Tag Archives: cappuccino

Cappuccino Tips

21 May

วันนี้มี Tips เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับกาแฟมาฝากอีกเช่นเคยค่า พอดีไปอ่านเจอมาจากนิตยสารเล่ม แต่ลืมไปแล้วว่าเล่มไหน >/\< เป็น Tips เกี่ยวกาแฟแบบคาปูชิโน่และเอสเพรสโซ่ค่ะ อย่างแรกเลย การที่เราตีนมให้ขึ้นฟองก่อนนำไปผสมกับกาแฟนั้นก็เพื่อให้นมมีรสชาติหอม หวาน นุ่มคล้ายกับครีม ซึ่งจะทำให้กาแฟมีรสชาติกลมกล่อมมากขึ้นนั่นเองค่ะ

สำหรับใครที่ชอบดื่มคาปูชิโน่ เคยสังเกตกันหรือเปล่าคะว่าแต่ละร้านสูตรคาปูชิโนนั้นแตกต่างกัน การใส่ฟองนมและนมก็มีสัดส่วนที่แตกต่างกัน ถ้าคาปูชิโนแก้วนั้นมีฟองนมมากกว่านม เค้าจะเรียกว่า Wet Cappuccino แต่ถ้าหากคาปูชิโนแก้วนั้นมีนมมากกว่าฟองนมเค้าเรียกว่า Dry Cappuccino ค่ะ

อีกเรื่องนึงที่อ่านเจอมาก็คือ Haf- Caf (ซึ่งเราก็ไม่ค่อยได้ยินกันบ่อยสักเท่าไหร่ ^^’ แต่ก็รู้ไว้ใช่ว่านะคะ Haf-Caf คือกาแฟเอสเพรสโซ่ 1 ช็อตกับกาแฟเอสเพรสโซ่แบบสกัดคาเฟอีนออกอีก 1 ช็อต ส่วน Decaf คือกาแฟที่ปราศจากคาเฟอีนโดยสิ้นเชิง (แอบนึกในใจว่าถ้าดื่มกาแฟแบบไม่มีคาเฟอีนมันก็ยังไงๆ อยู่เนอะคะ งั้นอย่ากินเลยดีกว่า คาเฟอีนและกลิ่นเป็นสเน่ห์อันดับแรกๆ ของกาแฟ ว่ามั้ยคะ) วันนี้ก็เอามาฝากเพียงเท่านี้นะคะ ถ้าหากไปเจอเรื่องอื่นอีกก็จะเก็บมาเล่าให้ฟังอีกค่ะ ^_^

วิธีการดื่มกาแฟ

8 Sep

สวัสดีเพื่อนๆ ผู้รักกาแฟทุกท่าน จากคราวที่แล้วเราได้ทำความรู้จักกับชนิดของกาแฟ รสชาติ และลักษณะการคั่วของเมล็ดกาแฟต่างๆ ไปแล้ว รวมไปจนถึงการทายนิสัยจากการชอบแก้วกาแฟ วันนี้เราก็มีข้อมูลที่เกี่ยวกับกาแฟมาอัพเดทกันอีกครั้งค่ะ

สำหรับวันนี้เรามาเรียนรู้วิธีการดื่มกาแฟในแต่ละชนิดกันบ้างดีกว่านะคะ เพื่อที่เราจะได้ลิ้มรสชาติของกาแฟแต่ละประเภทอย่างลึกซึ้งกันค่ะ สำหรับกาแฟประเภทแรกที่เราจะนำมาแนะนำให้ได้ทราบกันก็คือ

เอสเพรสโซ่ แค่ฟังชื่อก็เรียกความเข้มข้นออกมาได้เยอะแล้วนะคะ สำหรับเอสเพรสโซ่ นี้ต้องดื่มในลักษณะที่เรียกว่าผ่านฟัน เพื่อให้ได้สัมผัสรสชาติของกาแฟ และควรดื่มรวดเดียวในเวลา 10-20 วินาทีด้วยนะคะ
คาปูชิโน่ เวลาที่เราจะดื่มคาปูชิโน่ร้อนนั้น ไม่ควรนำช้อนมาคนนะคะ นอกเสียจากจะมีการเพิ่มน้ำตาลลงไปเพื่อเพิ่มความหวาน ถึงจะค่อยคนกาแฟ ทั้งนี้ก็แนะนำด้วยว่า ให้คนในลักษณะเพียงเบาช้อนเท่านั้นนะคะ มิเช่นนั้นแล้วฟองนมกับซิเนม่อนจะมารวมตัวกันค่ะ เพื่อที่เราจะได้ลิ้มทั้งรสและกลิ่นของกาแฟ และ ซิเนม่อน นั่นเองค่ะ
ลาเต้ สำหรับลาเต้นั้น แนะนำให้ใช้ช้อนตักฟองนมที่เหลือติดอยู่ก้นถ้วยให้หมดทุกครั้งนะคะ จะได้ลิ้มรสที่เรียกว่าจนหยดสุดท้ายค่ะ ^ ^

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่นำมาฝากกันในวันนี้ สำหรับครั้งหน้านั้น coffee-blood จะนำเรื่องอะไรมาฝากคงต้องติดตามกันนะคะ

ขอให้ดื่มกาแฟอย่างมีความสุขค่ะ

How to make great coffee

25 Apr

Cappuccino (คาปูชิโน)

cappuccino

สำหรับ คาปูชิโนนั้นส่วนผสมหลักแล้วก็จะมีอัตราส่วนของเอสเพรสโซ 1/3 ส่วน ผสมกับนมสตีม (นมร้อนผ่านไอน้ำ) 1/3 ส่วน และนมตีเป็นโฟมละเอียด 1/3 ส่วนลอยอยู่ด้านบน นอกจากนั้นอาจโรยหน้าด้วยผงซินนามอน หรือ ผงโกโก้เล็กน้อยตามความชอบ ส่วนผสมของคาปูชิโนต่างจากของลาเต้ มาเกียโต้ (latte macchiato) ซึ่งประกอบไปด้วยนมเป็นส่วนใหญ่และนมตีโฟมเพียงเล็กน้อย

Latte (ลาเต้)

latte2

เอสเพรสโซ 1/3 ส่วน และนมร้อนอีก 2/3 ส่วน ลงในถ้วยพร้อมๆ กัน และจะหยอดโฟมนมหนาประมาณ 1 ซม. ทับข้างบน ในการชงกาแฟลาเต้ บาริสต้า (หรือผู้ชงกาแฟที่ชำนาญงาน) จะใช้วิธีขยับข้อมือเล็กน้อยขณะที่รินนมและโฟมนมลงบนกาแฟ ทำให้เกิดลวดลายต่าง ๆ เรียกว่า ลาเต้อาร์ต (latte art) หรือศิลปะฟองนมในถ้วยกาแฟ

Espresso (เอสเพรสโซ๋)

espresso-cup-dsh-art

วิธีการชงแบบใช้แรงอัด ทำให้เอสเพรสโซมีรสชาติกาแฟซึ่งเข้มข้นและหนักแน่น ต่างจากกาแฟทั่ว ๆ ไปซึ่งชงแบบผ่านน้ำหยด และเพราะรสชาติเข้มข้นและหนักแน่นอันเป็นเอกลักษณ์นี้เอง ทำให้คอกาแฟดื่มเอสเพรสโซโดยไม่ปรุงด้วยน้ำตาลหรือนม และมักจะเสิร์ฟเป็นชอต (แก้วแบบจอก) เพื่อให้ปริมาณไม่มากจนเกินไป(ประมาณ 1-2 ออนซ์ หรือ 30-60มิลลิลิตร แตกต่างตาม พฤติกรรมการดื่่ม ของแต่ละประเทศ) การสั่งเอสเพรสโซตามร้านกาแฟทั่วไป มักสั่งตามปริมาณเป็น “ซิงเกิ้ล” หรือ “ดับเบิ้ล” (ชอตเดียว หรือ สองชอต)

ผงกาแฟที่ใช้ ขึ้นอยู่กับแต่ละระบบการชง ระบบการชงแบบแรงดันนำ้ หรือแรงอัด จะต้องใช้ผงละเอียด แต่ไม่ถึงกับเป็นแป้ง (ขนาดของไซด์ผงกาแฟที่บด จะแปรผันตาม ระยะเวลาที่ทำกาแฟ อาทิ เครื่องชงแบบ เอสเพรสโซ่ เวลามาตราฐานอยู่ที่ 18-30 วินาที ก็ต้องใช้ ผงละเอียด แต่หากเป็นการชง ลักษณะอื่นๆ เช่น ชงโดยที่ชงแบบเฟรนช์เพรส ก็ต้องบดให้หยาบขึ้นและระยะเวลาที่ชงก็จะเพิ่มขึ้นตามลำดับ <ยิ่งหยาบยิ่งต้องใช้เวลานานขึ้นในการชง>

ในการชงเอสเพรสโซ จะต้องควบคุมปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อรสชาติ อาทิ เมล็ดกาแฟที่ใช้ (สมควรเป็นเมล็ดกาแฟที่คั่ว เก็บมาไม่เกิน 1 เดือน),การบดกาแฟ (ขนาดของผงกาแฟที่บด ต้องสัมพันธ์ กับเครื่องชงและระยะเวลาการไหล ของกาแฟ ขณะชง) , นำ้ที่ใช้ชงกาแฟ (คุณภาพเป็นนำ้ที่ใช้ บริโภค ไม่ควรใช้นำ้สะอาดบริสุทธิ์ จนเกินไป เพราะ นอกจากไม่ได้รับ สารอาหารที่มากับนำ้ แล้วยังมีผลกระทบ ต่อรสชาติ ด้วย) , ระยะเวลาในการชง

(ดังที่กล่าวไว้ ในข้างต้น หากใช้เวลา การชงเอสเพรสโซ่ตำ่กว่า 18  วินาที หรือ underextract แสดงว่า การแพคกาแฟ ต่อชอต ไม่แน่นพอ หรือ ปริมาณผงกาแฟในชอต มีน้อยเกินไป หรือ ขนาดผงกาแฟหยาบเกินไป หากการหลั่นกาแฟเอสเพรสโซ่ นานเกินกว่า 30 วินาที จะมีผลทำให้เอสเพรสโซ่ที่ได้ มีรสขม bitter ไม่เข้ม มีกลิ่นไหม้ burn จากการชงแบบเครื่องอัด

What type of coffee are you?

20 Apr

เคยไหมคะ ที่เวลารู้สึกอยากดื่มกาแฟขึ้นมา เมื่อเดินเข้าร้านกาแฟ แล้วไม่รู้ว่าจะสั่งกาแฟชนิดไหนดีครั้นจะบอกคนขายว่าเอากาแฟเย็น กาปฟร้อน เพียงอย่างเดียว คนขายก็อาจจะงง และไม่รู้ว่าจะทำสูตรไหนให้คุณดีดังนั้นเราจึงต้องคิดและสั่งสูตรกาแฟเองถูกไหมคะแต่ก็นั่นอีกเช่นกัน ถึงแม้ว่าตามร้านกาแฟทั่วๆ ไป จะมีชื่อของสูตรกาแฟให้คุณสั่งอยู่หลายชนิดก็ตาม แต่คุณก็ยังคงไม่ทราบว่าจะสั่งสูตรไหนดี และแต่ละสูตรนั้นเป็นอย่างไร มีรสชาดอย่างไร มีส่วนผสมอะไรบ้าง และแต่ละสูตรนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร
ดังนั้นวันนี้เรามาดูกันนะคะว่า สูตรกาแฟที่อยู่บนป้ายตามร้านกาแฟต่างๆ นั้น แต่ละสูตรจะเป็นอย่างไร มีรสชาด ส่วนผสมอะไรบ้างค่ะ มาเริ่มกันที่สูตรแรก ก็คือ

คาปูชิโน : Cappuccino
มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอิตาลี ซึ่งจะมี เอสเพรสโซ่และนม เป็นส่วนผสมหลักค่ะ คนในประเทศอิตาลีส่วนใหญ่มักมีการดื่มกาแฟชนิดคาปูชิโน่โดยเฉพาะในตอนเช้ากันค่ะ ซึ่งก็อาจจะมีขนมปังแผ่นหรือคุ้กกี้ประกอบด้วยค่ะ

ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าวิถีชีวิตของชาวอิตาลีมักไม่ค่อยรับประทานอาหารเช้าแบบเป็นกิจลักษณะ คาปูชิโนและขนมปังเบาๆ จึงเหมาะเป็นอาหารรองท้องสำหรับยามเช้า และด้วยเหตุนี้ทำให้ไม่ดื่มคาปูชิโนในช่วงอื่นของวัน

ลาเต้ : Latte
สำหรับประเภทของกาแฟชนิดถัดมาก็คือ Latte ค่ะ ลาเต้เป็นภาษาอิตาลี ซึ่งมีความหมายที่แปลว่า นม นั่นเองค่ะ ดังนั้นรสชาดจึงมีความหวานและมันจากนมค่ะ กาแฟลาเต้นี้เป็นที่นิยมอย่างมากนอกประเทศอิตาลีช่วงต้นทศวรรษที่ 1980 ค่ะ นอกจากนี้นะคะ กาแฟลาเต้ที่รู้จักกันในอิตาลี ยังมีความหมายที่ใกล้เคียงกับภาษาฝรั่งเศส “café au lait” ซึ่งหมายถึง กาแฟกับนม อีกด้วยค่ะ
มอคค่า : Mocca
เป็นกาแฟอราบิก้าชนิดหนึ่ง สำหรับที่มาของกาแฟมอคค่านี้ก็เนื่องจาก กาแฟมอคค่านี้เป็นกาแฟอราบิก้าชนิดหนึ่งที่ปลูกอยู่บริเวณท่าเรือมอคค่า ในประเทศเยเมน นั่นเองค่ะ ซึ่งกาแฟมอคค่านี้จะมีสีและกลื่นคล้ายชอคโกแลต (แม้ว่าจะไม่มีส่วนประกอบของชอคโกแลตในมอคค่าเลยก็ตาม) ซึ่งก็นับว่าเป็นเอกลัษณ์เฉพาะของกาแฟมอคค่าค่ะ

นอกจากนี้มอคค่ายังหมายถึง สูตรกาแฟที่มีส่วนผสมระหว่าง เอสเพรสโซ่และโกโก้อีกด้วยค่ะ
อเมริกาโน : Café Americano
สำหรับที่มาของชื่ออเมริกาโนนั้น ตีความกันอย่างง่ายๆ ก็หมายถึงสหรัฐอเมริกานั่นเองค่ะ ว่ากันว่าเอสเพรสโซเพียว ๆ นั้น เข้มข้นเกินไปสำหรับคอกาแฟชาวอเมริกา ดังนั้นจึงได้มีการปรับปรุงสูตร โดยมีการนำน้ำร้อนมาเจือจางกาแฟเอสเพรสโซเพือให้มีรสชาดที่เบาบางลงค่ะแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถึงแม้ที่มาของชื่อจะหมายถึงกาแฟสไตล์อเมริกาก็ตาม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอเมริกาโนนี้จะเป็นกาแฟที่คนอเมริกานิยมดื่มกันนะคะ
เอสเพรสโซ : Espresso
และสำหรับกาแฟประเภทสุดท้ายนี้ก็คือ เอสเพรสโซ่ ที่มีรสชาดเข้มข้นที่สุดก็ว่าได้ค่ะ โดยที่มาของเอสเพรสโซ่นี้ มาจากคำในภาษาอิตาลี ที่แปลว่า เร่งด่วน

เอสเพรสโซเป็นกาแฟที่นิยมมากที่สุดในแถบประเทศยุโรปตอนใต้ โดยเฉพาะประเทศอิตาลีและฝรั่งเศส การสั่งกาแฟ “caffe” ในร้าน ส่วนใหญ่แล้วจะสั่งเป็นกาแฟเอสเพรสโซ่กันค่ะ

โดยทั่วไปแล้ว ผู้ที่ดื่มกาแฟเอสเพรสโซ่นั้นจะไม่เติม น้ำตาลหรือนม แต่อย่างใด ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะลิ้มรสของความเข้มข้นและหนักแน่นของเอสเพรสโซ่แท้ๆ Tips เล็กๆ น้อยๆ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบเอสเพรสโซ่ ต้องดื่มในขณะที่ชงเสร็จใหม่ เนื่องจากเอสเพรสโซ๋มีความไวสูงในการทำปฏิกิริยากับออกซิเจน ดังนั้นเพื่อไม่ให้เสียรสชาดของเอสเพรสโซ่ที่แท้จริงก็ควรดื่มขณะที่ชงเสร็จใหม่ๆ ค่ะ

เป็นอย่างไรบ้างคะ สำหรับประเภทของกาแฟที่นำมาฝากในวันนี้ ทีนี้พอเข้าร้านกาแฟก็จะได้สั่งได้ถูกกันนะคะว่าต้องการดื่มรสชาดประมาณไหน หากเช้าไหนที่รู้สึกเหนื่อยและไม่ค่อยกระตือรือร้นสักเท่าไหร่ จะสั่งเอสเพรสโซ่เรียกพลังซักแก้วก็ไม่ว่ากันนะคะ แต่สำหรับเจ้าของ Blog ขอบอกว่าชอบ คาปูชิโน่ค่ะ
และสำหรับครั้งหน้าจะนำวิธีการชงกาแฟของสูตรต่างๆ มาแนะนำให้ทราบกันนะคะ และรับรองว่าจะนำเรื่องราวดีๆ ที่เกี่ยวกับกาแฟมาบอกเล่าให้ฟังกันอีกแน่นอนค่ะ

ขอขอบคุณที่มาจาก Wikipedia

 

You need to log in to vote

The blog owner requires users to be logged in to be able to vote for this post.

Alternatively, if you do not have an account yet you can create one here.

Powered by Vote It Up