Tag Archives: ปราย พันแสง

รักแรกพบ

8 Oct

อ่าน “เรื่องรักเบอร์ห้า” ของ ปราย พันแสง จบแล้วเกิดอาการหลงรัก และอยากจะ “รักแรกพบ” ตามไปด้วยเลย “รักแรกพบ” เป็นความรักที่ไม่ถึงกับสวยสดงดงามจนลืมไม่ลง และก็ไม่ถึงกับเป็นความรักที่ทำให้เราเจ็บปวดทรมานได้ อ่านๆ ไปแล้วนึกถึงอีกประโยคหนึ่งที่ ปราย พันแสง เคยเขียนไว้

“พบกัน ลืมกัน เรื่องราวธรรมดาสามัญบนโลกใบนี้”

“กับบางคนที่เรารักแรกพบ กลับจำอะไรที่เป็นเขาไม่ได้เลย รู้แต่ว่ามันสะดุดตา สะดุดใจ จับจิตจับใจจนละสายตาไม่ได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักอาทิตย์ 2 อาทิตย์ ความรู้สึกที่เคยมีก็จะกลับมาว่างเปล่าอีกครั้ง ผ่านมาพบกันหายหน้าหายตากันไป 1 ปี 2 ปี หรือมากกว่านั้น บางทีอาจได้กลับมาพบกันใหม่อีกครั้ง อาจจะจำกันได้หรือไม่ได้ก็ตาม แต่ความรู้สึกเดิมก็ไม่ได้กลับมาอีกแล้ว ผ่านมาแล้วผ่านไป ไม่ลืมแต่ก็ไม่ได้มีอิทธิพลต่อจิตใจและความรู้สึกได้เหมือนที่เคยเป็น”

นี่คงเป็นเสน่ห์ของ “รักแรกพบ” สินะ

“ความจริงแล้ว พวกคุณไม่ได้ปิ๊งกันครั้งแรกตรงแยกไฟแดงหรอก บางทีพวกคุณอาจจะเคยเจอกัน เคยเดินสวนกันเป็นล้านๆ ครั้งมาแล้วก็ได้” – Love at first sight วิสวาวา ซิมโบร์สกา

อ่านแล้วอยาก “รักแรกพบ” ตามทันทีเลย <3

A Crowd of Stars

16 Apr

ดาวชรา

หากมีใครคนหนึ่งรักคุณมาก
แต่คุณไม่ได้รักเขาเลย
คุณจะเคยนึกสักครั้งไหมว่า
เมื่อคุณแก่ชราไปแล้ว…คุณจะเสียดาย
หรือหวนหาความรักครั้งนี้บ้างหรือไม่
หววนหาความรักที่คุณเคยปฏิเสธไปเมื่อครั้งหนึ่ง?

W.B.Yeats ตั้งคำถามนี้และเขียนบทกวีบทนี้
ให้กับผู้หญิงคนหนึ่งที่เขารักหมดใจ
ทว่าเธอไม่เคยรักเขาเลย
สิ่งที่เขาทำได้ก็คือ..รักเธอ..
เขียนบทกวีถึงเธอ และอุทิศหนังสือให้เธอ – เท่านั้น
กระนั้น..เขายังเชื่อมั่นในความรักบริสุทธิ์ครั้งนี้
เขามั่นใจว่ารักของเขาดีพอ..
วันนี้เธอมองไม่เห็นคุณค่าของมัน
แต่วันหนึ่งเธออาจจะต้องนึกเสียดายหวนหา

รู้ไหม..
ความรักมักจะมีที่พำนักเหมาะสมของมันเองเสมอ
เช่น – ยามที่มีใครคนหนึ่งรักคุณมาก
แต่คุณไม่ได้รักเขาเลยนั้น
ความผิดหวังจะขับเคลื่อน
ความรักลอยขึ้นไปเหนือภูเขาสูง
แล้วซ่อนหน้าตัวเองไว้ในท่ามกลางพราวดาวเหล่านั้น

ทุกค่ำคืนดาวกระจายเกลื่อนฟ้า
ความรักหนหนึ่งยังคงซ่อนหน้าอยู่อย่างนั้น
ซ่อนรอให้ใครสักคนเสียดายหวนหา
ได้หวนตระหนักถึงคุณค่ามัน
ยามใครคนนั้นแก่ชรา!!

ในความเป้นจริง..คนแบบ..ดาวชรา..มีอยู่น้อย..แสนน้อย..เหลือเกิน

คนรัก เคยรัก ยังรัก (ดาว)
ปราย พันแสง

Passion Cafe’

26 Mar

ฉันรักความรัก แต่เกลียดความเป็นมนุษย์

ฉันคิดว่าความรักที่จริงแท้ เป็นความสุนทรีย์ เป็นความลึกซึ้ง เป็นความงามที่เหนือความงามทั้งปวง
เป็นความสวยงามที่สุด เท่าที่มนุษย์ทุกคนในโลกนี้จะมีโอกาสได้สัมผัสมันอย่างเท่าเทียมกัน

แต่คงมีมนุษย์ไม่มากนักที่มีโอกาสได้สัมผัสมันอย่างแท้จริง
และในจำนวนน้อยนั้น ก็คงมีไม่มากนัก ที่สามารถเก็บความงามของมันเอาไว้กับตัวได้ตลอดกาล

มนุษย์มีความเสื่อมทราม ความชุ่ย มีความเห็นแก่ตัว รักแท้จริงที่เคยลึกซึ้งดื่มด่ำ
ก็มักจะถูกปล่อยปละละเลย กลายเป็นความจืดชืดซังกะตาย

ร้ายกว่านั้นก็คือปล่อยให้ความรักจืดจางกลายเป็นความเลวร้าย เป็นความเกลียดชัง ขนาดเข่นฆ่าคนที่ตัวเองเคยรักก็เห็นมีอยู่บ่อยๆ

ฉันรักความรัก แต่ฉันคิดว่ามนุษย์ไม่เคยดีพอสำหรับความรัก
นั่นเป็นเพราะ มนุษย์ไม่เคยควบคุมสัญชาตญาณแห่งความชุ่ย หรือความเห็นแก่ตัวของตนได้เลย

มนุษย์ที่ว่ามาทั้งหมดนี้ก็ไม่ใช่ใคร
มันหมายถึงตัวฉันเองด้วยเหมือนกัน
แล้วคุณล่ะว่าไง!

Passion cafe’ : ความรักในปารีส

ปราย พันแสง

The Missing Piece

14 Sep

สวัสดีค่ะ วันนี้อาจจะแปลกสักเล็กน้อยนะคะ เพราะว่าไม่มีเรื่องเกี่ยวกับกาแฟใดๆ มาฝากค่ะ แต่รับรองว่ามีเรื่องดีๆ มาฝากแทนอย่างแน่นอน

dsc01027cq22

เวลาที่เรานั่งจิบกาแฟไป ถ้าจะให้ดี ก็ต้องมีหนังสือดีๆ ด้วยอีกสักเล่ม คงเข้ากั๊นเข้ากันนะคะ ดังนั้นวันนี้จะมาแนะนำหนังสือดีๆ หนึ่งเล่มให้ไปหาอ่านกันค่ะ เรื่อง The Missing Piece พอดีมีโอกาสได้อ่านหนังสือของคุณปราย พันแสงเรื่อง เรื่องรักใคร่ แล้วมีกล่าวถึงเรื่อง The Missing Piece ไว้ โดยที่คุณปรายได้เรียบเรียงออกมาอีกทีหนึ่ง เมื่อ่านครั้งแรกแล้วรู้สึกชอบจริงๆ บวกกับความน่ารักของตัวหนังสือด้วย เลยอยากให้คนอื่นๆ ได้อ่านเรื่องดีๆ และมุมองดีอย่างนี้บ้าง เลยมาแนะนำไว้ในนี้ค่ะ

ที่นำมานี้ก็เป็นเพียงบางส่วนของหนังสือ The Missing Piece ซึ่งได้นำมาจากคุณปรายพันแสงอีกที ยังไงก็คงต้องแอบขออนุญาต ณ ที่นี้แล้วกันนะคะ ^ ^

The Missing Piece
เจ้าวงกลมขี้เหงา เศร้าและตลกมาก เพลงที่เขาชอบร้องคล้ายๆ เพลง I Still Haven’t Found What I’m Looking For ของ U2 เนื้อเพลงเขามีอยู่ว่า “I’ve found my missin’ piece, So grease my knees and fleece my bees, I’ve found my…..” เหมือนจะสมรักเสียที แต่ความจริงเวลามันเริ่มร้องเพลงนี้ทีไรเจอแต่ “แห้ว” เสียมากกว่า

จะไม่แห้วได้อย่างไร เพราะบ่อยครั้งที่เจ้าวงกลมของเราบุ่มบ่ามไม่ดูตาม้าตาเรือ เห็นนี่ดูเข้าที ก็คิดว่า I’ve found my missin’piece ทึกทักเอาว่าได้เจอชิ้นส่วนที่ตัวเองกำลังตามหาอยู่ทุกที
ครั้งหนึ่งเจ้าวงกลมกลิ้งไปเจอชิ้นสี่เหลี่ยมชิ้นหนึ่ง ในสายตาของวงกลมแหว่งๆ อย่างมัน โลกนี้จะมีใครสวยงามเลิศเลอเพอร์เฟ็คต์เท่าชิ้นสี่เหลี่ยมอีกเล่า นี่คือ “คนที่ใช่” หรือ The Right Person ที่ฝันหามาตลอดชีวิตนี่นา….ปิ๊ง ! ปิ๊ง !

ชิ้นสี่เหลี่ยมเองก็มีใจให้เหมือนกัน

ความรักราบรื่น ทุกอย่างเหมือนจะไปได้สวยไม่มีปัญหา แต่ปรากฏว่าถึงตอนที่ทั้งสองชิ้นจะต้อง “เติมเต็ม” ซึ่งกันและกัน ปรากฏว่าชิ้นสี่เหลี่ยมไม่อาจเติมเต็มในรอยแหว่งของเจ้าวงกลมได้ ทั้งสองจึงต้องเลิกร้างแยกทางกันไป เหลือไว้แต่ความหลังที่งดงามและความเป็นเพื่อน (รูปทรงเลขาคณิต) ที่ดีต่อกันเท่านั้น

นอกจากมีชิ้นสี่เหลี่ยมเป็นแฟนเก่าแล้ว เจ้าวงกลมยังกลิ้งไปพบใครต่อใครอีกมากมาย บางรายที่ผ่านเข้ามาก็ “แหลมคม” ไปทั้งตัว แค่ทดลอง “เติมเต็ม” ก็ทิ่มทะลุเจ้าวงกลมจนเนื้อตัวเป็นแผลเหวอะหวะพรุนไปทั้งตัว จนเจ้าวงกลมร้องจ๊าก ต้องปล่อยไป ทางใครทางมัน แต่โชคดีหน่อยในตอนท้าย เจ้าวงกลมได้เจอชิ้นส่วนสามเหลี่ยมที่หายไปของตนเองจนได้ แม้เป็นการเจออย่างไม่ตั้งใจ แต่ทั้งสองก็ “เติมเต็ม” ให้กันและกันได้พอได้

The Missing Piece Meets the Big O
ภาคต่อ ในตอนท้ายเรื่องสามเหลี่ยม จึงต้องพยายามพลิกตัวกลิ้งเกลือกไปด้วยตัวเอง จนค่อยๆ กลมเกลี้ยงกลายเป็นวงกลมที่กลิ้งได้เอง จึงไม่ต้องค้นควานหาชิ้นส่วนอื่นมาเติมเต็มให้ตัวเองอีกต่อไป

แก่นสารของหนังสือเล่มนี้สื่อถึงความสัมพันธ์ในอุดมคติ “ไม่มีความสัมพันธ์ใดตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้ทั้งหมด”

เพราะทุกคนอยากอยู่ให้ได้ด้วยตนเอง อยากมีความสุขด้วยตนเอง ไม่มีใครอยากร้อนรุ่มดิ้นรนค้นหาความสุขจากคนอื่นหรือที่อื่นกันหรอก

เพราะนั่นมันเป็นความสุขชั่วคราว ควบคุมไม่ได้และพร้อมจะปลิวไปจากเราได้ทุกเมื่อ

เชื่อว่าทุกคนเจ้าใจเรื่องนี้ดี แม้จะเข้าใจสัจธรรมนี้ดี แต่ก็ยังเชื่อลึกๆ ว่าในตัวเราหลายคนยอมเป็น “วงกลม แหว่งติงต๊อง” ที่กลิ้งโค่โร่โสตายเฝ้าตามล่าหาชิ้นส่วนที่ต้องการ มากกว่าจะเป็นสามเหลี่ยมเก่งกล้า ที่พลิกตัวแล้วพลิกตัวเล่าอย่างแกร่งกล้ามั่นคง

จนกลายเป็นวงกลมเองได้ในที่สุด

เพราะฉันก็อยากเป็นวงกลม แหง่งติงต๊องเหมือนกัน

อ่านมาถึงขนาดนี้แล้ว ก็ทำให้รู้สึกอยากไปหาหนังสือเรื่อง The Missing Piece นี้มาอ่านต่อทั้งเล่มจริงๆ นะคะ หนังสือหนึ่งเล่ม กาแฟหนึ่งแก้ว แค่นี้ก็ทำให้เรามีความสุขอยู่ในมุม ในโลกของเราเนอะคะ ^ ^

ขอให้มีความสุขในทุกๆ วันค่ะ ^ ^

Impossible is nothing

3 Aug

เราเป็น..ได้มากกว่าที่..เราเป็น
บางสิ่ง บางอย่าง บางคน
มีอิทธิพลต่อบางสิ่ง บางอย่าง บางคนอยู่เสมอ
ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่

ใครบางคนผ่านเข้ามา อาจทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนไป
เป็นราชสีห์มาตลอดชีวิต อาจจะกลายเป็นลูกหมาตัวเล็กๆ
ไปในทันที เมื่อสบตาใครบางคนเข้า
ชั่วชีวิตหนึ่งของคนเรา คงได้ผ่านพบผู้คนมากมาย
ได้พูดคุยกับใครบางคนทุกวัน โดยที่เราไม่รู้จักแม้แต่น้อย
ยิ้มให้กันทุกครั้งที่เดินสวนทาง แต่เราไม่เคยเห็นกันในดวงตา

บางคนเดินมาพร้อมเรา แต่เมื่อเขาหยุด
เราก็จำต้องเดินล่วงหน้าไป
หรือวันใตเราเดินสะดุดหยุดไป ก็ไม่น่าแปลกใจ
หากจะมีใครต่อใคร เดินแซงหน้าเราขึ้นไปบ้าง

ในท่ามกลางผู้คนสับสนบนโลกเรานี้
มันจึงดีแค่ไหน มหัศจรรย์แค่ไหน
หากมีใครคนหนึ่งเดินฝ่าผู้คนเหล่านั้น
มาหยุดอยู่ตรงหน้า เพื่อให้คุณรักเขาได้
การรักในสิ่งที่ควรรักเป็นธรรมชาติ
แต่เมื่อใดที่เราต้องเผื่อใจ ต้องเปิดกว้าง
ต้องรักในสิ่งที่เราไม่รัก เพราะสิ่งนั้นมันอยู่ในตัวใครคนนั้น

ณ ช่วงเวลานาทีนั้น คือช่วงเวลานาทีอันยิ่งใหญ่
เป็นความมหัศจรรย์ของชีวิต
ที่เราต้องให้เกียรติน้อมคำนับรับมันไว้

ขอบคุณใครบางคนที่ผ่านเข้ามา เพื่อทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนไป
ใครคนที่ทำให้เราก้าวออกจากตัวตนของตนไปไกล
ทำให้เราได้เป็น เกินกว่าที่เราเคยเป็นได้!!!!

Form : ฉันเกลียดเธอ ฉันรักเธอ ชีวิต

ปราย พันแสง

รักเธอ กอดคนอื่น

13 Jul

รักเธอ กอดคนอื่น

มนุษย์เราอาจจะเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวในโลก
ที่หาเหตุผลมารองรับการกระทำของตนเองได้เก่งที่สุด
ไม่ใช่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดอย่างแน่นอน
เพราะบางอย่าง เรารู้ดีว่าทำมันแล้ว “รอดยาก”
แต่ก็ยังอยากทำ อยากได้มา

วอลเลช สตีเว่นส์มหากวีชาวอเมริกัน
เรียกมันว่า “การค้นหาที่พึ่งพาของหัวใจ”
ยังผลให้บางคนเล่นเสก็ต บางคนหวีผม บางคนเต้นรำ
สุขสำราญในการทำในสิ่งต่างๆ กันไป

แต่ในบางครั้งคราวชีวิตของคนเราก็ยุ่งยาก
ผู้หญิงคนที่ชอบเต้นรำอาจจะต้องลำบากลำบน
ไปหัดเล่นเสก็ตกับเขาบ้างก็ได้
หากว่ามันทำให้เธออยู่บนโลกนี้ได้อย่างเบิกบานสำราญใจกว่า
อาจไม่เลวร้ายอะไร หากเธอได้ค้นพบสิ้งใหม่
ว่านอกลานเต้นรำออกไป
โลกเรามีที่พึ่งพาของหัวใจซุกซ่อนอยู่อีกมากมาย

เมือรักใครคนหนึ่ง จึงไม่สำคัญเลยว่า เราจะได้กอดกันหรือไม่
ความรักบางอย่างในชีวิตคนเรา เอื้อมไม่ถึง สัมผัสไม่ได้ เหมาะสำหรับ..เอาไว้มองดู
ไว้ชื่นชมไกลๆ ดวงไฟประภาคาร สวยล้ำค่ายามที่เราล่องเรืออยู่ในทะเลลึกจนหาทางกลับไม่ได้
แต่เราจ้องดูดวงไฟเพียงให้รู้ว่า ควรเดินหน้าไปทิศทางใด
ใช่ว่าเราจะต้องเบนหัวเรือ เพื่อมุ่งไปจอดเทียบท่าหน้าประภาคารเสียเมื่อไหร่

ได้รักเธอ..ประภาคารก็สวยดี
คนที่ฉันกอดได้  ก็ทำให้รู้ว่า โลกนี้สดชื่นสว่างไสว
อย่าสนใจเลยนะคนดี …
ว่ารักเธอแล้วฉันคนนี้จะได้กอดใคร แค่เชื่อว่าฉันคนนี้รักเธอตลอดไป..เพียงพอแล้ว

ฉันรักเธอ .. ฉันเกลียดเธอ .. ชีวิต
ปราย พันแสง

 

You need to log in to vote

The blog owner requires users to be logged in to be able to vote for this post.

Alternatively, if you do not have an account yet you can create one here.

Powered by Vote It Up