นมันอยู่แล้วป่าว – -” ถ้างั้นตอนจะดื่มก็เปิดฝาแล้วจิบเอาก็หมดเรื่อง ไม่ต้องเสียเงินให้กับฝาที่ต้องไปทำให้มีกลิ่นกาแฟหรอก 555 แต่ก็โอเคนะ ดูเป็นไอเดียแล้วเป็นการสังเกตเล็กๆ น้อยๆ ของคนที่ชอบดื่มกาแฟล่ะ :)

Source : http://gizmodo.com/5827972/the-aroma-lid-makes-your-coffee-smell-and-taste-great

The history of Coffee

31 Jul

เขียนเรื่องกาแฟมาหลายครั้ง หลายเรื่องแล้ว เมื่อวานนั่งหาเว็บที่เกี่ยวกับกาแฟไว้อ่านบ้าง เลยไปเจอเว็บนึงที่เขียนถึงประวัติของกาแฟ เลยนึกขึ้นได้ว่า อืมเราไม่เคยเขียนเรื่อง basic อย่างประวัติเลยแฮะ วันนี้ขอซะหน่อย เรียบเรียงตามความเข้าใจที่อ่านและแปลเอาเองนะ ถึงแม้อาจจะแปลได้ง่อยมากก็ตาม 555 แต่ขอเอาแบบที่เข้าใจแล้วเล่าให้ฟังดีกว่าเนอะ

“กาแฟถูกค้นพบที่แรกคือที่เอธิโอเปีย โดยคนเลี้ยงแกะคนหนึ่งที่เผลอไปกินเข้าแล้วนอนไม่หลับไปทั้งคืน”

“ส่วนอีกตำนานหนึ่งบอกว่า เดิมกาแฟนั้นไม่ได้เรียกกันว่ากาแฟ แต่เรียกว่า mocha โดยชาวอาราเบียนที่ถูกเนรเทศรอนแรมไปในทะเลทรายและไม่มีอะไรจะกิน ตอนนั้นเองมีคนหนึ่งได้ต้มเมล็ดผลไม้ที่พวกเขาเองก็ไม่รู้ว่ามันคือต้นอะไร มีพิษหรือไม่ก็ไม่รู้แต่ในความที่ต้องทรมานด้วยความอดอยากจึงจำเป็นที่จะต้องกินอะไรสักอย่างแล้ว และนั่นก็ทำให้พวกเขารอดตาย และได้ชื่อว่า Mocha นับตั้งแต่นั้นมา”

ในศตวรรษที่ 9 ชาวมุสลิมได้ใช้กาแฟเป็นยา ในศตวรรษที่ 14 ต่อมา ได้มีการนำต้นกาแฟไปปลูกในประเทศแถบอารเบีย และได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น Kaweh (อ่านแล้วคล้ายๆ คาเฟ่ หรือกาแฟ อย่างในปัจจุบันเลยนะ)

ส่วนประเทศเอธิโอเปีย ชนเผ่า Galla ใช้กาแฟในการห่ออาจจะเป็นเครื่องในสัตว์ หรือเนื้อสัตว์เพื่อให้คงคุณค่าทางโภชนาการไว้ ไม่ได้นำกาแฟใช้ดื่มเลย ส่วนผู้ที่นำกาแฟมาเป็นเครื่องดื่มจริงๆ จังๆ กลุ่มแรกนั้นก็คือ Turks (เติร์ก) และได้มีการนำการพลู อบเชย กระวานเข้ามาเพิ่มรสชาติของกาแฟให้มีกลิ่นต่างๆ เพิ่มขึ้น

ในปี 1500 กาแฟได้กลายเป็นเครื่องดื่มในประเทศตุรกีและอิตาลี และในปี 1720 ประเทศอิตาลีได้มีการนำเข้าต้นกาแฟมาปลูกในกรุงปารีสด้วยกัน 3 ต้น และใน 3 ต้นนั้นก็มีเพียงต้นเดียวเท่านั้นที่สามารถปลูกรอดได้ หลังจากนั้นกาแฟก็ได้กลายมาเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมในประเทศฝรั่งเศสอย่างมากและค่อยๆ กลายเป็นเครื่องดื่มที่มีการนำเข้าและนิยมดื่มไปทั่วโลกจนปัจจุบันใน 1 วันทั่วโลกมีผู้บริโภคกาแฟกว่า 300 ตันต่อวัน

ไม่รู้ว่าอ่านแล้วจะเบื่อกันหรือเปล่านะคะ จริงๆ มีอีกเรื่องที่อยากจะเขียนให้อ่านแต่ยังไม่สามารถจริงๆ ค่ะ พอดีได้กาแฟบาหลีมาห่อนึงว่าจะชิมแล้วจะเขียนแต่ตอนนี้ยังไม่ได้เปิดซองชิมด้วยตัวเองเลยก็ยังไม่ได้เล่าให้ฟังเลยว่ารสชาติเป็นยังไง แต่สัญญาว่าลองชิมเมื่อไหร่จะมาเล่าให้ฟังแน่ๆ ค่ะ :)

Hot and Cold Coffee Mug Tells You What’s Up or Down

2 Jul

หายไปนาน (อีกแล้ว) คราาวนี้เอาแก้วกาแฟเก๋ๆ มาฝากอีกครั้งค่ะ คราวก่อนโน้นเคยแนะนำแก้วกาแฟแบบที่เมื่อโดนความร้อนแล้วลายที่รอบนอกจะเปลี่ยนไป กับเจ้าเมล็ดกาแฟที่ทำจากสแตนเลสช่วยเก็บความร้อนไว้ให้ มาคราวนี้ยังอยู่เกี่ยวเรื่องของอุณหภูมิในแก้วกาแฟมาแนะนำอีกครั้ง

สำหรับเจ้าแก้วกาแฟนี้จะบอกเราได้ว่ากาแฟที่เราชงพร้อมดื่มแก้วนี้เนี่ยร้อนหรือเย็น ถ้ากาแฟยังร้อนอยู่แก้วจะขึ้นเป็นพื้นสีขาวตัวหนังสือสีแดงว่า HOT แต่เมื่ออุณหภูมิเริ่มลดลงหรือเย็นขึ้น พื้นสีก็จะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นพื้นสีน้ำเงิน และถ้าเมื่อไหร่กาแฟในถ้วยเย็นชืดสนิทก็จะกลายเป็นพื้นสีน้ำเงินตัวหนังสือขาว ว่า COLD นั่นเองค่ะ เห็นแล้วอยากได้มากเลย เพราะความเก๋ของมันเนี่ยแหละค่ะ ถึงแม้ว่าจะเป็นคนดื่มกาแฟเย็นก็ตาม แหะๆ

ถ้าใครสนใจอยากได้สักใบก็สั่งซื้อที่เว็บนี้ล่ะกันนะคะ ราคาแค่ $14.99 เท่านั้นเอ๊ง (ทำเสียงสูงด้วย)

Cappuccino Tips

21 May

วันนี้มี Tips เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับกาแฟมาฝากอีกเช่นเคยค่า พอดีไปอ่านเจอมาจากนิตยสารเล่ม แต่ลืมไปแล้วว่าเล่มไหน >/\< เป็น Tips เกี่ยวกาแฟแบบคาปูชิโน่และเอสเพรสโซ่ค่ะ อย่างแรกเลย การที่เราตีนมให้ขึ้นฟองก่อนนำไปผสมกับกาแฟนั้นก็เพื่อให้นมมีรสชาติหอม หวาน นุ่มคล้ายกับครีม ซึ่งจะทำให้กาแฟมีรสชาติกลมกล่อมมากขึ้นนั่นเองค่ะ

สำหรับใครที่ชอบดื่มคาปูชิโน่ เคยสังเกตกันหรือเปล่าคะว่าแต่ละร้านสูตรคาปูชิโนนั้นแตกต่างกัน การใส่ฟองนมและนมก็มีสัดส่วนที่แตกต่างกัน ถ้าคาปูชิโนแก้วนั้นมีฟองนมมากกว่านม เค้าจะเรียกว่า Wet Cappuccino แต่ถ้าหากคาปูชิโนแก้วนั้นมีนมมากกว่าฟองนมเค้าเรียกว่า Dry Cappuccino ค่ะ

อีกเรื่องนึงที่อ่านเจอมาก็คือ Haf- Caf (ซึ่งเราก็ไม่ค่อยได้ยินกันบ่อยสักเท่าไหร่ ^^’ แต่ก็รู้ไว้ใช่ว่านะคะ Haf-Caf คือกาแฟเอสเพรสโซ่ 1 ช็อตกับกาแฟเอสเพรสโซ่แบบสกัดคาเฟอีนออกอีก 1 ช็อต ส่วน Decaf คือกาแฟที่ปราศจากคาเฟอีนโดยสิ้นเชิง (แอบนึกในใจว่าถ้าดื่มกาแฟแบบไม่มีคาเฟอีนมันก็ยังไงๆ อยู่เนอะคะ งั้นอย่ากินเลยดีกว่า คาเฟอีนและกลิ่นเป็นสเน่ห์อันดับแรกๆ ของกาแฟ ว่ามั้ยคะ) วันนี้ก็เอามาฝากเพียงเท่านี้นะคะ ถ้าหากไปเจอเรื่องอื่นอีกก็จะเก็บมาเล่าให้ฟังอีกค่ะ ^_^

Cool Your Coffee

12 May

เวลาที่เราชงกาแฟมาดื่มเนี่ย บางทีน้ำมันก็ร้อนจนเกินไป จนดื่มไม่ได้ เราก็ต้องวางทิ้งเอาไว้ให้กาแฟคลายความร้อนลงซักหน่อย พอค่อยๆ จิบสักพักกลายเป็นกาแฟเย็นอุณหภูมิปรกติซะแล้วทั้งที่เรายังดื่มกาแฟไม่หมดถ้วยเลย เชื่อว่าหลายคนคงเคยเจอกับเรื่องแบบนี้มาบ้าง แต่โดยส่วนตัวถ้าเป็นทรายก็จะชงแบบใส่น้ำร้อนก่อนเพื่อให้กาแฟมันพอละลายได้หลังจากนั้นก็ผสมน้ำอุณหภูมิปรกติมันก็ช่วยเรื่องคลายความร้อนได้อยู่นะคะ แต่มันจะไม่ดีตรงที่กลิ่นของกาแฟจะไม่เหลืออยู่ แล้วก็รสชาติไม่ได้ดีเท่าที่ควร

หลายวันก่อนไปเจอเรื่องนี้เข้าโดยบังเอิญค่ะ พอดีรับ Feeds ของเว็บไซต์นี้ไว้พอดี J Coffee Joulies คือชื่อของเจ้าเมล็ดกาแฟหน้าตาแปลกประหลาดนี้แหละ เจ้าตัวนี้ทำมาสแตนเลสเพื่อดูดความร้อนและคลายความร้อนโดยเฉพาะ เจ้าสิ่งนี้เค้าเอาไว้ใช้กับชาหรือกาแฟโดยเฉพาะค่ะ เมื่อเราชงกาแฟร้อนเสร็จแล้ว นำเอาเจ้า Coffee Julies นี้หย่อนลงไปในแก้ว เจ้า Coffee Joulies ก็จะดูดความร้อนจากกาแฟเก็บเอาไว้ ให้เหลืออุณหภูมิที่พอเหมาะ ที่เราจะสามารถดื่มได้ หลังจากนั้นเมื่อกาแฟที่เราค่อยๆ จิบเริ่มเย็นลงเจ้า Coffee Joulies อันนี้ก็จะเริ่มคลายความร้อนที่ดูดเอาไว้ออกมา ซึ่งนั่นก็จะช่วยคงความร้อนของกาแฟให้ยาวนานขึ้นนั่นเองค่ะ

เจ้า Coffee Joulies นี้น่าจะถูกใจคนชอบดื่มชา หรือ กาแฟร้อนอย่างมากนะคะ แต่ที่เมืองไทยน่าจะยังไม่มีนำเข้ามาขายนะคะ อาจจะต้องสั่งซื้อพิเศษหรือป่าวอันนี้ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ

Coffee Joulies

ที่มา : http://www.singleservecoffee.com/archives/036746.php?

Page 1 of 612345»...Last »
 

You need to log in to vote

The blog owner requires users to be logged in to be able to vote for this post.

Alternatively, if you do not have an account yet you can create one here.

Powered by Vote It Up