Tag Archives: สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่

ณ เชียงราย (วันสุดท้าย)

4 Oct

วันที่ 3 เที่ยววันสุดท้ายที่เชียงราย วันนี้ชิลแบบสุดๆ เพราะไม่มีแผนอะไรเลย อิอิ เริ่มตอนเช้าด้วยการว่ายน้ำที่โรงแรม ทานอาหารเช้าพักผ่อนนั่งอ่านหนังสือนิดๆ หน่อยๆ ทุกครั้งที่ไปเที่ยวต่างจังหวัดมักจะต้องเอาหนังสือของ ปราย พันแสงติดตัวไปเสมอ เปลี่ยนเล่มไปเรื่อยๆ คราวนี้เอาเรื่องรักใครไปอ่าน เจอประโยคนึงที่ ศุ บุญเลี้ยงเขียนไว้ให้  “ทุกวันนี้เรามีคนโดดเด่นอยู่มากมาย แต่แห้งแล้งความรู้สึกและขาดแคลนความจริงใจ” อ่านไปได้นิดๆ หน่อยก็ check out ออก

ร้านกาแฟดอยช้าง

แล้วไปนั่งร้านกาแฟที่ร้านดอยช้าง แป๊บนึง อ่านหนังสือต่อ กินกาแฟอีกนิด สั่งกาแฟดอยช้างมาชิม แปลกใจที่มาเที่ยวรอบนี้ไม่มีกาแฟถูกใจเลยสักร้าน 555 นั่งสักพักเราก็ไปหาข้าวกินกันแล้วก็ไปซื้อของฝากที่ร้านสุจินต์ ไส้อั่วกับน้ำพริกอร่อยค่ะ

วัดร่องขุ่่น

เสร็จแล้วก็ไปเที่ยววัดร่องขุ่นต่อค่ะ มาถึงเชียงรายไม่ไปไม่ได้ค่ะ วัดร่องขุ่นสวยมากมีความอ่อนช้อยกว่าจะทำออกมาได้ขนาดนี้นับถือมากๆ ค่ะ ต้องใช้เวลา ความประณีตมากๆ จริงๆ และด้วยความที่ใส่กางเกงขาสั้นไปเลยต้องนุ่งผ้ายาวเพื่อความเรียบร้อย คราวนี้เลยได้กลายร่างเป็นแม่หญิงจริงๆ ไปเลยค่ะ 555 เดินชมวัดแล้วเข้าไปชมงานเขียนของอ.เฉลิมชัย แล้วแบบว่าขนลุกมากๆ ขนลุกจริงๆ งานเขียนทุกงานมีความสวยงาม ที่สำคัญมีมิติ รู้สึกว่า อ.เป็นคนที่ใช้สีน้ำเงินและสีฟ้าได้สวยมากนะ เดินดูไปขนลุกไป สุดยอดจริงๆ ค่ะ ไว้คราวหน้าจะถ่ายรูปโปสการ์ดรูปที่ซื้อมาให้ดูค่ะ เราเห็นว่าที่วัดนี้จะมีตู้เก็บของด้วย แต่เป็นของที่นักท่องเที่ยวลืมวางทิ้งไว้นะ ก็จะเก็บมารวมๆ ไว้ในตู้ดีเหมือนกันนะ ชอบการได้เดินดูงานศิลปะแบบนี้มันทำให้เราหลุดไปอีกโลกนึง ได้สัมผัสกับความคิดความรู้สึกของงานศิลปะ ได้หยุดนิ่ง ได้สัมผัสกับสิ่งที่เราไม่สามารถจับต้องมันได้ ทำให้หัวใจเราหยุดวุ่นวายอยู่นิ่งๆ ได้คิดได้จินตนาการ รู้สึกเต็มและอิ่มกับงานศิลปะจริงๆ :)

ถนนคนม่วน (ถนนคนเดินวันอาทิตย์)

เสร็จแล้วเราก็มาเดินเล่นกันที่ถนนคนม่วน เป็นถนนคนเดินวันอาทิตย์อีกสายหนึ่งค่ะ ของขายก็คล้ายๆ กับถนนคนเดินวันเสาร์เลย แต่วันนี้เพลียมากเลยเดินได้ไม่มากเท่าไหร่ นักพักทานโน่นนี่ไปรอคุณหนึ่ง (ผู้มีอุปการคุณ 555)มารับเราไปส่งสนามบินกลับกรุงเทพ ระหว่างทางแอบสงสัยเหมือนกันว่า ทำไมถนนเส้นที่มุ่งหน้าไปสนามบินถึงได้เงียบ และมืดจัง มันควรจะเป็นถนนสายหลักที่สว่างสิเพราะมันเป็นทางไปสนามบิน นักท่องเที่ยวก็เยอะนะ แอบสงสัยนิดนึง อย่างหนึ่งที่ชอบภาคเหนือไม่ว่าจะเป็นเชียงราย หรือ เชียงใหม่ก็ตาม เรารู้สึกว่าคนที่นั่นเค้าใจดี ใจเย็น ยิ้มแย้ม มีน้ำใจให้กับคนอื่นมาก ไม่ขี้เหวี่ยงไม่ขี้หงุดหงิดเหมือนคนในเมืองอ่ะ ชอบมาก

ความรู้สึกหนึ่งที่เกิดขึ้นทุกครั้งหลังจากไปเหนือไม่ว่าจะเชียงรายหรือเชียงใหม่คืออาการคลุ้มคลั่งอยากไปอยู่ที่โน่นทุกครั้ง ไปทำงานไปอยู่มีบ้านอยู่ที่โน่นก็ได้นะ มันชอบอย่างบอกไม่ถูกเลย เป็นความรู้สึกที่ติดค้างมาตลอดและเป็นทุกครั้งที่ได้ไปเหนือ กลับมาจะคลุ้มคลั่งหนักหน่อย บ่นเยอะหน่อยว่าอยากไปอยู่ พอเวลาผ่านไปความรู้สึกนี้ก็ยังอยู่อยู่ดี มันไม่เคยหายไปจากความรู้สึกเลยนะ ไอการอยากไปอยู่เหนือเนี่ย สักวันมั้ย จะมีสักวันมั้ยที่ได้ไปอยู่ เดี๋ยวเดือน 11 จะไปเชียงใหม่อีก สงสัยจะได้คลุ้มคลั่งกับความรู้สึกนี้ตายแน่ๆ 555 จบแล้วจ้าเที่ยว 3 วันแบบไม่แพลนอะไรเท่าไหร่ ชิลกันเหลือเกิน 555

ณ เชียงราย (ภาคต่อ)

2 Oct

บ้านดำ

วันที่ 2 มาแล้วจ้า วันนี้เราจะช็อปๆๆๆ กันทั้งวันเลย อิอิ วันนี้เราเช่ารถในราคาที่ถูกมากกก รถเก๋ง Hyndai แอร์เย็นเจี๊ยบลุงคนขับใจดีในราคา 1300 พร้อมคนขับรถและน้ำมัน (แต่สุดท้ายก็เพิ่มให้ล่ะเพราะอยู่ดึก) เริ่มเที่ยวที่แรกด้วยบ้านดำของอ.ถวัลย์ ดัชนี ที่เน้นโทนสีดำ และบ่งบอกเตือนสติเราได้มากพอสมควรนะ

สักวันหนึ่งเราก็ต้องละสิ่งที่เป็นตัวเราออกไป ไม่เหลืออะไรที่บอกได้ว่า “เป็นของเรา” เพราะไม่เคยมีอะไรที่เป็นของเราอย่างแท้จริง

Parabola Coffee Shop

ระหว่างทางที่จะไปดอยตุงมีร้านกาแฟร้านนีงที่มีคนแนะนำมาว่าต้องแวะคือร้าน Parabola ตกแต่งร้านน่ารักดีเหมือนกัน แต่ในความรู้สึกเหมือนยังแต่งได้ไม่สุดอ่ะ 555 มันน่าจะเก๋ได้มากกว่านี้ เลยไปลองกาแฟซะหน่อยสั่ง Parabola Ice coffee รสขาติกาแฟก็ไม่ได้น่าเกลียดแต่ก็ไม่ได้ประทับใจ สรุปคือเฉยๆ อ่ะ 555 มันธรรมดามากจริงๆ นะ คล้ายๆ Black Canyon แต่อ่อนกว่า หวานน้อยกว่า สำหรับคนอื่นอาจจะชอบก็ได้นะแต่สำหรับเราเฉยๆ อ่ะ

พระตำหนักดอยตุง

เสร็จแล้วก็มุ่งหน้าไปเที่ยวที่พระตำหนักดอยตุงต่อ ที่นี่อากาศดีมาก ได้เข้าใจและรู้สึกถึงการมาสูดอากาศบริสุทธิ์อย่างเต็มปอดจริงๆ สำหรับค่าเข้าชมที่พระตำหนักดอยตุงจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนของสวน ส่วนของพระตำหนัก อีกส่วน(จำไม่ได้ แหะๆ) แต่ด้วยความที่เดี๋ยวเรากลัวจะมีเวลาไปเดินแม่สายไม่พอเลยเลือกเข้าที่สวนดอกไม้อย่างเดียว แค่สวนดอกไม้ก็เดินถ่ายรูปๆ นานแล้วล่ะ เดินๆ ไปก็คิดว่าอืม ถ้ามาหน้าหนาวบรรยากาศคงดีมากๆ นี่ขนาดมาหน้าฝนยังดีเลย เดินถ่ายรูปไปมาแล้วก็แวะไปนั่งกินมาม่ากับเครื่องดื่มที่ร้านดอยตุง คราวนี้คงสั่งกาแฟไม่ไหวล่ะ ตั้งแต่เช้าถึงเที่ยงจัดกาแฟไปแล้ว 2 เลยขอผ่าน สั่งชาไทยนมมาลองกินดู ไม่ค่อยประทับใจอีกเหมือนกัน เพราะมันหวานมากๆ เกินไป แต่บรรยากาศดี และพนักงานก็บริการได้อย่างน่ารัก เสร็จแล้วมุ่งหน้าไปแม่สายกันต่อนะคะ

แม่สาย

มาถึงแม่สายก็ต้องข้ามไปฝั่งพม่า ก่อนข้ามไปต้องไปทำหนังสือขอผ่านราคา 30 บาท เสร็จแล้วก็เอาไปยื่นขอผ่านทางไปพม่า เสียให้พม่าอีก 10 บาท ลุงคนขับบอกว่าถ้าเป็นคนไทยให้ไปขอหนังสือชั่วคราวแบบนี้ดีกว่าเพราะมันจะถูกกว่า แต่ถ้าใช้เป็น Passport จะเสียค่าผ่านทางในราคาต่างชาติก็เป็นร้อยอ่ะค่า น่าเสียดายอยู่อย่างนึงพอไปถึงแล้วฝนดันตก ถ้าไม่ตกคงเดินได้สนุกกว่านี้ ข้ามฝั่งไปแล้วไม่ชอบที่คนพม่ามาขายของยื่นนั่นนี่ให้ ชวนนั่งรถแบบตามตัว ติดตัว ไม่ชอบเลย ผู้หญิงก็ระวังกันหน่อยนะคะ ถ้าใครจะซื้อของก็อปแบรนด์เนมก็แนะนำว่าให้เดินดูหลายๆ ร้านก่อน เพราะยิ่งเดินเข้าไปไกลราคายิ่งถูกและต่อได้เยอะกว่าร้านหน้าๆ แล้วก็ CD, MP3 ที่นี่ถูกมาก MP3 แผ่นละ 10 บาท หนังก็ถูก CD เพลงก็ถูก ก่อนจะจ่ายเงินก็ลองให้ร้านเค้าลองเล่นแผ่นให้ก่อนก็ได้จะได้รู้ว่าแผ่นเสียหรือเปล่านะคะ

ถนนคนเดินเชียงราย

จบจากการเดินช็อปปิ้งไปเดินข็อปกันต่อที่ถนนคนเดินนะคะ ที่นี่เสื้อผ้าขายเยอะมาก สไตล์ก็เหมือนกรุงเทพเลย ก็แบ่งเหมือนเป็นโซนๆ เลย โซนอาหารก็อาหารยาวไป ของเล่นของฝากก็ยาวไป เสื้อผ้าแฟชั่นก็ยาวไปอะไรทำนองนั้นค่ะ ที่นี่ก็ได้แต่ของฝากกับกินจ้า อาหารแปลกๆ ที่ชอบก็ข้าวแรมฟืนเป็นอาหารของพม่ามีแป้งแบบเส้นกับก้อน เราว่าแบบเส้นอร่อยกว่าน้ำปรุงเครื่องเทศเข้ากว่า จะมีกลิ่นของเครื่องเทศพวกตะไคร้ออกเปรี้ยวเผ็ดนิดๆ แปลกๆ และก็อร่อยดีเหมือนกัน ถ้าใครไปก็ลองชิมดูนะคะ จบแล้วจ้าวันที่ 2

ณ เชียงราย

1 Oct

ไปเที่ยวเชียงรายกันเจ้า ทริปนี้ 3 วัน 2 คืน จ้าไปกันหน้าฝนนี่หล่ะ 55แต่ก็ไม่ได้เจอฝนอะไรมากมายเลยนะ ตอนไปถึงคนที่โน่นบอกว่าก่อนหน้านี้ฝนตกทุกวัน เพิ่งมีวันนี้(ศุกร์)ล่ะที่ฝนไม่ตก เวลาไปต่างจังหวัดแล้วชอบมองท้องฟ้า มองภูเขามากเลย ฟ้าเป็นสีฟ้าใสกว่าในเมืองกรุงเทพมากมาย (เอ๊ะหรือเวลาที่เราอยู่กรุงเทพฯ แล้วไม่ค่อยมีเวลาได้มองท้องฟ้ากันแน่นะ เลยรู้สึกว่าฟ้ากรุงเทพไม่สวยเท่าฟ้าต่างจังหวัด)

วันแรกที่ไปถึงเริ่มต้นด้วยการกินก่อนเลยจ้า ไปเที่ยวทีไรมีผู้อุปการคุณพาเที่ยวเสมอ ต้องขอบคุณมากๆ ค่าสำหรับคุณทอมที่พาพี่เปิ้ลและเราไปกินข้าวที่ร้านกุ้งเต้น ขอบอกว่าอาหารร้านนี้อร่อยมากกกกกก และถูกมากก ถูกจนตกใจเลย อาหารจานนึงราคา 29-39 แล้วก็ไม่ใช่น้อยๆ นะ กินอิ่มได้เลยล่ะ มาร้านนี้ต้องลองตำกุ้ง (เหมือนเอากุ้งเต้นมาตำๆ แล้วก็ไปยำล่ะ) ขออภัยเที่ยวนี้ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเลย อ้อเพื่อนเราที่เป็นคนเชียงรายบอกว่า มากินร้านกุ้งเต้นอย่างนี้แสดงว่ามาถึงเชียงรายจริงๆ เป็นร้านอาหารแบบบ้านๆ มากๆแต่อร่อยมากๆ และคนเยอะมากจะเห็นว่ามีคนเข้าร้านมาเรื่อยๆ ตลอดเวลาเลย ที่จอดรถแทบจะไม่มีเลยล่ะ กินเสร็จเราก็แวะกลับโรงแรมก่อน สำหรับคนที่ไม่มีรถเที่ยวลองบอกโรงแรมให้เค้าติดต่อรถสองแถวให้ก็ได้นะ แต่เวลาเค้าเรียกเงินก็ต่อๆ หน่อยล่ะกัน ของเราเรียกจากโรงแรมไปเซ็นทรัลเชียงราย 60 บาท 2 คน ก็โอเคอยู่นะ เซ็นทรัลที่นี่ใหญ่เหมือนกันคล้ายๆ กับเซ็นทรัลลาดพร้าวเลย (ความรู้สึกเรา) มีร้านใหญ่ๆ แบรนด์ดังๆ เยอะเหมือนกัน

วัดพระสิงห์

เดินแป๊บๆ แล้วก็ไปไหว้พระกันที่วัดพระสิงห์ ตอนที่ไปเย็นแล้วล่ะ ประมาณ 4-5 โมง เงียบดีเหมือนกันนะคนไม่ค่อยพลุกพล่านไหว้พระได้สบาย

วัดพระแก้ว

เสร็จแล้วก็เดินจากวัดพระสิงห์ไปวัดพระแก้ว ไม่ไกลมากเดินแบบเรื่อยๆ สบายๆ ก็โอเคอยู่ไม่ต้องไปเรียกรถหรอก วัดพระแก้วที่นี่สวยมากจริงๆ มีพระแก้วให้เข้าไปไหว้ด้วยแล้วก็มีพิพิธภัณฑ์ให้เข้าชมแต่ว่าปิด 5 โมงเย็นตอนไปถึงก็เลยแล้วเลยอดเข้าไปดู ที่วัดพระแก้วสามารถเดินไหว้ได้หลายโบสถ์อยู่เหมือนกัน ค่อยๆ ไหว้ไป

จากวัดพระแก้วก็ไปไหว้กันต่อที่วัดดอยงำเมือง เดินขึ้นบันไดมาจะเห็นพระประธานในอุโบสถองค์ใหญ่ จะมองเห็นแค่ตาของพระประธานตรงกับประตูอุโบสถพอดี แหมือนพระท่านกำลังจ้องมองต้อนรับให้เราเข้าวัดเลย สวยมาก แต่ตอนที่ไปเย็นมากแล้วไม่ได้เข้าไปไหว้ในอุโบสถเพราะสวดมนต์ทำวัตรเย็นกันอยู่เลยได้แต่ไหว้อยู่ข้างนอก

จากวัดนี้ก็นั่งรอผู้มีอุปการคุณอีกหนึ่งท่านที่จะพาเราไปเที่ยวต่อ คุณหนึ่งมารับพี่เปิ้ลกับเราไปในเมืองไปไหว้เสด็จพ่อร.๕ แล้วก็แวะไปไหว้พ่อขุนเม็งราย ไปดูโคมไฟสวยๆ ที่คุกเก่า (ตอนนี้กลายเป็นสถานที่ราชการแล้วก็จะมีคนมาจัดงานช่วงวันเสาร์ที่เป็นถนนคนเดินเชียงรายล่ะ เสร็จแล้วก็แวะไปรอดูหอฬิกาเชียงรายที่สวยมากแล้วก็จะสลับสีทุกชั่วโมง พร้อมกับเพลงประกอบ แวะไปนั่งรอที่ร้านกาแฟเชียงรายรำลึก เสร็จแล้วก็ไปนั่งกินข้าวต้มกันทีร้านข้าวต้มจ่าฮี หลังจากนั้นก็กลับโรงแรมพักผ่อนเตรียมพร้อมร่างกายสำหรับการช็อปปิ้งในวันพรุ่งนี้จ้า อิอิ

คลิปหอนิฬกาเชียงรายเปลี่ยนสีพร้อมเพลงประกอบ


ไปเต๊อะ ไปแอ่ว จ.เจียงใหม่ (วันสุดท้ายแล้วจ้า)

6 Dec

มาถึงทริปวันสุดท้ายวันที่ 3 แล้ว ไม่เย้ ไม่ดีใจเลย เพราะไม่อยากกลับ T_T อยากอยู่ต่อ จริงๆ แล้วถ้าเป็นไปได้คืออยากไปทำงานอยู่ที่เชียงใหม่เลยล่ะ ถ้างั้นใครอ่านบล็อกแล้วมีงานที่เชียงใหม่ให้ทรายทำอย่าลืมบอกทรายนะ อยากไปอยู่อ่ะค่ะ 55 (แอบประชาสัมพันธ์)

สวนสัตว์เชียงใหม่

สำหรับวันสุดท้าย โชคดีที่ว่าได้เที่ยวบินรอบดึก เลยมีเวลาเที่ยวเต็มๆ อีก 1 วัน วันนี้เราเริ่มต้นด้วยการไปดูช่วงช่วง หลินฮุ่ย และหลินปิง สำหรับค่าเข้าสวนสัตว์ 50 บาทค่ะ ส่วนถ้าจะดูหมีแพนด้าก็เสียอีก 50 บาทต่างหาก และด้วยความเป็นทริปคนแก่ ขอเที่ยวแบบสบายๆ พวกเราจึงนั่งรถนำเที่ยวซะ อยากลงไปดูสัตว์ช่วงไหนก็ค่อยลง ค่ารถ 20 บาท ถูกจะแย่นะทรายว่า

วันนี้เราก็ดูหมีแพนด้า แมวน้ำ หมีโคอาล่า รวมๆ แล้วดูแต่สัตว์ที่ต้องอยู่อากาศเย็น เพราะสัตว์อื่นทรายว่าเราไปดูที่เขาดินก็ได้นะ สัตว์เอเชียหรือเมืองไทยก็เคยเห็นอยู่แล้วอ่ะ แอบสารภาพจริงๆ เป็นคนไม่ชอบสัตว์เลย ไม่ชอบดูสัตว์ด้วย เด็กๆ ก็ไม่เคยร้องให้พ่อแม่พาไปเขาดินนะ เพราะไม่ชอบสัตว์อ่ะ ไม่เลี้ยงด้วย แต่ก็ไม่ได้เกลียดและก็ไม่ได้รังแกมัน ถ้าเห็นมันแย่ๆ ก็รู้สึกสงสารเหมือนคนทั่วไปแหละ เพียงแต่ไม่ชอบใกล้ชิดเท่านั้นเอง ;) หลังจากเยี่ยมชมบรรดาสัตว์ทั้งหลายเรียบร้อยแล้ว เราตกลงกันว่าวันนี้เราจะไม่กินข้าวกลางวัน (เป็นไปได้ไง)

แต่เราจะไปกินเค้กและกาแฟกันแทน 55 ตั้งใจว่าจะไปร้านกาแฟ(โ)สด ที่เค้าบอกว่าถ้าใครมาร้านนี้แล้วจะเลิกโสด ก็เลยอยากจะทดสอบซะหน่อย ร้านนี้เคยตั้งอยู่ในม.เชียงใหม่ แต่วันที่ทรายไปนั้นน้องๆ เค้าบอกว่าร้านย้ายไปแล้ว และก็ไม่รู้ว่าย้ายไปตรงไหนด้วย แอบเสียใจเล็กน้อย เพราะตั้งใจจะไปร้านนี้จริงๆ เลยเปลี่ยนแผนไปทานเค้กที่ Love at First Bite เลย ส่วนเรื่องราวของเค้กทรายเคยเขียนไปแล้วนะคะ ใครอยากดูเมนูอันแสนอร่อยก็ตามไปอ่านกันที่นี่ค่า Love at First Bite

วัดโลกโมฬี

เมื่ออิ่มท้องแล้วเราก็ไปไหว้พระกันต่อที่วัดโลกโมฬี วัดนี้สวยมากๆ และเป็นวัดที่เข้าไปไหว้แล้วรู้สึกสงบและอิ่มบุญมากๆๆๆ ทำบุญกันไปซะเต็มที่ แถมยังได้รับพรอันยาวแสนยาวอย่างที่ไม่เคยได้รับที่ไหนมาก่อนเลยจากท่านเจ้าอาวาส บังเอิญมากๆ และโชคดีๆ จริง หลังจากไหว้พระที่วัดนี้แล้วรู้สึกว่าอิ่มจริงๆ เข้าใจคำว่าอิ่มบุญ อิ่มเหมือนคนเราอิ่มข้าวอ่ะค่ะ แต่ตัวเบากว่าเยอะนะ แล้วก็รู้สึกว่าอืมไม่อยากได้อะไรแล้ว ไม่รู้สึกอยากขอหรืออธิษฐานอะไรอีกแล้ว แค่นี้เลยแค่นี้พอแล้วจริงๆ พวกเราใช้เวลาในการไหว้พระและถ่ายรูปอยู่ที่วัดนานพอควร แล้วก็ถึงเวลาที่จะไปช้อปปิ้งแล้ว เย้

ถนนคนเดินวันอาทิตย์ ถนนท่าแพ

แล้วเราก็มาถึงแหล่งช้อปปิ้งที่ตั้งตาคอย ถนนท่าแพ จุดเริ่มต้นของพวกเราเป็นต้นถนนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัดพระสิงห์ พวกเราขอแวะไปไหว้พระกันอีกสักทีก่อเริ่มช้อป วัดพระสิงห์เป็นวัดอีกวัดทีสวยงามและเป็นวัดที่ทรายตั้งใจอยากไปไหว้เหมือนกัน เชียงใหม่เป็นเมืองที่มีวัดเยอะมากๆ ระหว่างที่เราเดินช้อปปิ้งที่ถนนท่าแพจะพบว่ามีวัดอยู่ตลอดสองข้างทางซึ่งดีนะ ทรายชอบอ่ะ เป็นวัดเก่าๆ ทั้งนั้นเลย ^^

แต่คราวนี้พวกเราไม่ได้แวะเข้าไปนะ คงแวะไปไหว้กันไม่ไหวล่ะเยอะจริงๆ เลยเดินช้อปปิ้งกันอย่างเดียว จะบอกว่าพ่อค้าแม่ค้าที่ถนนท่าแพหน้าตาคุ้นมากๆ เท่าที่สังเกตก็จะเป็นพ่อค้าแม่ค้าที่มาจากถนนคนเดินวันเสาร์นั่นหล่ะค่ะ 55 แต่แม่ค้าที่น่ารักนะ ใจดี ใจเย็น พูดเพราะชอบจังเลย เห็นแม่ค้าที่แล้วนึกถึงแม่ตัวเองแอบคิดว่าถ้าวันหน้าเหลือกันอยู่สองคนแม่ลูกก็อยากจะมาอยู่เชียงใหม่ เราอาจจะหางานทำที่นี่ส่วนแม่อาจจะให้ทำงานฝีมือเล่นๆ แล้วมานั่งขายของกันสองคนที่ถนนคนเดิน เพราะเห็นว่าแม่เป็นคนชอบทำงานฝีมือเลยนึกถึงแบบนี้น่ะค่ะ ระหว่างที่เดินช้อปเราก็ขอเติมพลังด้วยข้าวต้ม 1 บาท คือข้าวต้มอ่ะถ้วยละ 1 บาท ส่วนกับข้าวก็ราคาปรกติ เหมือนร้านอื่นทั่วไป 55 ก็อร่อยดีค่ะ

หลังจากนั้นเราก็เดินช้อปกันต่อจนสุดถนนท่าแพ หลังจากนั้นเราก็กลับโรงแรมไปเอากระเป๋าแล้วก็เตรียมตัวกลับกรุงเทพฯ เป็นเวลาที่ไม่อยากให้มาถึงเลย ไม่อยากกลับกรุงเทพเลย อยากอยู่เชียงใหม่ก็ถือเป็นอันจบทริปเชียงใหม่ทั้ง 3 วันที่สนุก อิ่ม และมีความสุขมากๆ ตั้งใจว่าจะพยายามไปเที่ยวเชียงใหม่ทุกปี หาตั๋วบินถูกๆ ไปกับเพื่อนที่รู้ใจ อยู่ด้วยแล้วสบายใจไปด้วยกัน ไม่ต้องไปเที่ยวตามสถานที่เหมือนกรุ๊ปทัวร์ก็ได้ ไปมีชีวิตอยู่ในเมืองเชียงใหม่เฉยๆ ก็ได้อยาก ขอแค่ได้ไปพักผ่อนแค่นี้ก็ได้นะ พอใจล่ะ อิอิ ก็เลยตั้งใจว่าจะพยายามหาทางไปทุกทีปีให้ได้ หรือให้ไปอยู่เลยก็ได้นะ อิอิ เป็นอันจบทริปแล้วค่า ขอบคุณที่ติดตามและอ่านกันนะคะ ส่วนคราวหน้าจะพาไปเที่ยวไหนรอติดตามกันค่า ^^

ไปเต๊อะ ไปแอ่ว จ.เจียงใหม่ (ภาคต่อจ้า)

4 Dec

แหะๆ หลังจากหายไปหลายอาทิตย์ -/\- ไปแอ่วเจียงใหม่กันต่อดีกว่าค่า หลังจากเที่ยววันแรกดูจะสบายๆ เพราะเวลาที่มีน้อยเลยไปไหนไกลไม่ค่อยได้ อีกอย่างเหมือนทริปคนแก่เลย ลำบากไม่เอา ขอสบายๆ แถมเน้นกินอย่างเดียวด้วย 555 ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปหลายดอยเลยแต่ทำไปทำมาเหลือแค่ดอยสุเทพดอยเดียว เพราะเวลาไม่พอ เริ่มตั้งแต่เช้าเลยกันดีเลยดีกว่า จุดหมายแรกเราไปที่วัดถ้ำเชียงดาว

วัดถ้ำเชียงดาว

ที่นี่บริเวณหน้าถ้ำจะมีแอ่งน้ำที่ใสมากและปลาตัวใหญ่มาก สามารถให้อาหารปลาได้ ส่วนในถ้ำก็จะมีพระให้เข้าไปไหว้ได้ สามารถเดินเข้าไปประมาณ 300 – 500 เมตรก็ถึงแล้วค่ะ ส่วนบริเวณในถ้ำก็จะมีหินงอกหินย้อยให้เดินชมได้ เสียค่าตะเกียงน้ำมัน 100 บาท จะเข้าไปกี่คนก็ได้ แต่เข้าถ้ำขอบายเลย เพราะไม่ชอบเข้าถ้ำ เข้าไปทีไรแล้วรู้สึกกลัวมากๆ ทุกที พอไหว้พระในถ้ำเสร็จก็ออกมาเดินถ่ายรูปแล้วก็ไหว้พระที่บริเวณด้านนอกอีกที แล้วก็กลับเพราะไม่มีอะไรให้เที่ยวมากนัก

ร้านอาหารกาแล

หลังจากนั้นก็กลับเข้าตัวเมืองเพื่อไปทานอาหารที่ร้านกาแล ที่นี่ขึ้นชื่อว่าวิวสวยเพราะอยู่ติดริมอ่างเก็บน้ำ แล้วก็ปลูกดอกไม้สีสันสวยงามไว้เยอะมาก แล้วก็ดอกโตด้วย พอพวกเราไปถึงแล้วแทบจะลืมหิว มัวแต่ตะลึงตะลานกับความงามของดอกไม้ และด้วยความหิวมื้อนี้พวกเราไม่รอที่จะถ่ายรูปอาหารแล้ว พออาหารมาปุ๊บลงมือทานกันปั๊บเรียกว่าลืมพิธีการถ่ายรูปอาหารไปชั่วขณะ 55 จริงๆ ร้านกาแลขึ้นชื่อว่าเป็นร้านอาหารที่อร่อยและมีบรรยากาศสวยเป็นอันดับ 2 รองจากร้านผาลาด ตะวันรอนเลยนะคะ ถ้าไปทานช่วงกลางคืนจะได้บรรยากาศสวยๆ ชิลๆ อีกแบบ

หลังจากอิ่มแล้ว เราก็ยังเสียเวลาอยู่กับการถ่ายรูปที่ร้านกาแลกันต่อ เพราะดอกไม้ที่นี้สวยมากจริงๆ หลังจากนั้นเราก็มุ่งหน้าไปดอยสุเทพกัน ตอนแรกตั้งใจว่าจะไป ดอยสุเทพ พระตำหนักภูพิงค์ แต่ด้วยเวลาไม่พอแล้วก็เลยได้ไปแค่ดอยสุเทพไหว้พระทันใจเพียงที่เดียว

ดอยสุเทพ

เสียดายที่วันที่ไปนั้นดอยสุเทพยังมีการบูรณะอยู่เลยถ่ายรูปออกมาไม่สวยเท่าไหร่ พวกเราก็เลยได้แค่ไหว้พระธาตุฯ และหลวงพ่อทันใจ รู้สึกแปลกกับคนที่รับถ่ายรูปให้กับนักท่องเที่ยว มันแปลกตรงที่ถ่ายรูปเราจริงนั่นแหละแต่เอาเราไปตัดต่อกับฉากที่เป็นพระธาตุฯ เลยรู้สึกว่าเอ่อ ถ้างั้นเราอยู่กรุงเทพฯแล้วไปตัดต่อเอาฉากพระธาตุฯ เองก็ได้มั้ง ไม่ต้องมาถึงเชียงใหม่แล้วใช้วิธีนี้หรอก แต่ก็เข้าใจนะว่าเป็นเพราะกล้องไม่สามารถเก็บภาพได้ทั้งหมด แต่มันก็แปลกๆ อยู่ดีอ่ะ หลังจากที่เราไหว้พระกันเสร็จเรียบร้อยแล้วต่อไปก็ถึงเวลาช้อปปิ้งแล้ว

ถนนคนเดินวันเสาร์ ถนนวัวลาย

เค้าบอกว่าถนนคนเดินวันเสาร์นี้น้อยกว่าถนนคนเดินวันอาทิตย์ แต่พอไปเดินจริงๆ แล้วก็รู้สึกว่าเยอะอยู่เหมือนกันนะ ไม่ได้น้อยเลย เริ่มต้นที่ถนนก็ได้นาฬิกาของตัวเองมาก่อนเลยชิ้นแรก อิอิ จริงๆ แล้วนาฬิกาแบบนี้ก็มีนะที่กรุงเทพฯ เคยถามแถวสยามมาแล้วแต่ราคาแพงกว่าเกือบ 100 นึง พอเห็นที่นี่ถูกกว่าแล้วชอบก็เลยรีบเอาเลย ของที่ส่วนใหญ่ก็ทำมาเพื่อเป็นของฝากล่ะ ต้องมีตราประทับว่า “เชียงใหม่, ถนนคนเดินวัวลาย” อะไรทำนองนี้ แต่ชอบของที่นี่มากๆ เลยนะ ส่วนใหญ่เป็นของทำมือเองทั้งนั้น อยากบอกว่าของที่นี่ราคาถูกกว่ากรุงเทพฯอีกอ่ะ ชอบจัง เคยแอบคิดว่าถ้าเราได้อยู่เชียงใหม่จริง ชั้นจะมาเดินมันทุกอาทิตย์มั้ยเนี่ย 555 เพราะปรกติเป็นคนชอบเดินช้อปปิ้งแบบนี้มากๆ ขนาดว่าถนนเส้นนี้น้อยกว่าถนนคนเดินวันอาทิตย์นะ แต่พวกเราก็เดินได้ไม่ครบทั้งเส้นเพราะว่าต้องไปทานอาหารมื้อค่ำต่อ

ร้านสลุง

เนื่องจากพวกเราซื้อบัตรที่ลดราคาจากในเน็ทมา เลยโทรไปจองโต๊ะเค้าไว้ แล้วทางร้านก็โทรมาตามว่าจะเข้าไปทานไหม ตอนแรกก็เข้าใจว่าอาจจะเป็นเพราะคนเยอะหรือไร เกรงว่าเราจองแล้วไม่ไป จะได้ให้โต๊ะคนอื่นไป พวกเราก็เลยเดินช้อปกันไม่ครบต้องไปทานอาหารก่อน พอไปถึงที่ร้านแล้วแอบตกใจนิดนึง จริงๆ ก็ไม่นิดนึงนะ ค่อนข้างมากเลยล่ะ 55 เพราะว่าทั้งร้านไม่มีใครเข้ามาทานเลย แต่มีนักดนตรีร้องเพลงสดนะ เค้าก็ร้องของเค้าไปอย่างนั้นคนเดียว โดยที่ไม่มีลูกค้าเลย แอบสงสารอ่ะ แต่ที่น่าแปลกมากขึ้นอีกก็ตรงที่ว่า อาหารที่ร้านอร่อยมาก โดยเฉพาะปลาทอดน้ำปลา และห่อหมกขนมครก สั่งเบิ้ลกันเลยทีเดียว แต่แปลกมากที่ไม่ลูกค้า ทั้งที่เป็นวันเสาร์ด้วย หลังจากกินเสร็จหนิ่มหนำสำราญก็ได้เวลากลับที่พักชาร์จแบตแล้ว เป็นอันจบทริปวันที่ 2 อย่างไม่ค่อยเหนื่อยอีกเหมือนกัน 55

— ติดตามทริปวันที่ 3 กันต่อคราวหน้านะค๊า –

 

You need to log in to vote

The blog owner requires users to be logged in to be able to vote for this post.

Alternatively, if you do not have an account yet you can create one here.

Powered by Vote It Up