มุมมองความรัก
11 Dec
ขอบคุณ Fwd Mail ดีๆ ที่เพื่อนๆ ส่งมาให้อ่านเสมอๆ รูปภาพนี้ที่เห็นลายน้ำ จะมาจากเว็บไซต์ yenta4.com












11 Dec
ขอบคุณ Fwd Mail ดีๆ ที่เพื่อนๆ ส่งมาให้อ่านเสมอๆ รูปภาพนี้ที่เห็นลายน้ำ จะมาจากเว็บไซต์ yenta4.com












5 Aug
เมื่อกี้เพิ่งได้มีโอกาสอ่านหนังสือ The Luckiest Man in the World ของคุณบัณฑิต อึ้งรังษี อ่านจบแล้วชอบประโยคในหนังสือนี้อยู่หลายประโยคเหมือนกัน คุณบัณฑิต ทำให้ีรู้สึกว่า ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่เรา
การที่เราจะประสบความสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับเรา ถึงแม้ในกฎ 30 ข้อในหนังสือนั้นจะบอกว่าคนรอบข้างมีอิทธิพลที่จะช่วยให้เราประสบความสำเ้ร็จก็เถอะ แ่ต่อย่าลืมว่าการที่คนรอบข้างจะช่วยหรือผลักดันเราได้นั้น มันก็ต้องขึ้นอยู่กับการกระทำของเราที่มีต่อคนเหล่านั้น แล้วก็การกระทำของเราที่จะแสดงให้เขาเห็น การกระทำเหล่านี้ก็อาจจะหมายความความขยัน ความเพียรพยายาม
ประโยคที่อ่านแล้วชอบมากในหนังสือเล่มนี้คือ As a man thinks, he is. เขาจะเป็นอย่างที่เขาคิด คนเราจะเป็นอย่างไร มันขึ้นอยู่ทีความคิด น่าจะสอดคล้องกับเรื่องของกฎแห่งแรงดึงดูดได้
อย่างโดยปรกติแล้ว ตัวเองเวลาที่จะทำอะไร มักจะคิดเสมอว่าเราทำได้ เราสามารถทำได้ ถึงเราไม่เก่ง แต่เราเชื่อตัวเราเองว่าเราทำได้ เราก็จะสามารถทำได้ ถึงแม้จะเจอปัญหา เราก็จะรู้สึกว่าเราต้องพยายามหาทางออกให้กับมันจนได้ั อันนี้ถืือว่าเป็นผลพลอยได้จากคุณแม่ คุณแม่จะสอนเสมอตั้งแต่เด็ก ให้คิดเสมอว่าเราทำได้ เราทำได้ แล้วจะทำมันจนได้เอง ^ ^
อีกประโยคนึงที่ชอบมากเหมือนกันก็คือ ความโชคดี คือ วิธีการอธิบายความสำเร็จของผู้อื่น (ที่เราไม่ชอบ) ฌอง คอคโต ก่อนที่จะอ่านเจอประโยคนี้ในหน้าเกือบท้่ายของเล่มแล้ว ตอนหน้าแรกๆ ของหนังสือได้กล่าวไว้แ้ล้วว่า คนเรามักจะมองว่าคนที่ประสบความสำเร็จได้นั้นเขาโชคดี ส่วนการที่เราไม่ประสบความสำเร็จนั้นเราไม่โชคดีเท่าเค้า หรือโชคไม่ดีนั่นเอง
แต่จริงๆ แล้วมองว่ามันเป็นเหมือนการปลอบใจตัวเองให้ไม่คิดอะไรมาก แล้วก็เลยกลายเป็นว่า ช่างมันเถอะ เราไม่โชคดีเหมือนเค้าแล้วก็ปล่อยผ่านเลยไป ไม่ได้พยายามอะไรต่อ เลยกลายเป็นความโชคดี โชคไม่ดี พออ่านแล้วก็ อืม ก็ถูกของเขาเหมือนกัน อ่านจบแล้วรู้สึกว่าชอบสองประโยคนี้มาก เลยเอามาแบ่งปันให้อ่านกันค่ะ จริงๆ แ้ล้วการอธิบายของคำเหล่านี้มันก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วย ว่ามองมันว่าอย่างไร เพราะคนแต่ละคนก็มีที่มาที่ไป มีประสบการณ์ที่ต่างกัน การตีความหมาย หรือการนำเอาไปประยุกต์ใช้ก็อาจจะต่างกัน แต่ยังไงก็ขอให้นำไปประยุกต์ในทางที่ดีก็พอแล้วหล่ะค่ะ ^ ^
31 Jul
วันนี้อ่านเจอประโยคดีๆ มาหลายประโยคมากๆ เลยอยากเอามาแบ่งปันให้อ่านกัน เริ่มที่ประโยคแรก เป็นประโยคที่อ่านแ้ล้วสะดุดและชอบใจมากๆ
Don’t be like a dog! ความหมายในที่นี้หมายถึงว่า อย่าเฝ้ารอผู้ชายกลับคืนมา เหมือนหมาเฝ้ารอเจ้าของกลับบ้าน จริงๆ แล้วมองดีๆ มันก็มีทั้งด้านบวกด้านลบนะ อย่างโดยทั่วไป ก็จะบอกว่าสุนัขมันซื่อสัตย์ แต่ในมุมมองอีกมุมมองนึงของความซื่อสัตย์ มันก็ตีความออกมาเป็นแบบนี้ได้เหมือนกัน ทั้งหมดมันก็ขึ้นอยู่มุมมอง และเรื่องราวประสบการณ์ที่แต่ละคนผ่านมันมา ^ ^
“อย่าไปให้ความสำคัญกับใครบางคน เมื่อคุณเป็นแค่ทางเลือกของเขา สัมพันธภาพจะดีที่สุดเมื่อทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกันอย่างสมดุล”
“ไม่ต้องสาธยายเกี่ยวกับตัวคุณให้ใครฟังหรอก เพราะคนที่ชอบคุณ ยังไงเขาก็ชอบ แต่คนที่เกลียดคุณ ยังไงเขาก็ไม่เชื่อคุณหรอก”
“เรามักทำให้คนที่ใส่ใจเราต้องร้องไห้…แต่เรามักร้องไห้ให้กับคนที่ไม่เคยใส่ใจเรา”
” เวลาก็เหมือนสายน้ำ คุณไม่มีทางสัมผัสน้ำเดียวกันได้สองครั้งหรอก เพราะมันไหลผ่านไปแล้วมีความสุขกับทุกช่วงชีวิตของเราดีกว่า”
The blog owner requires users to be logged in to be able to vote for this post.
Alternatively, if you do not have an account yet you can create one here.
Powered by Vote It Up