Tag Archives: เชียงใหม่

ไปเต๊อะ ไปแอ่ว จ.เจียงใหม่ (วันสุดท้ายแล้วจ้า)

6 Dec

มาถึงทริปวันสุดท้ายวันที่ 3 แล้ว ไม่เย้ ไม่ดีใจเลย เพราะไม่อยากกลับ T_T อยากอยู่ต่อ จริงๆ แล้วถ้าเป็นไปได้คืออยากไปทำงานอยู่ที่เชียงใหม่เลยล่ะ ถ้างั้นใครอ่านบล็อกแล้วมีงานที่เชียงใหม่ให้ทรายทำอย่าลืมบอกทรายนะ อยากไปอยู่อ่ะค่ะ 55 (แอบประชาสัมพันธ์)

สวนสัตว์เชียงใหม่

สำหรับวันสุดท้าย โชคดีที่ว่าได้เที่ยวบินรอบดึก เลยมีเวลาเที่ยวเต็มๆ อีก 1 วัน วันนี้เราเริ่มต้นด้วยการไปดูช่วงช่วง หลินฮุ่ย และหลินปิง สำหรับค่าเข้าสวนสัตว์ 50 บาทค่ะ ส่วนถ้าจะดูหมีแพนด้าก็เสียอีก 50 บาทต่างหาก และด้วยความเป็นทริปคนแก่ ขอเที่ยวแบบสบายๆ พวกเราจึงนั่งรถนำเที่ยวซะ อยากลงไปดูสัตว์ช่วงไหนก็ค่อยลง ค่ารถ 20 บาท ถูกจะแย่นะทรายว่า

วันนี้เราก็ดูหมีแพนด้า แมวน้ำ หมีโคอาล่า รวมๆ แล้วดูแต่สัตว์ที่ต้องอยู่อากาศเย็น เพราะสัตว์อื่นทรายว่าเราไปดูที่เขาดินก็ได้นะ สัตว์เอเชียหรือเมืองไทยก็เคยเห็นอยู่แล้วอ่ะ แอบสารภาพจริงๆ เป็นคนไม่ชอบสัตว์เลย ไม่ชอบดูสัตว์ด้วย เด็กๆ ก็ไม่เคยร้องให้พ่อแม่พาไปเขาดินนะ เพราะไม่ชอบสัตว์อ่ะ ไม่เลี้ยงด้วย แต่ก็ไม่ได้เกลียดและก็ไม่ได้รังแกมัน ถ้าเห็นมันแย่ๆ ก็รู้สึกสงสารเหมือนคนทั่วไปแหละ เพียงแต่ไม่ชอบใกล้ชิดเท่านั้นเอง ;) หลังจากเยี่ยมชมบรรดาสัตว์ทั้งหลายเรียบร้อยแล้ว เราตกลงกันว่าวันนี้เราจะไม่กินข้าวกลางวัน (เป็นไปได้ไง)

แต่เราจะไปกินเค้กและกาแฟกันแทน 55 ตั้งใจว่าจะไปร้านกาแฟ(โ)สด ที่เค้าบอกว่าถ้าใครมาร้านนี้แล้วจะเลิกโสด ก็เลยอยากจะทดสอบซะหน่อย ร้านนี้เคยตั้งอยู่ในม.เชียงใหม่ แต่วันที่ทรายไปนั้นน้องๆ เค้าบอกว่าร้านย้ายไปแล้ว และก็ไม่รู้ว่าย้ายไปตรงไหนด้วย แอบเสียใจเล็กน้อย เพราะตั้งใจจะไปร้านนี้จริงๆ เลยเปลี่ยนแผนไปทานเค้กที่ Love at First Bite เลย ส่วนเรื่องราวของเค้กทรายเคยเขียนไปแล้วนะคะ ใครอยากดูเมนูอันแสนอร่อยก็ตามไปอ่านกันที่นี่ค่า Love at First Bite

วัดโลกโมฬี

เมื่ออิ่มท้องแล้วเราก็ไปไหว้พระกันต่อที่วัดโลกโมฬี วัดนี้สวยมากๆ และเป็นวัดที่เข้าไปไหว้แล้วรู้สึกสงบและอิ่มบุญมากๆๆๆ ทำบุญกันไปซะเต็มที่ แถมยังได้รับพรอันยาวแสนยาวอย่างที่ไม่เคยได้รับที่ไหนมาก่อนเลยจากท่านเจ้าอาวาส บังเอิญมากๆ และโชคดีๆ จริง หลังจากไหว้พระที่วัดนี้แล้วรู้สึกว่าอิ่มจริงๆ เข้าใจคำว่าอิ่มบุญ อิ่มเหมือนคนเราอิ่มข้าวอ่ะค่ะ แต่ตัวเบากว่าเยอะนะ แล้วก็รู้สึกว่าอืมไม่อยากได้อะไรแล้ว ไม่รู้สึกอยากขอหรืออธิษฐานอะไรอีกแล้ว แค่นี้เลยแค่นี้พอแล้วจริงๆ พวกเราใช้เวลาในการไหว้พระและถ่ายรูปอยู่ที่วัดนานพอควร แล้วก็ถึงเวลาที่จะไปช้อปปิ้งแล้ว เย้

ถนนคนเดินวันอาทิตย์ ถนนท่าแพ

แล้วเราก็มาถึงแหล่งช้อปปิ้งที่ตั้งตาคอย ถนนท่าแพ จุดเริ่มต้นของพวกเราเป็นต้นถนนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัดพระสิงห์ พวกเราขอแวะไปไหว้พระกันอีกสักทีก่อเริ่มช้อป วัดพระสิงห์เป็นวัดอีกวัดทีสวยงามและเป็นวัดที่ทรายตั้งใจอยากไปไหว้เหมือนกัน เชียงใหม่เป็นเมืองที่มีวัดเยอะมากๆ ระหว่างที่เราเดินช้อปปิ้งที่ถนนท่าแพจะพบว่ามีวัดอยู่ตลอดสองข้างทางซึ่งดีนะ ทรายชอบอ่ะ เป็นวัดเก่าๆ ทั้งนั้นเลย ^^

แต่คราวนี้พวกเราไม่ได้แวะเข้าไปนะ คงแวะไปไหว้กันไม่ไหวล่ะเยอะจริงๆ เลยเดินช้อปปิ้งกันอย่างเดียว จะบอกว่าพ่อค้าแม่ค้าที่ถนนท่าแพหน้าตาคุ้นมากๆ เท่าที่สังเกตก็จะเป็นพ่อค้าแม่ค้าที่มาจากถนนคนเดินวันเสาร์นั่นหล่ะค่ะ 55 แต่แม่ค้าที่น่ารักนะ ใจดี ใจเย็น พูดเพราะชอบจังเลย เห็นแม่ค้าที่แล้วนึกถึงแม่ตัวเองแอบคิดว่าถ้าวันหน้าเหลือกันอยู่สองคนแม่ลูกก็อยากจะมาอยู่เชียงใหม่ เราอาจจะหางานทำที่นี่ส่วนแม่อาจจะให้ทำงานฝีมือเล่นๆ แล้วมานั่งขายของกันสองคนที่ถนนคนเดิน เพราะเห็นว่าแม่เป็นคนชอบทำงานฝีมือเลยนึกถึงแบบนี้น่ะค่ะ ระหว่างที่เดินช้อปเราก็ขอเติมพลังด้วยข้าวต้ม 1 บาท คือข้าวต้มอ่ะถ้วยละ 1 บาท ส่วนกับข้าวก็ราคาปรกติ เหมือนร้านอื่นทั่วไป 55 ก็อร่อยดีค่ะ

หลังจากนั้นเราก็เดินช้อปกันต่อจนสุดถนนท่าแพ หลังจากนั้นเราก็กลับโรงแรมไปเอากระเป๋าแล้วก็เตรียมตัวกลับกรุงเทพฯ เป็นเวลาที่ไม่อยากให้มาถึงเลย ไม่อยากกลับกรุงเทพเลย อยากอยู่เชียงใหม่ก็ถือเป็นอันจบทริปเชียงใหม่ทั้ง 3 วันที่สนุก อิ่ม และมีความสุขมากๆ ตั้งใจว่าจะพยายามไปเที่ยวเชียงใหม่ทุกปี หาตั๋วบินถูกๆ ไปกับเพื่อนที่รู้ใจ อยู่ด้วยแล้วสบายใจไปด้วยกัน ไม่ต้องไปเที่ยวตามสถานที่เหมือนกรุ๊ปทัวร์ก็ได้ ไปมีชีวิตอยู่ในเมืองเชียงใหม่เฉยๆ ก็ได้อยาก ขอแค่ได้ไปพักผ่อนแค่นี้ก็ได้นะ พอใจล่ะ อิอิ ก็เลยตั้งใจว่าจะพยายามหาทางไปทุกทีปีให้ได้ หรือให้ไปอยู่เลยก็ได้นะ อิอิ เป็นอันจบทริปแล้วค่า ขอบคุณที่ติดตามและอ่านกันนะคะ ส่วนคราวหน้าจะพาไปเที่ยวไหนรอติดตามกันค่า ^^

ไปเต๊อะ ไปแอ่ว จ.เจียงใหม่ (ภาคต่อจ้า)

4 Dec

แหะๆ หลังจากหายไปหลายอาทิตย์ -/\- ไปแอ่วเจียงใหม่กันต่อดีกว่าค่า หลังจากเที่ยววันแรกดูจะสบายๆ เพราะเวลาที่มีน้อยเลยไปไหนไกลไม่ค่อยได้ อีกอย่างเหมือนทริปคนแก่เลย ลำบากไม่เอา ขอสบายๆ แถมเน้นกินอย่างเดียวด้วย 555 ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปหลายดอยเลยแต่ทำไปทำมาเหลือแค่ดอยสุเทพดอยเดียว เพราะเวลาไม่พอ เริ่มตั้งแต่เช้าเลยกันดีเลยดีกว่า จุดหมายแรกเราไปที่วัดถ้ำเชียงดาว

วัดถ้ำเชียงดาว

ที่นี่บริเวณหน้าถ้ำจะมีแอ่งน้ำที่ใสมากและปลาตัวใหญ่มาก สามารถให้อาหารปลาได้ ส่วนในถ้ำก็จะมีพระให้เข้าไปไหว้ได้ สามารถเดินเข้าไปประมาณ 300 – 500 เมตรก็ถึงแล้วค่ะ ส่วนบริเวณในถ้ำก็จะมีหินงอกหินย้อยให้เดินชมได้ เสียค่าตะเกียงน้ำมัน 100 บาท จะเข้าไปกี่คนก็ได้ แต่เข้าถ้ำขอบายเลย เพราะไม่ชอบเข้าถ้ำ เข้าไปทีไรแล้วรู้สึกกลัวมากๆ ทุกที พอไหว้พระในถ้ำเสร็จก็ออกมาเดินถ่ายรูปแล้วก็ไหว้พระที่บริเวณด้านนอกอีกที แล้วก็กลับเพราะไม่มีอะไรให้เที่ยวมากนัก

ร้านอาหารกาแล

หลังจากนั้นก็กลับเข้าตัวเมืองเพื่อไปทานอาหารที่ร้านกาแล ที่นี่ขึ้นชื่อว่าวิวสวยเพราะอยู่ติดริมอ่างเก็บน้ำ แล้วก็ปลูกดอกไม้สีสันสวยงามไว้เยอะมาก แล้วก็ดอกโตด้วย พอพวกเราไปถึงแล้วแทบจะลืมหิว มัวแต่ตะลึงตะลานกับความงามของดอกไม้ และด้วยความหิวมื้อนี้พวกเราไม่รอที่จะถ่ายรูปอาหารแล้ว พออาหารมาปุ๊บลงมือทานกันปั๊บเรียกว่าลืมพิธีการถ่ายรูปอาหารไปชั่วขณะ 55 จริงๆ ร้านกาแลขึ้นชื่อว่าเป็นร้านอาหารที่อร่อยและมีบรรยากาศสวยเป็นอันดับ 2 รองจากร้านผาลาด ตะวันรอนเลยนะคะ ถ้าไปทานช่วงกลางคืนจะได้บรรยากาศสวยๆ ชิลๆ อีกแบบ

หลังจากอิ่มแล้ว เราก็ยังเสียเวลาอยู่กับการถ่ายรูปที่ร้านกาแลกันต่อ เพราะดอกไม้ที่นี้สวยมากจริงๆ หลังจากนั้นเราก็มุ่งหน้าไปดอยสุเทพกัน ตอนแรกตั้งใจว่าจะไป ดอยสุเทพ พระตำหนักภูพิงค์ แต่ด้วยเวลาไม่พอแล้วก็เลยได้ไปแค่ดอยสุเทพไหว้พระทันใจเพียงที่เดียว

ดอยสุเทพ

เสียดายที่วันที่ไปนั้นดอยสุเทพยังมีการบูรณะอยู่เลยถ่ายรูปออกมาไม่สวยเท่าไหร่ พวกเราก็เลยได้แค่ไหว้พระธาตุฯ และหลวงพ่อทันใจ รู้สึกแปลกกับคนที่รับถ่ายรูปให้กับนักท่องเที่ยว มันแปลกตรงที่ถ่ายรูปเราจริงนั่นแหละแต่เอาเราไปตัดต่อกับฉากที่เป็นพระธาตุฯ เลยรู้สึกว่าเอ่อ ถ้างั้นเราอยู่กรุงเทพฯแล้วไปตัดต่อเอาฉากพระธาตุฯ เองก็ได้มั้ง ไม่ต้องมาถึงเชียงใหม่แล้วใช้วิธีนี้หรอก แต่ก็เข้าใจนะว่าเป็นเพราะกล้องไม่สามารถเก็บภาพได้ทั้งหมด แต่มันก็แปลกๆ อยู่ดีอ่ะ หลังจากที่เราไหว้พระกันเสร็จเรียบร้อยแล้วต่อไปก็ถึงเวลาช้อปปิ้งแล้ว

ถนนคนเดินวันเสาร์ ถนนวัวลาย

เค้าบอกว่าถนนคนเดินวันเสาร์นี้น้อยกว่าถนนคนเดินวันอาทิตย์ แต่พอไปเดินจริงๆ แล้วก็รู้สึกว่าเยอะอยู่เหมือนกันนะ ไม่ได้น้อยเลย เริ่มต้นที่ถนนก็ได้นาฬิกาของตัวเองมาก่อนเลยชิ้นแรก อิอิ จริงๆ แล้วนาฬิกาแบบนี้ก็มีนะที่กรุงเทพฯ เคยถามแถวสยามมาแล้วแต่ราคาแพงกว่าเกือบ 100 นึง พอเห็นที่นี่ถูกกว่าแล้วชอบก็เลยรีบเอาเลย ของที่ส่วนใหญ่ก็ทำมาเพื่อเป็นของฝากล่ะ ต้องมีตราประทับว่า “เชียงใหม่, ถนนคนเดินวัวลาย” อะไรทำนองนี้ แต่ชอบของที่นี่มากๆ เลยนะ ส่วนใหญ่เป็นของทำมือเองทั้งนั้น อยากบอกว่าของที่นี่ราคาถูกกว่ากรุงเทพฯอีกอ่ะ ชอบจัง เคยแอบคิดว่าถ้าเราได้อยู่เชียงใหม่จริง ชั้นจะมาเดินมันทุกอาทิตย์มั้ยเนี่ย 555 เพราะปรกติเป็นคนชอบเดินช้อปปิ้งแบบนี้มากๆ ขนาดว่าถนนเส้นนี้น้อยกว่าถนนคนเดินวันอาทิตย์นะ แต่พวกเราก็เดินได้ไม่ครบทั้งเส้นเพราะว่าต้องไปทานอาหารมื้อค่ำต่อ

ร้านสลุง

เนื่องจากพวกเราซื้อบัตรที่ลดราคาจากในเน็ทมา เลยโทรไปจองโต๊ะเค้าไว้ แล้วทางร้านก็โทรมาตามว่าจะเข้าไปทานไหม ตอนแรกก็เข้าใจว่าอาจจะเป็นเพราะคนเยอะหรือไร เกรงว่าเราจองแล้วไม่ไป จะได้ให้โต๊ะคนอื่นไป พวกเราก็เลยเดินช้อปกันไม่ครบต้องไปทานอาหารก่อน พอไปถึงที่ร้านแล้วแอบตกใจนิดนึง จริงๆ ก็ไม่นิดนึงนะ ค่อนข้างมากเลยล่ะ 55 เพราะว่าทั้งร้านไม่มีใครเข้ามาทานเลย แต่มีนักดนตรีร้องเพลงสดนะ เค้าก็ร้องของเค้าไปอย่างนั้นคนเดียว โดยที่ไม่มีลูกค้าเลย แอบสงสารอ่ะ แต่ที่น่าแปลกมากขึ้นอีกก็ตรงที่ว่า อาหารที่ร้านอร่อยมาก โดยเฉพาะปลาทอดน้ำปลา และห่อหมกขนมครก สั่งเบิ้ลกันเลยทีเดียว แต่แปลกมากที่ไม่ลูกค้า ทั้งที่เป็นวันเสาร์ด้วย หลังจากกินเสร็จหนิ่มหนำสำราญก็ได้เวลากลับที่พักชาร์จแบตแล้ว เป็นอันจบทริปวันที่ 2 อย่างไม่ค่อยเหนื่อยอีกเหมือนกัน 55

— ติดตามทริปวันที่ 3 กันต่อคราวหน้านะค๊า –

Chill chill at iBerry

14 Dec

ตามที่ได้ให้สัญญาว่าจะนำภาพบรรยากาศภายในร้านกาแฟ iBerry ของคุณโน้ตอุดม ที่จังหวัดเชียงใหม่มาให้ชม วันนี้ก็ได้ฤกษ์งามยามดีอัพขึ้นบล็อกให้ชมกันเสียทีนะคะบรรยากาศภายในร้านนั้นก็แน่นอนว่าตกแต่งได้อย่างสวยงามอยู่แล้ว ตามสไตล์ของศิลปินนะคะ ตั้งแต่หน้าร้านเข้ามาก็มีรูปปั้นใหญ่เด่นเป็นสง่าก็คือ รูปของท่านเหมาเจ๋อตุง และก็สัญลักษณ์ที่ดูเหมือนจะเป็นตัวแทนพี่โน้ตไปแล้ว

ส่วนบริเวณภายในร้านที่ชอบมากๆ ก็จะเป็นโคมไฟหลากสีที่ใช้ถ้วยพลาสติกหลายๆ สีมาบรรจุอยู่ในกรงเหล็กอีกที หากสงสัยว่าเป็นอย่างไร ลองดูที่รูปก็ได้นะคะ นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีเก้าอี้ที่มีลักษณะเหมือนหีบหรือกล่องโบราณน่ะค่ะ ของตกแต่งในร้านส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นของโบราณที่นำมาตกแต่งได้อย่างสวยงาม แบบอาร์ทๆ จริงๆ

และเท่าที่สังเกตจะเห็นว่านิยมใช้สัญลักษณ์เหมือนกับหัวมิกกี้เมาท์นะคะ บริเวณที่นั่งทานในร้านก็จะมีผนังที่ทำเป็นสัญลักษณ์นั้นด้วย (สามารถชมภาพได้ที่สไลด์ด้านล่างนะคะ) นอกจากผนังแล้ว ก็ยังมีหมายเลขคิวที่จะตั้งไว้บนโต๊ะเหมือนเวลาที่สั่งอาหารแล้วแจ้งให้พนักงานทราบน่ะค่ะว่าโต๊ะเบอร์อะไรยังไม่ได้ของบ้าง ก็จะเป็นรูปสัญลักษณ์ iBerry ที่คล้ายกับหัวมิกกี้เมาท์เหมือนกัน ก็น่ารักไปอีกแบบค่ะ

ส่วนไอศกรีมของร้านนั้นก็อร่อยจริงๆ ค่ะ ตอนที่ไปทานนั้นจำไม่ได้แล้วจริงๆ ว่าทานรสอะไรไป – -“ ต้องขออภัยด้วย มัวแต่นั่งชมบรรยากาศภายในร้านซะเพลิน แต่ที่จำได้แน่นอนก็คือ รสชาติของกาแฟคาปูชิโน่ร้อน จำได้ว่ารสชาตินุ่มมากๆๆๆๆ จริงๆ ค่ะ ถ้าใครมีโอกาสได้ไป อย่าลืมลองสั่งคาปูชิโน่ร้อนมาดื่มดูบ้างนะคะ เพราะว่ารสชาติของเค้านั้นนุ่มจริงๆ ค่ะ ต้องลองๆๆ ^^

 

You need to log in to vote

The blog owner requires users to be logged in to be able to vote for this post.

Alternatively, if you do not have an account yet you can create one here.

Powered by Vote It Up