1
Like

Coffee Party @ Home

มีเรื่องดีๆ เกี่ยวกับกาแฟมาฝากอีกครั้งค่ะ สำหรับคนที่ชื่นชอบกาแฟ ไม่ว่าจะชอบดื่ม ชอบดม ชอบชง ชอบทานหรือแค่ชอบบรรยากาศก็ตาม ห้ามพลาดงาน Work Shop “Coffee Party @Home” ที่ร้าน อามาตา ชีวา วันที่ 12 มิถุนายนนี้นะคะ

โดยคิดค่าอบรม 1,850 บาทแต่ถ้ามาเป็นคู่ก็ได้รับส่วนลดพิเศษอีก 10% ค่ะ จริงๆ แล้วไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับร้านนี้เลย ไม่ได้ค่าโปรโมทอะไรด้วย แต่คิดว่าราคานี้ไม่แพงเกินไปสำหรับการเข้าอบรมเรียนรู้สูตรกาแฟ ซึ่งถ้าใครที่คิดจะเปิดร้านกาแฟอยู่ก็ถือว่าราคานี้น่าสนใจมากๆ หรือจะไม่ได้เปิดร้านแต่ก็ชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จะไปเรียนไว้ก็ไม่เสียหายอะไรค่ะ อย่างน้อยก็ชงทานเองทุกวันก็ได้เนอะ ^^ ยังไงถ้าสนใจก็ลองสอบถามที่เบอร์ 0-2617 9929 หรือเว็บไซต์ http://www.amatacheeva.com/workshop/ ค่ะ

0
Like

Ban rai caffe’

พอดีที่บริษัทมีจัด Meeting สำหรับสมาชิก TrawutSpace แล้วก็เลยเลือกร้านบ้านไร่กาแฟ ตรงเอกมัย เป็นสถานที่จัดงาน ี่ร้านเค้าก็ดีตรงที่ว่า เรื่องสถานที่นั้นเค้าไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ เพียงแต่ให้บริจาคตามกำลัง ศรัทธา แล้วทางร้านนั้นจะนำเงินไปทำบุญต่ออีกที

นอกจากร้านจะไม่คิดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังบริการดีมากๆ รวมไปถึงสถานที่ก็สวยงาม กว้างขวาง ที่ร้านเค้าเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ถ้าใครชอบแบบเป็นสัดส่วนก็แนะนำว่าให้ขึ้นไปนั่งดื่มกาแฟที่ชั้น 2 ได้เลย แต่ถ้าใครไปช่วงเย็นๆ หน่อย แนะนำว่าให้นั่งข้างล่างตรงบริเวณลานโล่ง ที่มีต้นไม้เยอะๆ จะเหมาะมาก บรรยากาศจะเป็นแบบชิล ชิล น่านั่งมากๆ ร่มรื่น แล้วยังให้ความรู้สึกสบายๆ มีความเป็นส่วนตัว

ส่วนเรื่องราคาของกาแฟนั้นก็ไม่ได้แพงเิกินร้านอื่นๆ เลย แต่ต้องบอกก่อนว่ากาแฟที่้ร้านบ้านไร่นี้ ที่หน้าเคาท์เตอร์เค้าไม่ได้มีกาแฟแบบที่เราสั่งๆ กันทั่วไปนะ ไม่ใช่คาปูชิโน ไม่ใช่เอสเพรสโซ่ แต่จะเป็นกาแฟไทยๆ (ก็ไม่ใช่โอเลี้ยง โอยั้วะนะ) แต่เค้าจะมีเขียนอธิบายถึงระดับการคั่วของกาแฟ ชอบเข้มหรือไม่เข้มยังไง สามารถสั่งได้

ตอนที่ไปสั่งทีแรกก็ออกแนวงงๆ อยู่เหมือนกันว่าแล้วแต่ละแบบมันต่างกันยังไง บางรายการก็มีชื่อคล้ายๆ กัน ที่ต่างก็จะเป็นเรื่องของระดับความเข้มของกาแฟ กับ ระยะเวลาในการเก็บกาแฟ ว่าแบบไหนเก็บนาน ไม่นาน ก็ไปยืนสั่งแล้วแอบถามพนักงานเค้ามาเหมือนกัน อิอิ

ส่วนบรรยากาศภายในร้านก็มีเก็บรูปมาให้ดูนิดๆ หน่อยๆ นะคะ ส่วนใหญ่จะเป็นภาพบริเวณชั้น 2 ค่ะ สำหรับใครที่สนใจอยากไปลองนั่งก็สามารถนั่งรถไฟฟ้าไปลงสถานีเอกมัย แล้วลงประตูที่ 1ได้เลยค่ะ พอเดินลงมาร้านจะอยู่ติดทางลงบันได้รถไฟฟ้าเลยค่ะ จริงๆ ทรายก็แิอบติดใจเหมือนกัน กะว่าจะหาเวลาไปนั่งอ่านหนังสือ ดื่มกาแฟอีกครั้งเหมือนกัน เสียแต่ว่า ไกลจากบ้านทรายไปหน่อย อิอิ

อ้อ ที่ร้านนี้เค้ามีบริการอินเทอร์เน็ตด้วยนะคะ ถ้าใครสนใจก็สามารถขอซื้อชั่วโมงเน็ทเพื่อใช้งานภายในร้านได้ค่ะ ส่วนภาพบรรยากาศก็ไปตามดูที่ด้านล่างได้เลยค่ะ ^ ^

0
Like

6 Tips for Coffee Lovers

สวัสดีค่ะ เมื่อไม่นานมานี้มีโอกาสได้ไปอ่านนิตยสาร First มาค่ะ แล้วเห็นมีบทความให้ข้อมูลที่ดีที่เกียวกับการดื่มกาแฟ ก็เลยนำข้อมูลนี้มาบอกเล่า บอกต่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันค่ะ ^ ^

รู้ก่อนดื่มกาแฟ

  • โดยปรกติทั่วไปเราสามารถดื่มกาแฟได้มากถึง 6 แก้ว / 1 วัน

    แต่ต้องไม่เข้มจนเกินไป ไม่มากกว่า 2 ช้อนชา / 1 ถ้วย สำหรับคนที่เป็นโรคหัวใจหรือมีปัญหาเรื่องความดัน ซึ่งร่างกายอยู่ในภาวะไม่ปรกติควรลดปริมาณการดื่มกาแฟไม่เกิน 2 แก้ว/1 วัน
  • ข้อดีของกาแฟ คือ ช่วยกระตุ้นและทำให้ร่างกายมีความตื่นตัว

    โดยเข้าไปกระตุ้นหลอดเลือดแถวที่เลี้ยงหัวใจให้ขยายตัว จึงทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจได้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า
  • กาแฟยังช่วยบรรเทาอาการปวดไมเกรนให้ลดลง

    ช่วยให้หลอดเลือดแถวบริเวณศีรษะหดตัว สอดคล้องกับคุณสมบัติของยาแก้ปวดไมเกรนในทางการแพทย์ ที่มีชื่อว่า “คาฟอริกอต” เป็นกาเฟอีนสกัด จัดเป็นยาสำหรับแก้อาการปวดไมเกรนเฉพาะ
  • ถ้าอยากสร้างความตื่นตัวแต่ไม่อยากให้กาเฟอีนอยู่ในร่างกายของเรามากเกินไปแนะนำให้
    เลือกดื่มกาแฟดำแทนเพราะว่าร่างกายจะขับออกมาได้ง่ายกว่า แต่ถ้ากาแฟที่ผสมทั้งนม น้ำตาล และ คอฟฟี่เมต จะมีปริมาณสารอาหารเพิ่มขึ้น ร่างกายจะทำการดูดซึมสารอาหารเข้าสู่กระแสเลือด ซึ่งมีผลให้กาเฟอีนตกค้างอยู่ในร่างกายนานกว่า
  • ระหว่างกาแฟเย็น กับ ร้อนแนะนำให้เลือกดื่มกาแฟร้อนดีกว่า

    ถ้าเทียบพลังงานแล้ว กาแฟร้อนจะให้พลังงานต่ำกว่ากาแฟเย็น โดยกาแฟเย็น 1 แก้วให้พลังงานประมาณ 300 แคลอรี่ แต่ถ้าเทียบกับกาแฟดำร้อนจะไม่เกิน 100 แคลอรี่ / 1 แก้ว
  • กาเฟอีนเป็นตัวละลายแคลเซียม

    กาแฟจะขับเอาแคลเซียมที่สะสมตามกระดูกและผิวหนังออกมา เวลาที่เราปัสสาวะ ดังนั้นคนที่อายุเข้าสู่เลขสามแล้ว ควรลดปริมาณการดื่มกาแฟให้น้อยลง เพราะอาจมีผลให้กระดูกพรุนได้ง่าย

ขอบคุณข้อมูลจาก คุณ รุ่งเรือง คลองบางลอ นักโภชนาการจาก Philip Waim
ที่มา : นิตยสาร First

0
Like

ทายนิสัยท่าทางยามดื่มกาแฟ

ก่อนจะเข้าสู่วันปีใหม่ Coffee Blood ขอนำเรื่องราวเกี่ยวกับการทำนายมาฝากให้ได้อ่านกันอีกสักหนึ่งบทความก่อนที่จะเดินทางเข้าสู่ปีใหม่อีกหนึ่งปีเมื่อครั้งที่ผ่านมาได้นำคำทำนายที่เกี่ยวกับรสชาติของกาแฟที่ชื่นชอบไปแล้ว และยังลักษณะหรือรูปแบบของแก้วกาแฟที่ชื่นชอบว่าสามารถบ่งบอกความเป็นตัวคุณได้ไปแล้ว ยังไม่หมดเท่านี้นะคะ คุณทราบหรือไม่คะว่า ลักษณะท่าทางยามที่คุณดื่มกาแฟนั้น ก็สามารถบอกความเป็นตัวตนของคุณได้เช่นกันค่ะ

ลักษณะท่าทางของแต่ละคนก็ย่อมแตกต่างกันออกไป ดังนั้นเรามาดูกันว่าแต่ละท่าทางยามที่ดื่มกาแฟนั้น จะบ่งบอกว่าคุณเป็นคนอย่างไรบ้างดีกว่าค่ะ

ใช้นิ้วชี้เกี่ยวใช้นิ้วชี้เกี่ยวถ้วยกาแฟ

คนที่ใช้นิ้วชี้เกี่ยวหูถ้วยกาแฟเอาไว้ แล้วก็ใช้นิ้วโป้งยันขอบถ้วยกาแฟด้านบนอีกนั้น เป็นท่าที่คนส่วนใหญ่มักใช้ถือถ้วยเวลาชงกาแฟดื่มกัน ซึ่งได้แสดงถึงนิสัยที่เป็นคนมีอัตตาสูง หรือมีความคิดว่าตัวเองดีที่สุด จึงทำให้เป็นคนที่ไม่ค่อยฟังความคิดเห็นของคนอื่นสักเท่าไหร่

ใช้นิ้วมือ 3 นิ้วเกี่ยวถ้วยกาแฟ

คนที่ใช้นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางเกี่ยวหูถ้วยกาแฟเอาไว้ โดยที่มีนิ้วโป้งคอยยึดขอบบนของถ้วยกาแฟนั้นแสดงถึงนิสัยที่เชื่อมั่นในตัวเอง และยังเป็นคนที่มีความมั่นคงสูง โดยเฉพาะในเรื่องความรัก ดังนั้นเมื่อรักใครก็มักจะรักเดียวใจเดียว ไม่ชอบคบคนทีละหลายๆ คน เป็นคนจริงจัง ซีเรียสกับเรื่องการใช้ชีวิตอยู่

ใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้ถือถ้วยกาแฟ

สำหรับคนที่มีใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้เท่านั้นที่ถือถ้วย ส่วนนิ้วที่เหลือ คือนิ้วกลาง นาง ก้อย จะยื่นกางออกมาหมดนั้น จะแสดงถึง ลักษณะนิสัยที่เป็นคนเปลี่ยนแปลงง่าย จะทำทุกอย่างตามอารมณ์ของตัวเอง ซึ่งในสายตาคนทั่วไปมองว่าไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอยสักเท่าไหร่ แต่โดยพื้นฐานแล้วเป็นคนที่คุยสนุก ร่าเริง แจ่มใส

ใช้นิ้วก้อยยันก้นถ้วยเอาไว้

คนที่ใช้นิ้วโป้งยันขอบบนของถ้วยกาแฟ และนิ้วก้อยยันขอบล่างหรือก้นถ้วยเอาไว้ แล้วทั้งสามนิ้วคือนิ้วชี้ กลาง นางจะเกี่ยวห่วงถ้วยกาแฟเอาไว้นั้น นิสัยโดยทั่วไปมักเป็นคนที่มีนิสัยรักความอิสระ ไม่ชอบให้ตนเองตกอยู่ในการควบคุมของใคร มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ชอบทำในสิ่งที่คนอื่นไม่ทำกัน แล้วยังรักชีวิตที่ได้เสี่ยงภัยมากอีกด้วย

ถือถ้วยกาแฟโดยนิ้วก้อยกางออก

เป็นคนทีนิสัยเงียบๆ ไม่ชอบการได้อยู่ในกลุ่มคนมากสักเท่าไหร่ ยิ่งคนที่ไม่คุ้นเคยกันมาก่อน แต่ก็ไม่ใช่คนสมถะหรือสันโดษเสียทีเดียว แต่ออกไปทางชอบหมกมุ่นอยู่กับความคิดและปัญหาของตัวเองมากกว่า หรืออาจจะเรียกว่าเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูงก็ว่าได้ และเมื่อพบเจอกับปัญหาก็จะชอบที่จะครุ่นคิด พิจารณาด้วยตนเองมากกว่าการไปปรึกษาคนอื่น

ใช้สองมือกุมถ้วยกาแฟ

เป็นคนที่มีนิสัยอ่อนโยน โรแมนติก ช่างฝันมาก ใจอ่อน บ่อน้ำตาตื้นซะไม่มี แค่ดูหนังเศร้าๆ เข้าหน่อยก็ร้องไห้ได้เป็นวรรคเป็นเวร ขี้งอนและเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่สุด แต่ก็มีความน่ารักตรงที่เป็นคนรักบ้าน ชอบอยู่ใกล้ชิดครอบครัว

เป็นอย่างไรบ้างคะ ตรงกันบ้างหรือเปล่า นอกจากจะมีคำทำนายเกี่ยวกับท่าทางยามดื่มกาแฟมาฝากแล้ว ยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่อยากแนะนำค่ะ เพื่อนๆ คงเคยนอนหลับแล้วฝันกันอย่างแน่นอนนะคะ บางคนก็เอาไปตีเป็นเลขเด็ดก็มี แต่จะถูกหรือเปล่าอันนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกันนะคะ แล้วทีนี้เพื่อนๆ เคยฝันถึงกาแฟบ้างหรือเปล่าคะ เชื่อไหมคะว่าการทำนายความฝันสำหรับผู้ที่ฝันถึงกาแฟด้วยนะคะ แต่จะมีความหมายอย่างไร ต้องติดตามอ่านกันที่ http://www.tumnaifun.com/ ค่ะ ^ ^

0
Like

Chill chill at iBerry

ตามที่ได้ให้สัญญาว่าจะนำภาพบรรยากาศภายในร้านกาแฟ iBerry ของคุณโน้ตอุดม ที่จังหวัดเชียงใหม่มาให้ชม วันนี้ก็ได้ฤกษ์งามยามดีอัพขึ้นบล็อกให้ชมกันเสียทีนะคะบรรยากาศภายในร้านนั้นก็แน่นอนว่าตกแต่งได้อย่างสวยงามอยู่แล้ว ตามสไตล์ของศิลปินนะคะ ตั้งแต่หน้าร้านเข้ามาก็มีรูปปั้นใหญ่เด่นเป็นสง่าก็คือ รูปของท่านเหมาเจ๋อตุง และก็สัญลักษณ์ที่ดูเหมือนจะเป็นตัวแทนพี่โน้ตไปแล้ว

ส่วนบริเวณภายในร้านที่ชอบมากๆ ก็จะเป็นโคมไฟหลากสีที่ใช้ถ้วยพลาสติกหลายๆ สีมาบรรจุอยู่ในกรงเหล็กอีกที หากสงสัยว่าเป็นอย่างไร ลองดูที่รูปก็ได้นะคะ นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีเก้าอี้ที่มีลักษณะเหมือนหีบหรือกล่องโบราณน่ะค่ะ ของตกแต่งในร้านส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นของโบราณที่นำมาตกแต่งได้อย่างสวยงาม แบบอาร์ทๆ จริงๆ

และเท่าที่สังเกตจะเห็นว่านิยมใช้สัญลักษณ์เหมือนกับหัวมิกกี้เมาท์นะคะ บริเวณที่นั่งทานในร้านก็จะมีผนังที่ทำเป็นสัญลักษณ์นั้นด้วย (สามารถชมภาพได้ที่สไลด์ด้านล่างนะคะ) นอกจากผนังแล้ว ก็ยังมีหมายเลขคิวที่จะตั้งไว้บนโต๊ะเหมือนเวลาที่สั่งอาหารแล้วแจ้งให้พนักงานทราบน่ะค่ะว่าโต๊ะเบอร์อะไรยังไม่ได้ของบ้าง ก็จะเป็นรูปสัญลักษณ์ iBerry ที่คล้ายกับหัวมิกกี้เมาท์เหมือนกัน ก็น่ารักไปอีกแบบค่ะ

ส่วนไอศกรีมของร้านนั้นก็อร่อยจริงๆ ค่ะ ตอนที่ไปทานนั้นจำไม่ได้แล้วจริงๆ ว่าทานรสอะไรไป – -“ ต้องขออภัยด้วย มัวแต่นั่งชมบรรยากาศภายในร้านซะเพลิน แต่ที่จำได้แน่นอนก็คือ รสชาติของกาแฟคาปูชิโน่ร้อน จำได้ว่ารสชาตินุ่มมากๆๆๆๆ จริงๆ ค่ะ ถ้าใครมีโอกาสได้ไป อย่าลืมลองสั่งคาปูชิโน่ร้อนมาดื่มดูบ้างนะคะ เพราะว่ารสชาติของเค้านั้นนุ่มจริงๆ ค่ะ ต้องลองๆๆ ^^

0
Like

Coffee in Love at Pai

ตอนนี้ก็เข้าช่วงหน้าหนาวเข้ามาเรื่อยๆ แล้วนะคะ นอกจากหน้าหนาวที่ใกล้เข้ามาแล้วก็ยังมีเทศกาลวันหยุดยาวช่วงสิ้นปีที่กำลังใกล้เข้ามาด้วยเหมือนกันหลายๆ คนก็เริ่มที่จะวางแผนกันแล้วนะคะว่า สิ้นปีนี้จะไปเที่ยวที่ไหนกันดี และก็รับรองว่าคนส่วนใหญ่ถ้าให้เลือกไปเที่ยวในช่วงหน้าหนาวก็คงหนีไม่พ้นการเลือกไปเที่ยวทางภาคเหนือ เพื่อรับอากาศของความหนาวที่มีมากกว่าภาคอื่นๆ รวมถึงกรุงเทพฯ เป็นส่วนใหญ่แน่นอนและสถานที่ท่องเที่ยวที่หนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก และอีกไม่นานก็จะมีการจัดกิจกรรมที่น่าสนใจสำหรับคนรักหนังรวมคนที่รักบรรยากาศสงบๆ ของต่างจังหวัด นั่นก็คือ เมืองปาย นั่นเองค่ะและเมื่อราวๆ สิ้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปเยือนเมืองปายมาค่ะ ถึงแม้อากาศในช่วงนั้นยังไม่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวมากนัก แต่บรรยากาศที่สงบ และบรรยากาศแห่งเมืองท่องเที่ยวนั้นก็ยังอบอวลอยู่ไม่น้อย ถึงแม้จะไม่เรียกว่าประทับใจแบบลืมไม่ลง แต่ก็ทำให้รู้สึกว่าถ้ามีโอกาสก็คงต้องกลับไปเยือนเมืองปายอีกสักครั้งอย่างแน่นอนค่ะ

เมื่อมีโอกาสได้ไปเยือนเมืองปายและแม่ฮ่องสอน ขอบอกว่าที่นั่นมีร้านกาแฟสดเต็มไปหมดจริงๆ ค่ะ และแต่ละร้านเองต่างก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป แต่โดยส่วนใหญ่แล้วตกแต่งร้านได้อย่างน่านั่งมากๆ จริงๆ ค่ะ และเมื่อบอกว่าไปปาย น้อยคนนักนะคะที่จะพลาดการเข้าไปถ่ายรูปและพักดื่มกาแฟร้านที่มีชื่อว่า Coffee In Love ซึ่งทรายก็มีโอกาสได้ไปถ่ายรูปเหมือนกัน เลยขอถือโอกาสเก็บภาพบรรยากาศมาฝากให้ได้ชมกันค่ะ

0
Like

วิธีการดื่มกาแฟ

สวัสดีเพื่อนๆ ผู้รักกาแฟทุกท่าน จากคราวที่แล้วเราได้ทำความรู้จักกับชนิดของกาแฟ รสชาติ และลักษณะการคั่วของเมล็ดกาแฟต่างๆ ไปแล้ว รวมไปจนถึงการทายนิสัยจากการชอบแก้วกาแฟ วันนี้เราก็มีข้อมูลที่เกี่ยวกับกาแฟมาอัพเดทกันอีกครั้งค่ะ

สำหรับวันนี้เรามาเรียนรู้วิธีการดื่มกาแฟในแต่ละชนิดกันบ้างดีกว่านะคะ เพื่อที่เราจะได้ลิ้มรสชาติของกาแฟแต่ละประเภทอย่างลึกซึ้งกันค่ะ สำหรับกาแฟประเภทแรกที่เราจะนำมาแนะนำให้ได้ทราบกันก็คือ

เอสเพรสโซ่ แค่ฟังชื่อก็เรียกความเข้มข้นออกมาได้เยอะแล้วนะคะ สำหรับเอสเพรสโซ่ นี้ต้องดื่มในลักษณะที่เรียกว่าผ่านฟัน เพื่อให้ได้สัมผัสรสชาติของกาแฟ และควรดื่มรวดเดียวในเวลา 10-20 วินาทีด้วยนะคะ
คาปูชิโน่ เวลาที่เราจะดื่มคาปูชิโน่ร้อนนั้น ไม่ควรนำช้อนมาคนนะคะ นอกเสียจากจะมีการเพิ่มน้ำตาลลงไปเพื่อเพิ่มความหวาน ถึงจะค่อยคนกาแฟ ทั้งนี้ก็แนะนำด้วยว่า ให้คนในลักษณะเพียงเบาช้อนเท่านั้นนะคะ มิเช่นนั้นแล้วฟองนมกับซิเนม่อนจะมารวมตัวกันค่ะ เพื่อที่เราจะได้ลิ้มทั้งรสและกลิ่นของกาแฟ และ ซิเนม่อน นั่นเองค่ะ
ลาเต้ สำหรับลาเต้นั้น แนะนำให้ใช้ช้อนตักฟองนมที่เหลือติดอยู่ก้นถ้วยให้หมดทุกครั้งนะคะ จะได้ลิ้มรสที่เรียกว่าจนหยดสุดท้ายค่ะ ^ ^

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่นำมาฝากกันในวันนี้ สำหรับครั้งหน้านั้น coffee-blood จะนำเรื่องอะไรมาฝากคงต้องติดตามกันนะคะ

ขอให้ดื่มกาแฟอย่างมีความสุขค่ะ

 

You need to log in to vote

The blog owner requires users to be logged in to be able to vote for this post.

Alternatively, if you do not have an account yet you can create one here.

Powered by Vote It Up