Tag Archives: ร้านกาแฟ

ณ เชียงราย (วันสุดท้าย)

4 Oct

วันที่ 3 เที่ยววันสุดท้ายที่เชียงราย วันนี้ชิลแบบสุดๆ เพราะไม่มีแผนอะไรเลย อิอิ เริ่มตอนเช้าด้วยการว่ายน้ำที่โรงแรม ทานอาหารเช้าพักผ่อนนั่งอ่านหนังสือนิดๆ หน่อยๆ ทุกครั้งที่ไปเที่ยวต่างจังหวัดมักจะต้องเอาหนังสือของ ปราย พันแสงติดตัวไปเสมอ เปลี่ยนเล่มไปเรื่อยๆ คราวนี้เอาเรื่องรักใครไปอ่าน เจอประโยคนึงที่ ศุ บุญเลี้ยงเขียนไว้ให้  “ทุกวันนี้เรามีคนโดดเด่นอยู่มากมาย แต่แห้งแล้งความรู้สึกและขาดแคลนความจริงใจ” อ่านไปได้นิดๆ หน่อยก็ check out ออก

ร้านกาแฟดอยช้าง

แล้วไปนั่งร้านกาแฟที่ร้านดอยช้าง แป๊บนึง อ่านหนังสือต่อ กินกาแฟอีกนิด สั่งกาแฟดอยช้างมาชิม แปลกใจที่มาเที่ยวรอบนี้ไม่มีกาแฟถูกใจเลยสักร้าน 555 นั่งสักพักเราก็ไปหาข้าวกินกันแล้วก็ไปซื้อของฝากที่ร้านสุจินต์ ไส้อั่วกับน้ำพริกอร่อยค่ะ

วัดร่องขุ่่น

เสร็จแล้วก็ไปเที่ยววัดร่องขุ่นต่อค่ะ มาถึงเชียงรายไม่ไปไม่ได้ค่ะ วัดร่องขุ่นสวยมากมีความอ่อนช้อยกว่าจะทำออกมาได้ขนาดนี้นับถือมากๆ ค่ะ ต้องใช้เวลา ความประณีตมากๆ จริงๆ และด้วยความที่ใส่กางเกงขาสั้นไปเลยต้องนุ่งผ้ายาวเพื่อความเรียบร้อย คราวนี้เลยได้กลายร่างเป็นแม่หญิงจริงๆ ไปเลยค่ะ 555 เดินชมวัดแล้วเข้าไปชมงานเขียนของอ.เฉลิมชัย แล้วแบบว่าขนลุกมากๆ ขนลุกจริงๆ งานเขียนทุกงานมีความสวยงาม ที่สำคัญมีมิติ รู้สึกว่า อ.เป็นคนที่ใช้สีน้ำเงินและสีฟ้าได้สวยมากนะ เดินดูไปขนลุกไป สุดยอดจริงๆ ค่ะ ไว้คราวหน้าจะถ่ายรูปโปสการ์ดรูปที่ซื้อมาให้ดูค่ะ เราเห็นว่าที่วัดนี้จะมีตู้เก็บของด้วย แต่เป็นของที่นักท่องเที่ยวลืมวางทิ้งไว้นะ ก็จะเก็บมารวมๆ ไว้ในตู้ดีเหมือนกันนะ ชอบการได้เดินดูงานศิลปะแบบนี้มันทำให้เราหลุดไปอีกโลกนึง ได้สัมผัสกับความคิดความรู้สึกของงานศิลปะ ได้หยุดนิ่ง ได้สัมผัสกับสิ่งที่เราไม่สามารถจับต้องมันได้ ทำให้หัวใจเราหยุดวุ่นวายอยู่นิ่งๆ ได้คิดได้จินตนาการ รู้สึกเต็มและอิ่มกับงานศิลปะจริงๆ :)

ถนนคนม่วน (ถนนคนเดินวันอาทิตย์)

เสร็จแล้วเราก็มาเดินเล่นกันที่ถนนคนม่วน เป็นถนนคนเดินวันอาทิตย์อีกสายหนึ่งค่ะ ของขายก็คล้ายๆ กับถนนคนเดินวันเสาร์เลย แต่วันนี้เพลียมากเลยเดินได้ไม่มากเท่าไหร่ นักพักทานโน่นนี่ไปรอคุณหนึ่ง (ผู้มีอุปการคุณ 555)มารับเราไปส่งสนามบินกลับกรุงเทพ ระหว่างทางแอบสงสัยเหมือนกันว่า ทำไมถนนเส้นที่มุ่งหน้าไปสนามบินถึงได้เงียบ และมืดจัง มันควรจะเป็นถนนสายหลักที่สว่างสิเพราะมันเป็นทางไปสนามบิน นักท่องเที่ยวก็เยอะนะ แอบสงสัยนิดนึง อย่างหนึ่งที่ชอบภาคเหนือไม่ว่าจะเป็นเชียงราย หรือ เชียงใหม่ก็ตาม เรารู้สึกว่าคนที่นั่นเค้าใจดี ใจเย็น ยิ้มแย้ม มีน้ำใจให้กับคนอื่นมาก ไม่ขี้เหวี่ยงไม่ขี้หงุดหงิดเหมือนคนในเมืองอ่ะ ชอบมาก

ความรู้สึกหนึ่งที่เกิดขึ้นทุกครั้งหลังจากไปเหนือไม่ว่าจะเชียงรายหรือเชียงใหม่คืออาการคลุ้มคลั่งอยากไปอยู่ที่โน่นทุกครั้ง ไปทำงานไปอยู่มีบ้านอยู่ที่โน่นก็ได้นะ มันชอบอย่างบอกไม่ถูกเลย เป็นความรู้สึกที่ติดค้างมาตลอดและเป็นทุกครั้งที่ได้ไปเหนือ กลับมาจะคลุ้มคลั่งหนักหน่อย บ่นเยอะหน่อยว่าอยากไปอยู่ พอเวลาผ่านไปความรู้สึกนี้ก็ยังอยู่อยู่ดี มันไม่เคยหายไปจากความรู้สึกเลยนะ ไอการอยากไปอยู่เหนือเนี่ย สักวันมั้ย จะมีสักวันมั้ยที่ได้ไปอยู่ เดี๋ยวเดือน 11 จะไปเชียงใหม่อีก สงสัยจะได้คลุ้มคลั่งกับความรู้สึกนี้ตายแน่ๆ 555 จบแล้วจ้าเที่ยว 3 วันแบบไม่แพลนอะไรเท่าไหร่ ชิลกันเหลือเกิน 555

ณ เชียงราย (ภาคต่อ)

2 Oct

บ้านดำ

วันที่ 2 มาแล้วจ้า วันนี้เราจะช็อปๆๆๆ กันทั้งวันเลย อิอิ วันนี้เราเช่ารถในราคาที่ถูกมากกก รถเก๋ง Hyndai แอร์เย็นเจี๊ยบลุงคนขับใจดีในราคา 1300 พร้อมคนขับรถและน้ำมัน (แต่สุดท้ายก็เพิ่มให้ล่ะเพราะอยู่ดึก) เริ่มเที่ยวที่แรกด้วยบ้านดำของอ.ถวัลย์ ดัชนี ที่เน้นโทนสีดำ และบ่งบอกเตือนสติเราได้มากพอสมควรนะ

สักวันหนึ่งเราก็ต้องละสิ่งที่เป็นตัวเราออกไป ไม่เหลืออะไรที่บอกได้ว่า “เป็นของเรา” เพราะไม่เคยมีอะไรที่เป็นของเราอย่างแท้จริง

Parabola Coffee Shop

ระหว่างทางที่จะไปดอยตุงมีร้านกาแฟร้านนีงที่มีคนแนะนำมาว่าต้องแวะคือร้าน Parabola ตกแต่งร้านน่ารักดีเหมือนกัน แต่ในความรู้สึกเหมือนยังแต่งได้ไม่สุดอ่ะ 555 มันน่าจะเก๋ได้มากกว่านี้ เลยไปลองกาแฟซะหน่อยสั่ง Parabola Ice coffee รสขาติกาแฟก็ไม่ได้น่าเกลียดแต่ก็ไม่ได้ประทับใจ สรุปคือเฉยๆ อ่ะ 555 มันธรรมดามากจริงๆ นะ คล้ายๆ Black Canyon แต่อ่อนกว่า หวานน้อยกว่า สำหรับคนอื่นอาจจะชอบก็ได้นะแต่สำหรับเราเฉยๆ อ่ะ

พระตำหนักดอยตุง

เสร็จแล้วก็มุ่งหน้าไปเที่ยวที่พระตำหนักดอยตุงต่อ ที่นี่อากาศดีมาก ได้เข้าใจและรู้สึกถึงการมาสูดอากาศบริสุทธิ์อย่างเต็มปอดจริงๆ สำหรับค่าเข้าชมที่พระตำหนักดอยตุงจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนของสวน ส่วนของพระตำหนัก อีกส่วน(จำไม่ได้ แหะๆ) แต่ด้วยความที่เดี๋ยวเรากลัวจะมีเวลาไปเดินแม่สายไม่พอเลยเลือกเข้าที่สวนดอกไม้อย่างเดียว แค่สวนดอกไม้ก็เดินถ่ายรูปๆ นานแล้วล่ะ เดินๆ ไปก็คิดว่าอืม ถ้ามาหน้าหนาวบรรยากาศคงดีมากๆ นี่ขนาดมาหน้าฝนยังดีเลย เดินถ่ายรูปไปมาแล้วก็แวะไปนั่งกินมาม่ากับเครื่องดื่มที่ร้านดอยตุง คราวนี้คงสั่งกาแฟไม่ไหวล่ะ ตั้งแต่เช้าถึงเที่ยงจัดกาแฟไปแล้ว 2 เลยขอผ่าน สั่งชาไทยนมมาลองกินดู ไม่ค่อยประทับใจอีกเหมือนกัน เพราะมันหวานมากๆ เกินไป แต่บรรยากาศดี และพนักงานก็บริการได้อย่างน่ารัก เสร็จแล้วมุ่งหน้าไปแม่สายกันต่อนะคะ

แม่สาย

มาถึงแม่สายก็ต้องข้ามไปฝั่งพม่า ก่อนข้ามไปต้องไปทำหนังสือขอผ่านราคา 30 บาท เสร็จแล้วก็เอาไปยื่นขอผ่านทางไปพม่า เสียให้พม่าอีก 10 บาท ลุงคนขับบอกว่าถ้าเป็นคนไทยให้ไปขอหนังสือชั่วคราวแบบนี้ดีกว่าเพราะมันจะถูกกว่า แต่ถ้าใช้เป็น Passport จะเสียค่าผ่านทางในราคาต่างชาติก็เป็นร้อยอ่ะค่า น่าเสียดายอยู่อย่างนึงพอไปถึงแล้วฝนดันตก ถ้าไม่ตกคงเดินได้สนุกกว่านี้ ข้ามฝั่งไปแล้วไม่ชอบที่คนพม่ามาขายของยื่นนั่นนี่ให้ ชวนนั่งรถแบบตามตัว ติดตัว ไม่ชอบเลย ผู้หญิงก็ระวังกันหน่อยนะคะ ถ้าใครจะซื้อของก็อปแบรนด์เนมก็แนะนำว่าให้เดินดูหลายๆ ร้านก่อน เพราะยิ่งเดินเข้าไปไกลราคายิ่งถูกและต่อได้เยอะกว่าร้านหน้าๆ แล้วก็ CD, MP3 ที่นี่ถูกมาก MP3 แผ่นละ 10 บาท หนังก็ถูก CD เพลงก็ถูก ก่อนจะจ่ายเงินก็ลองให้ร้านเค้าลองเล่นแผ่นให้ก่อนก็ได้จะได้รู้ว่าแผ่นเสียหรือเปล่านะคะ

ถนนคนเดินเชียงราย

จบจากการเดินช็อปปิ้งไปเดินข็อปกันต่อที่ถนนคนเดินนะคะ ที่นี่เสื้อผ้าขายเยอะมาก สไตล์ก็เหมือนกรุงเทพเลย ก็แบ่งเหมือนเป็นโซนๆ เลย โซนอาหารก็อาหารยาวไป ของเล่นของฝากก็ยาวไป เสื้อผ้าแฟชั่นก็ยาวไปอะไรทำนองนั้นค่ะ ที่นี่ก็ได้แต่ของฝากกับกินจ้า อาหารแปลกๆ ที่ชอบก็ข้าวแรมฟืนเป็นอาหารของพม่ามีแป้งแบบเส้นกับก้อน เราว่าแบบเส้นอร่อยกว่าน้ำปรุงเครื่องเทศเข้ากว่า จะมีกลิ่นของเครื่องเทศพวกตะไคร้ออกเปรี้ยวเผ็ดนิดๆ แปลกๆ และก็อร่อยดีเหมือนกัน ถ้าใครไปก็ลองชิมดูนะคะ จบแล้วจ้าวันที่ 2

กาแฟลาว(ไสตล์อินเตอร์)

8 Dec

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อกาแฟลาวกันมาบ้างนะคะ ตอนแรกก็หวังว่าถ้ามีโอกาสไปเที่ยวที่ลาวก็จะขอลองชิมกาแฟลาวกับเค้าสักครั้ง แต่ตอนนี้อยู่กรุงเทพก็ได้ชิมกาแฟลาวแล้วค่า แต่มันจะลาวจริงลาวเก๊หรือเปล่าก็ไม่รู้นะ 555 แล้วที่บอกว่ากาแฟลาว(อินเตอร์) ก็เพราะว่าเป็นเมล็ดกาแฟพันธุ์ลาว แต่สูตรผสมแบบฝรั่ง หรือพวกกาแฟสดนั่นเองค่า

สำหรับกาแฟลาวที่ไปลองมาวันนี้ ไปเจอเป็นร้านแผงอยู่ที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้าค่ะ เห็นแว่บแรกแล้วรู้สึกว่าอยากลองทันทีเลย คนขายบอกว่ากาแฟลาวจะเข้มข้นหน่อย คล้ายๆ กับกาแฟโบราณแต่มันจะข้นเท่านะคะ คนขายน่ารักมาก เค้าคงรู้ว่าเราคงไม่รู้จักแล้วก็ไม่รู้จะสั่งแบบไหนดี ก็เลยถามว่าชอบแบบไหนข้นมากข้นน้อย หวานมันมั้ย สรุปสุดท้ายเลยได้ออกมาเป็นลาเต้ลาวค่ะ

สูตรการชงก็เหมือนชงกาแฟสดทั่วไป เพียงแต่ใช้เมล็ดกาแฟของลาวแทนเท่านั้นเอง ส่วนรสชาติก็เข้ม และข้น จริงๆ ทรายว่ามันรสชาติมันอยู่กึ่งกลางระหว่างกาแฟโบราณกับกาแฟสดสมัยใหม่นะ เข้ม ข้นแต่ไม่เท่ากาแฟโบราณแต่ก็ไม่จาง ไม่ใสเท่ากาแฟสด อร่อยดีเหมือนกัน ถ้าใครยังไม่เคยทานแนะนำว่า ถ้ามีโอกาสลองสักครั้งนะ อ้อร้านกาแฟลาวที่ว่านี้อยู่ที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้าชั้น 5 ร้านอยู่ตรงข้ามกับบาร์บีคิว พลาซ่าค่ะ ถ้าใครอยู่ใกล้รองดูนะคะ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน ^ ^

ร้านเค้กอร่อย Love at First Bite

13 Nov

มาอัพเดทร้านกาแฟ และร้านเค้กอร่อยๆ ตามสัญญาค่า คราวนี้พาไปไกลถึง จ.เชียงใหม่กันเลยทีเดียว ร้านเค้กอร่อย Love at First Bite ร้านนี้อยู่ในซอยเล็กๆ ค่อนข้างหายาก อีกอย่างถ้าใครที่ไปเที่ยวแบบไม่มีรถยนต์ไปด้วยบอกเลยว่าค่อนข้างจะเดินทางลำบากนิดนึง ขนาดตอนไปมีรถพี่ที่รู้จักพาไปยังหลงทางกันไป 1 รอบเลย – -’ แต่ถ้าไปแบบไม่มีรถจริงๆ ลองเช่ารถสองแถวหรือรถแดงให้พาไปก็ได้ค่ะ

ร้านนี้ตั้งอยู่ซอยหลังโรงเรียนเชียงใหม่คริสเตียน ใกล้สะพานนวรัฐ แนะนำว่าอย่าลืมปริ้นท์แผนที่ หรือดูแผนที่มาให้ดีก่อนให้รถแดงพาไปด้วยนะคะ สำหรับคนรักเค้กและกาแฟ อย่าเพิ่งท้อใจ เพราะบอกได้คำเดียวว่าคุ้มค่ากับการเดินทางลำบากแน่นอน เพราะที่นี่เค้ามีชื่อมากๆ เรื่องเค้กอร่อย มีคนมาทานเยอะมากๆ ถึงกับต้องต่อแถวกันเลยทีเดียว

เมื่อไปถึงที่ร้านถึงกับตกใจเพราะว่าคนแน่นร้านมากๆ ที่นั่งจะแบ่งเป็น 2 ส่วนส่วนที่เป็นห้องแอร์ กับ open air ใต้ร่มไม้ ที่ร้านนี้มีต้นไม้เยอะมาก ดูร่มรื่นดีค่ะ แต่คงเป็นเพราะวันที่ไปเป็นวันอาทิตย์คนเลยเยอะไปนิดนึง ไปถึงก็เริ่มสั่งด้วยของหนักก่อนเลยคือมักกะโรนีชีส ตามด้วยพายไก่ รสชาติอร่อยดีค่ะแต่ก็ยังไม่ได้รู้สึกว่าอร่อยเทพจนลืมไม่ลง

มักกะโรนีชีส

พายไก่

ตามด้วยกาแฟ ใจจริงแล้วทรายอยากสั่งคาปูชิโน่มากเลยนะ แต่ด้วยความรู้สึกที่ว่าเมื่อเรามาร้านกาแฟหรือร้านเค้กข้างนอกแล้ว มันต้องลองกาแฟแปลกๆ ที่เป็นจุดเด่นของร้านที่ที่อื่นไม่มีสิ เพื่อลองของแปลกของใหม่ คาปูชิโน่ที่เราชอบน่ะสั่งที่ไหนเมื่อไหร่ก็มี เพราะฉะนั้นด้วยความลองของเลยสั่ง White Chocolate Raspbery Latte ดื่มเข้าไปคำแรก สัมผัสถึงกลิ่นหอมของ Raspberry ก่อนเลย แล้วกลิ่นของกาแฟจึงตามมาแค่จางๆ อ่อนๆ เท่านั้นเอง รสกาแฟค่อนข้างจืดมาก ไม่หวาน ไม่ขม เน้นกลิ่นหอมของ Raspberry มากกว่า เพราะฉะนั้นถ้าใครเป็นคอกาแฟแนะนำว่ากลับไปดื่มพวก Latte, Cappucino หรือ Espresso เหมือนเดิมดีแล้วค่ะ 55

White Chocolate Raspberry Latte

มาต่อกันที่ไฮไลท์อย่างขนมเค้กกันดีกว่า วันนั้นเราสั่ง บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก, Tiramisu และที่เป็นไฮไลท์ที่สุดของวันนั้นคือ Volcano Cake อันนี้นี่ทานเข้าไปแล้วแบบอร่อยเทพ พอเค้กนุ่มๆ พร้อมกับชอคโกแลตอุ่นๆ ไม่หวาน ไม่ขมจนเกินไปเข้าปากปุ๊บแล้วอื้อหือ ล่องลอย หลับตาพริ้มกันเลยทีเดียว เป็นที่ฮือฮาในโต๊ะมาก – -’ ทุกคนลงความเห็นว่า Volcano Cake ถ้วยนี้อร่อยที่สุด อร่อยเทพๆ จริง อิอิ Volcano Cake คล้ายๆ กับชอคลาวา ของ After You เลย เพียงแต่ว่าหน้าตาชอคโกแลตมันไม่ได้ไหลเยิ้ม แต่ทรายว่า volcano cake อร่อยกว่าอ่ะ เพราะว่าชอคโกแลตกำลังหวานและขมพอดี ของ After You ทรายว่าชอคโกแลตมันขมแล้วก็เหม็นเหมือนกลิ่นไหม้มากไปหน่อยนะ

Volcano Cake

Tiramisu

วันนั้นแค่ได้ Volcano cake เข้าไปถ้วยนึงนี่รู้สึกล่องลอย มีความสุขไปทั้งวันเลย อิอิ รู้สึกไม่ผิดหวังเลยจริงๆ ที่อุตส่าห์ตามหาร้านนี้จนเจอให้ได้ ถ้าใครไปเชียงใหม่แล้วชอบทานเค้ก อย่าลืมแวะไปร้านนี้นะคะ แนะนำจริงๆ

จริงๆ แล้วมีร้านกาแฟอีกร้านนึงที่ตั้งใจว่าจะไปนั่งคือร้านกาแฟ(โ)สด ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เค้าบอกว่าถ้าใครโสดแล้วมานั่งร้านนี้ จะเลิกโสด ก็เลยว่าจะไปลองดูซะหน่อยว่าจริงหรือเปล่า อิอิ แต่ไปตามหาแล้ว น้องๆ เค้าบอกว่าร้านย้ายไปแล้ว และก็ไม่รู้ด้วยว่าย้ายไปตรงไหน เสียดายมากๆ เลยอดทดสอบเลย 55 คราวนี้อัพเดทร้านเค้ก กาแฟให้ก่อน คราวหน้าจะพาไปเที่ยวเชียงใหม่ ที่ๆ ไปมานะคะ ^_^

Coffee Cup Design

11 Nov

ไปเจอเว็บที่รวบรวมแก้วกาแฟเก๋ๆ มาค่ะ เลยเก็บมาฝากให้ชมกัน เห็นแล้วอยากได้สักใบสองใบจริงๆ :) วันนี้ดูแก้วกาแฟเก๋ๆ กันไปก่อน คราวหน้าจะอัพเดทร้านกาแฟพร้อมกับเค้กหน้าตาสะสวยแถมอร่อยเทพๆ ให้ได้ดูกัน ขอเวลาเขียนอีกสักวันสองวันนะคะ แล้วจะมาอัพเดทให้ดูกัน :)

Source : http://www.youthedesigner.com/2010/11/10/30-delicious-coffee-cup-design-examples-to-perk-you-up/

Sometime’s เวลา+มนต์ตรา

25 Sep

วันนี้ได้ไปร้าน Sometime’s มาค่ะ ต้องบอกก่อนเลยว่าตั้งใจไปมากๆ เพราะบ้านเราอยู่ฝั่งธนฯ ตั้งใจเดินทางไปถึงร้าน พอไปถึงแล้วต้องบอกเลยว่าร้านสวยมากจริงๆ มีหลายมุมให้เลือกนั่ง ตกแต่งร้านได้อย่างสวยงามมาก แต่รู้มั้ยคะว่าสิ่งที่ขาดไปของร้านคืออะไร “ความเป็นมิตร”

แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือสิ่งที่เราได้กลับมาคือ เสียความรู้สึกมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เราสั่งกาแฟไปโดยในเมนูเล่มที่ได้นั้นบอกว่าราคา 100 บาท เราก็เลยสั่งไป พอเช็คบิลมากลับระบุว่า 140 บาท อ้าว เราก็เดินไปถามพนักงานสิคะ พนักงานถามว่าแล้วที่ได้ตรงกับรูปที่สั่งหรือเปล่า ขอโทษนะคะ ไม่ใช่คนทำจะรู้มั้ยคะว่าสั่งแล้วมันออกมาหน้าตาเป้นยังไง

ที่แย่กว่านั้นคือ พนักงานบอกว่าดูตามเมนูที่หน้าร้านเท่ากันมั้ย ขอโทษตอนเราสั่งสั่งจากเมนูไม่ได้ยืนสั่งหน้าร้านนะ ถ้าจะยึดก้ควรยึดตามเมนู เราเลยบอกว่างั้นเอาเมนูมาสิคะว่าราคาเท่าไหร่ พอได้เมนูมาเปิดมาปรากฏว่าเป้น 140 บาทค่ะ แต่่ เป้นการเขียนด้วยลายมือว่า 140 บนสติกเกอร์สีขาวแล้วแปะทับราคาเดิม ตามความเข้าใจคิดว่าคงมีการปรับราคาใหม่

แสดงว่าเมนู 2 เล่มที่เราเห้นนั้นราคาไม่ตรงกัน แล้วเราควรทำไงคะ เราผิดไหมที่ได้เมนูเล่มที่ไม่มีการปรับปรุง แล้วพนักงานก้ถามเราว่า “แล้วคุณจะจ่ายมั้ยคะ” ขอโทษนะคะ พนักงานพูดเช่นนี้ โดยที่ไม่มีความรู้สึกผิดเลย ไม่มีการพิสูจน์ด้วยว่ามีเมนูอีกเล่มที่เป้นราคา 100 บาทจริงๆ และพูดจาแบบไม่มีความรับผิดชอบเลยด้วย ในอารมณ์นั้นพูดจาเหมือนดูถูกลูกค้ามากกกกกก

เราไม่ได้อะไรกับเงินแค่ 40 บาท แต่นี่ความรู้สึกของลูกค้า “เสียความรู้สึก และ โกรธมากกกกกกกกก” ที่พนักงานพูดจาอย่างนี้ ยังไงก็ฝากด้วยนะคะ เราบอกกับตัวเองว่าจะไม่ไปเหยียบร้านนี้อีกเลย ทั้งที่นัดกับพี่อีกคนแล้วว่าคราวหน้าจะไปร้านนี้อีก เราอาจเป้นลูกค้าที่ไม่ประจำและก็คงไม่สำคัญต่อร้านมากมายอะไร แต่อย่างน้อยนี่คือคนรับบริการคนหนึ่งที่มีความรู้สึก

De Sky cafe and Cuisine

14 Aug

วันหยุดยาวทั้งทีจะนอนอยู่บ้านเฉยๆ ก็กระไรอยู่เนอะคะ พอดีกับพี่ที่รู้จัก สนิทสนมมาบอกว่ามีร้านกาแฟน่ารักๆ รับรองว่าเห็นแล้วต้องชอบแน่ๆ เลย มาบอกอย่างนี้มีหรือที่จะไม่ไปจริงไหม เมื่อวานก็เลยลองไปมาดูค่ะ แล้วก็เลยขอเก็บภาพบรรยากาศพร้อมกับกาแฟและขนมหวานมาให้ดูค่า

ร้านนื้มีชื่อว่า De Sky Coffee and Cuisine เดินทางก็สะดวกมากๆ อยู่ใจกลางกรุงที่ Digital gateway หากใครสงสัยว่า Digital Gateway คืออะไรแล้วอยู่ที่ไหน ก็ตอบเลยค่ะว่าอยู่ที่สยาม สามารถนั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีสยามแล้วเดินจาก BTS เข้ามาที่ Digital Gateway ได้เลย อยู่ฝั่งตรงข้ามกับ Paragon นั่นแหละค่ะ มาถึงที่ Digital Gateway แล้วก็เดินขึ้นบันไดเลื่อนไปที่ชั้น 5 ได้เลยนะคะ ขึ้นบันไดมาก็จะเจอร้านทันทีค่ะ

ร้านนี้จะแต่งร้านสไตล์ผู้หญิงหน่อยนะคะ ดูออกจะหวานๆ และ Vintage หน่อย แต่ผู้ชายก็นั่งได้นะคะ วันที่ไปก็เห็นมีผู้ชายนั่งกันเต็มร้านเลย อิอิ บรรยากาศในร้านก็ดูสบายๆ นั่งได้นานๆ จริงๆ แล้วเค้าจะมีบริเวณระเบียงข้างนอกให้นังรับลมได้ด้วย แต่วันที่ทรายไปบังเอิญว่าฝนตกเลยอดรับลมไป ก็เลยนั่งในห้องแอร์แทน วิวของร้านจะเห็นรถไฟฟ้าวิ่งผ่านด้วยนะคะ แต่วิวจริงๆ ดูจะอึดอัดนิดหน่อย ไม่ใช่แบบวิวรถไฟฟ้า เห้นท้องฟ้ากว้าง เพราะอย่างที่เราเห็นๆ กันนะคะว่าบริเวณสยามจะค่อนข้างดูแน่นๆ นิดหน่อย

ส่วนรายการอาหารเค้าก็มีทั้งอาหารคาว อาหารหวาน มีขนมเค้ก ชูครีมด้วย วันนี้เลยลองสั่ง Milky Strawberry Mousse มาลองชิมดู รสชาติดีเหมือนกันค่ะ ไม่หวานจนเกินไป ราคาโดยส่วนใหญ่จะอยู่ประมาณ 89 บาทต่อชิ้น

Milky Strawberry Mousse

ส่วนกาแฟก็ตามแบบเดิมที่ชอบก็คือ Iced Capuccino รู้สึกว่ากาแฟเค้าค่อนข้างเข้มนิดนึง รู้สึกรสขมติดคอ ยังไม่นุ่มเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่าอยู่ในระดับไม่ได้เลวร้ายอะไรเลย ดื่มได้ชิลๆ พร้อมกับบรรยากาศค่ะ ราคาต่อแก้วก็แบ่งเป็น 3 ราคา คือร้อน เย็น แล้วก็ Frappe ราคาก็อยู่ระหว่าง 79 – 99 บาทต่อแก้วค่ะ

Iced Cappuccino

ส่วนอาหารคาวก็สั่งเป็นสลัดแซลมอน ถือว่าอร่อยเลยล่ะค่ะ ราคาสลัดก็อยู่ที่ 159 ถือว่าไม่แพงมาก เพราะดูจากปริมาณผักและปลาแซลมอนที่ให้แล้วเยอะพอดูอยู่เหมือนกัน โดยรวมๆ แล้วรู้สึกว่าเป็นร้านที่นั่งอ่านหนังสือหรือจะไปคุยงานได้ดีอีกร้านหนึ่งเลยค่ะ (ถ้าแอร์ไม่เย็นจนหนาวเกินไป)นะคะ อีกอย่างก็เดินทางสะดวกอยู่ใจกลางกรุงด้วย

Salmon Salad

คิดว่าถ้ามีเวลาและอารมณ์อยากไปนั่งอ่านหนังสือที่ร้านกาแฟ อาจจะแวะไปอีกค่ะ ^^ จริงๆ พอนั่งคุย นั่งชิลจนพอใจแล้วก็ไปต่อที่หอศิลป์วัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ อยู่ตรงข้ามมาบุญครองค่ะ ที่นั่นก็มีอะไรเก๋ๆ เยอะมาก ที่เด็ดสุดและตั้งใจไปก็คือร้านไอศกรีมรสชาติแปลกๆ แล้วยังเอาไอศกรีมไปทำเป็นรูปต่างๆ อย่างซูชิ สนามหญ้า ฯลฯ เดี๋ยวคราวหน้าจะเอารูปมาฝากให้ดูนะคะ วันนี้พาไปร้านกาแฟร้านเดียวก่อนนะคะ ^^

Coffee Party @ Home

7 Jun

มีเรื่องดีๆ เกี่ยวกับกาแฟมาฝากอีกครั้งค่ะ สำหรับคนที่ชื่นชอบกาแฟ ไม่ว่าจะชอบดื่ม ชอบดม ชอบชง ชอบทานหรือแค่ชอบบรรยากาศก็ตาม ห้ามพลาดงาน Work Shop “Coffee Party @Home” ที่ร้าน อามาตา ชีวา วันที่ 12 มิถุนายนนี้นะคะ

โดยคิดค่าอบรม 1,850 บาทแต่ถ้ามาเป็นคู่ก็ได้รับส่วนลดพิเศษอีก 10% ค่ะ จริงๆ แล้วไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับร้านนี้เลย ไม่ได้ค่าโปรโมทอะไรด้วย แต่คิดว่าราคานี้ไม่แพงเกินไปสำหรับการเข้าอบรมเรียนรู้สูตรกาแฟ ซึ่งถ้าใครที่คิดจะเปิดร้านกาแฟอยู่ก็ถือว่าราคานี้น่าสนใจมากๆ หรือจะไม่ได้เปิดร้านแต่ก็ชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จะไปเรียนไว้ก็ไม่เสียหายอะไรค่ะ อย่างน้อยก็ชงทานเองทุกวันก็ได้เนอะ ^^ ยังไงถ้าสนใจก็ลองสอบถามที่เบอร์ 0-2617 9929 หรือเว็บไซต์ http://www.amatacheeva.com/workshop/ ค่ะ

กลุ่มผู้รักการไปนั่งชิวที่ร้านกาแฟ โดยที่ใช้เงินไม่เกิน 60 บาทต่อแก้ว

2 May

วันนี้เอากรุ๊ปดีๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องราวของกาแฟมาแนะนำค่ะ ถ้าใครเล่น Facebook บ่อยๆ จะพอรู้ว่าช่วงนี้เป็นช่วงฮิตฮอทกับการสร้าง Fanpage หรือ Page เยอะมากๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเกี่ยวข้องกับการเมืองเป็นส่วนใหญ่ Page แบบฮาๆ ก็มีบ้าง และที่ฮอทมากพวก Page ที่ตั้งชื่อว่า “มั่นใจว่าคนไทยเกิน 1 ล้าน…….” ก็ว่ากันไป

จนรู้สึกว่าคนไทยสร้าง Page กันเยอะเกิน เกินไป กลัวว่ามันจะกลายเป็น Junk Page ใน Facebook จริงๆ ส่วน Page ดีๆ เค้าก็มีอย่างคนที่รักการถ่ายภาพก็จะมี Page “สมาคมผู้ถ่ายภาพไม่เป็น” อันนี้ก็ดีหน่อยตรงที่จะรู้ว่าไอพวกรูปที่เราถ่ายๆ มาน่ะ เค้าเรียกว่า ถ่ายได้ หรือ ถ่ายเป็น กันแน่

แต่ Page ที่จะแนะนำวันนี้ก็คือ “กลุ่มผู้รักการไปนั่งชิวที่ร้านกาแฟ โดยที่ใช้เงินไม่เกิน 60 บาทต่อแก้ว” อันนี้แนะนำจริงๆ สำหรับใครที่ชื่นชอบและเสาะหาร้านกาแฟนั่งทำงาน หรือนั่งอ่านหนังสือ ชิล ชิล ใน Page นี้ก็จะมีเพื่อนๆ เข้ามาแนะนำร้านกาแฟที่เคยไปมา ว่าอยู่ตรงไหน บรรยากาศเป็นยังไงบ้าง ก็จะได้รู้จักร้านกาแฟเพิ่มขึ้นอีกหลายๆ ร้าน ถือเป็น Page ที่สร้าง Community ที่ดีมากๆ Page นึงเลยค่ะ

ถ้าใครสนใจก็ลองเข้าไปที่หน้า Facebook ของตัวเองนะคะ แล้วก็พิมพ์ Search ชื่อกลุ่มผู้รักการไปนั่งชิวที่ร้านกาแฟฯ” หรือจะคลิกที่ลิงค์ดูก็ได้ค่ะ Fanpage : กลุ่มผู้รักการไปนั่งชิวที่ร้านกาแฟ โดยใช้เงินไม่เกิน 60 บาทต่อแก้ว ได้เลยน่าจะเจอค่ะ แล้วไปแบ่งปันร้านกาแฟน่านั่งกันในนั้นค่ะ ^^

ปล. วันนี้ตั้งใจจะแนะนำร้านกาแฟ ร้านนึงที่เคยไปมา แต่ขอสาีรภาพค่ะว่า ทำรูปหาย แล้วที่แย่กว่านั้นคือจำชื่อร้านไม่ได้ด้วยอ่ะค่ะ > < ไม่มีรูปด้วย เลยอดไป เอาเป็นว่าเดี๋ยวจะลองไปหาอีกรอบถ้าเจอจะมาอัพเดทร้านกาแฟให้อีกทีนะคะ ^^

Ban rai caffe’

25 Jun

พอดีที่บริษัทมีจัด Meeting สำหรับสมาชิก TrawutSpace แล้วก็เลยเลือกร้านบ้านไร่กาแฟ ตรงเอกมัย เป็นสถานที่จัดงาน ี่ร้านเค้าก็ดีตรงที่ว่า เรื่องสถานที่นั้นเค้าไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ เพียงแต่ให้บริจาคตามกำลัง ศรัทธา แล้วทางร้านนั้นจะนำเงินไปทำบุญต่ออีกที

นอกจากร้านจะไม่คิดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังบริการดีมากๆ รวมไปถึงสถานที่ก็สวยงาม กว้างขวาง ที่ร้านเค้าเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ถ้าใครชอบแบบเป็นสัดส่วนก็แนะนำว่าให้ขึ้นไปนั่งดื่มกาแฟที่ชั้น 2 ได้เลย แต่ถ้าใครไปช่วงเย็นๆ หน่อย แนะนำว่าให้นั่งข้างล่างตรงบริเวณลานโล่ง ที่มีต้นไม้เยอะๆ จะเหมาะมาก บรรยากาศจะเป็นแบบชิล ชิล น่านั่งมากๆ ร่มรื่น แล้วยังให้ความรู้สึกสบายๆ มีความเป็นส่วนตัว

ส่วนเรื่องราคาของกาแฟนั้นก็ไม่ได้แพงเิกินร้านอื่นๆ เลย แต่ต้องบอกก่อนว่ากาแฟที่้ร้านบ้านไร่นี้ ที่หน้าเคาท์เตอร์เค้าไม่ได้มีกาแฟแบบที่เราสั่งๆ กันทั่วไปนะ ไม่ใช่คาปูชิโน ไม่ใช่เอสเพรสโซ่ แต่จะเป็นกาแฟไทยๆ (ก็ไม่ใช่โอเลี้ยง โอยั้วะนะ) แต่เค้าจะมีเขียนอธิบายถึงระดับการคั่วของกาแฟ ชอบเข้มหรือไม่เข้มยังไง สามารถสั่งได้

ตอนที่ไปสั่งทีแรกก็ออกแนวงงๆ อยู่เหมือนกันว่าแล้วแต่ละแบบมันต่างกันยังไง บางรายการก็มีชื่อคล้ายๆ กัน ที่ต่างก็จะเป็นเรื่องของระดับความเข้มของกาแฟ กับ ระยะเวลาในการเก็บกาแฟ ว่าแบบไหนเก็บนาน ไม่นาน ก็ไปยืนสั่งแล้วแอบถามพนักงานเค้ามาเหมือนกัน อิอิ

ส่วนบรรยากาศภายในร้านก็มีเก็บรูปมาให้ดูนิดๆ หน่อยๆ นะคะ ส่วนใหญ่จะเป็นภาพบริเวณชั้น 2 ค่ะ สำหรับใครที่สนใจอยากไปลองนั่งก็สามารถนั่งรถไฟฟ้าไปลงสถานีเอกมัย แล้วลงประตูที่ 1ได้เลยค่ะ พอเดินลงมาร้านจะอยู่ติดทางลงบันได้รถไฟฟ้าเลยค่ะ จริงๆ ทรายก็แิอบติดใจเหมือนกัน กะว่าจะหาเวลาไปนั่งอ่านหนังสือ ดื่มกาแฟอีกครั้งเหมือนกัน เสียแต่ว่า ไกลจากบ้านทรายไปหน่อย อิอิ

อ้อ ที่ร้านนี้เค้ามีบริการอินเทอร์เน็ตด้วยนะคะ ถ้าใครสนใจก็สามารถขอซื้อชั่วโมงเน็ทเพื่อใช้งานภายในร้านได้ค่ะ ส่วนภาพบรรยากาศก็ไปตามดูที่ด้านล่างได้เลยค่ะ ^ ^

 

You need to log in to vote

The blog owner requires users to be logged in to be able to vote for this post.

Alternatively, if you do not have an account yet you can create one here.

Powered by Vote It Up