Tag Archives: coffee shop

ณ เชียงราย (วันสุดท้าย)

4 Oct

วันที่ 3 เที่ยววันสุดท้ายที่เชียงราย วันนี้ชิลแบบสุดๆ เพราะไม่มีแผนอะไรเลย อิอิ เริ่มตอนเช้าด้วยการว่ายน้ำที่โรงแรม ทานอาหารเช้าพักผ่อนนั่งอ่านหนังสือนิดๆ หน่อยๆ ทุกครั้งที่ไปเที่ยวต่างจังหวัดมักจะต้องเอาหนังสือของ ปราย พันแสงติดตัวไปเสมอ เปลี่ยนเล่มไปเรื่อยๆ คราวนี้เอาเรื่องรักใครไปอ่าน เจอประโยคนึงที่ ศุ บุญเลี้ยงเขียนไว้ให้  “ทุกวันนี้เรามีคนโดดเด่นอยู่มากมาย แต่แห้งแล้งความรู้สึกและขาดแคลนความจริงใจ” อ่านไปได้นิดๆ หน่อยก็ check out ออก

ร้านกาแฟดอยช้าง

แล้วไปนั่งร้านกาแฟที่ร้านดอยช้าง แป๊บนึง อ่านหนังสือต่อ กินกาแฟอีกนิด สั่งกาแฟดอยช้างมาชิม แปลกใจที่มาเที่ยวรอบนี้ไม่มีกาแฟถูกใจเลยสักร้าน 555 นั่งสักพักเราก็ไปหาข้าวกินกันแล้วก็ไปซื้อของฝากที่ร้านสุจินต์ ไส้อั่วกับน้ำพริกอร่อยค่ะ

วัดร่องขุ่่น

เสร็จแล้วก็ไปเที่ยววัดร่องขุ่นต่อค่ะ มาถึงเชียงรายไม่ไปไม่ได้ค่ะ วัดร่องขุ่นสวยมากมีความอ่อนช้อยกว่าจะทำออกมาได้ขนาดนี้นับถือมากๆ ค่ะ ต้องใช้เวลา ความประณีตมากๆ จริงๆ และด้วยความที่ใส่กางเกงขาสั้นไปเลยต้องนุ่งผ้ายาวเพื่อความเรียบร้อย คราวนี้เลยได้กลายร่างเป็นแม่หญิงจริงๆ ไปเลยค่ะ 555 เดินชมวัดแล้วเข้าไปชมงานเขียนของอ.เฉลิมชัย แล้วแบบว่าขนลุกมากๆ ขนลุกจริงๆ งานเขียนทุกงานมีความสวยงาม ที่สำคัญมีมิติ รู้สึกว่า อ.เป็นคนที่ใช้สีน้ำเงินและสีฟ้าได้สวยมากนะ เดินดูไปขนลุกไป สุดยอดจริงๆ ค่ะ ไว้คราวหน้าจะถ่ายรูปโปสการ์ดรูปที่ซื้อมาให้ดูค่ะ เราเห็นว่าที่วัดนี้จะมีตู้เก็บของด้วย แต่เป็นของที่นักท่องเที่ยวลืมวางทิ้งไว้นะ ก็จะเก็บมารวมๆ ไว้ในตู้ดีเหมือนกันนะ ชอบการได้เดินดูงานศิลปะแบบนี้มันทำให้เราหลุดไปอีกโลกนึง ได้สัมผัสกับความคิดความรู้สึกของงานศิลปะ ได้หยุดนิ่ง ได้สัมผัสกับสิ่งที่เราไม่สามารถจับต้องมันได้ ทำให้หัวใจเราหยุดวุ่นวายอยู่นิ่งๆ ได้คิดได้จินตนาการ รู้สึกเต็มและอิ่มกับงานศิลปะจริงๆ :)

ถนนคนม่วน (ถนนคนเดินวันอาทิตย์)

เสร็จแล้วเราก็มาเดินเล่นกันที่ถนนคนม่วน เป็นถนนคนเดินวันอาทิตย์อีกสายหนึ่งค่ะ ของขายก็คล้ายๆ กับถนนคนเดินวันเสาร์เลย แต่วันนี้เพลียมากเลยเดินได้ไม่มากเท่าไหร่ นักพักทานโน่นนี่ไปรอคุณหนึ่ง (ผู้มีอุปการคุณ 555)มารับเราไปส่งสนามบินกลับกรุงเทพ ระหว่างทางแอบสงสัยเหมือนกันว่า ทำไมถนนเส้นที่มุ่งหน้าไปสนามบินถึงได้เงียบ และมืดจัง มันควรจะเป็นถนนสายหลักที่สว่างสิเพราะมันเป็นทางไปสนามบิน นักท่องเที่ยวก็เยอะนะ แอบสงสัยนิดนึง อย่างหนึ่งที่ชอบภาคเหนือไม่ว่าจะเป็นเชียงราย หรือ เชียงใหม่ก็ตาม เรารู้สึกว่าคนที่นั่นเค้าใจดี ใจเย็น ยิ้มแย้ม มีน้ำใจให้กับคนอื่นมาก ไม่ขี้เหวี่ยงไม่ขี้หงุดหงิดเหมือนคนในเมืองอ่ะ ชอบมาก

ความรู้สึกหนึ่งที่เกิดขึ้นทุกครั้งหลังจากไปเหนือไม่ว่าจะเชียงรายหรือเชียงใหม่คืออาการคลุ้มคลั่งอยากไปอยู่ที่โน่นทุกครั้ง ไปทำงานไปอยู่มีบ้านอยู่ที่โน่นก็ได้นะ มันชอบอย่างบอกไม่ถูกเลย เป็นความรู้สึกที่ติดค้างมาตลอดและเป็นทุกครั้งที่ได้ไปเหนือ กลับมาจะคลุ้มคลั่งหนักหน่อย บ่นเยอะหน่อยว่าอยากไปอยู่ พอเวลาผ่านไปความรู้สึกนี้ก็ยังอยู่อยู่ดี มันไม่เคยหายไปจากความรู้สึกเลยนะ ไอการอยากไปอยู่เหนือเนี่ย สักวันมั้ย จะมีสักวันมั้ยที่ได้ไปอยู่ เดี๋ยวเดือน 11 จะไปเชียงใหม่อีก สงสัยจะได้คลุ้มคลั่งกับความรู้สึกนี้ตายแน่ๆ 555 จบแล้วจ้าเที่ยว 3 วันแบบไม่แพลนอะไรเท่าไหร่ ชิลกันเหลือเกิน 555

ณ เชียงราย (ภาคต่อ)

2 Oct

บ้านดำ

วันที่ 2 มาแล้วจ้า วันนี้เราจะช็อปๆๆๆ กันทั้งวันเลย อิอิ วันนี้เราเช่ารถในราคาที่ถูกมากกก รถเก๋ง Hyndai แอร์เย็นเจี๊ยบลุงคนขับใจดีในราคา 1300 พร้อมคนขับรถและน้ำมัน (แต่สุดท้ายก็เพิ่มให้ล่ะเพราะอยู่ดึก) เริ่มเที่ยวที่แรกด้วยบ้านดำของอ.ถวัลย์ ดัชนี ที่เน้นโทนสีดำ และบ่งบอกเตือนสติเราได้มากพอสมควรนะ

สักวันหนึ่งเราก็ต้องละสิ่งที่เป็นตัวเราออกไป ไม่เหลืออะไรที่บอกได้ว่า “เป็นของเรา” เพราะไม่เคยมีอะไรที่เป็นของเราอย่างแท้จริง

Parabola Coffee Shop

ระหว่างทางที่จะไปดอยตุงมีร้านกาแฟร้านนีงที่มีคนแนะนำมาว่าต้องแวะคือร้าน Parabola ตกแต่งร้านน่ารักดีเหมือนกัน แต่ในความรู้สึกเหมือนยังแต่งได้ไม่สุดอ่ะ 555 มันน่าจะเก๋ได้มากกว่านี้ เลยไปลองกาแฟซะหน่อยสั่ง Parabola Ice coffee รสขาติกาแฟก็ไม่ได้น่าเกลียดแต่ก็ไม่ได้ประทับใจ สรุปคือเฉยๆ อ่ะ 555 มันธรรมดามากจริงๆ นะ คล้ายๆ Black Canyon แต่อ่อนกว่า หวานน้อยกว่า สำหรับคนอื่นอาจจะชอบก็ได้นะแต่สำหรับเราเฉยๆ อ่ะ

พระตำหนักดอยตุง

เสร็จแล้วก็มุ่งหน้าไปเที่ยวที่พระตำหนักดอยตุงต่อ ที่นี่อากาศดีมาก ได้เข้าใจและรู้สึกถึงการมาสูดอากาศบริสุทธิ์อย่างเต็มปอดจริงๆ สำหรับค่าเข้าชมที่พระตำหนักดอยตุงจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนของสวน ส่วนของพระตำหนัก อีกส่วน(จำไม่ได้ แหะๆ) แต่ด้วยความที่เดี๋ยวเรากลัวจะมีเวลาไปเดินแม่สายไม่พอเลยเลือกเข้าที่สวนดอกไม้อย่างเดียว แค่สวนดอกไม้ก็เดินถ่ายรูปๆ นานแล้วล่ะ เดินๆ ไปก็คิดว่าอืม ถ้ามาหน้าหนาวบรรยากาศคงดีมากๆ นี่ขนาดมาหน้าฝนยังดีเลย เดินถ่ายรูปไปมาแล้วก็แวะไปนั่งกินมาม่ากับเครื่องดื่มที่ร้านดอยตุง คราวนี้คงสั่งกาแฟไม่ไหวล่ะ ตั้งแต่เช้าถึงเที่ยงจัดกาแฟไปแล้ว 2 เลยขอผ่าน สั่งชาไทยนมมาลองกินดู ไม่ค่อยประทับใจอีกเหมือนกัน เพราะมันหวานมากๆ เกินไป แต่บรรยากาศดี และพนักงานก็บริการได้อย่างน่ารัก เสร็จแล้วมุ่งหน้าไปแม่สายกันต่อนะคะ

แม่สาย

มาถึงแม่สายก็ต้องข้ามไปฝั่งพม่า ก่อนข้ามไปต้องไปทำหนังสือขอผ่านราคา 30 บาท เสร็จแล้วก็เอาไปยื่นขอผ่านทางไปพม่า เสียให้พม่าอีก 10 บาท ลุงคนขับบอกว่าถ้าเป็นคนไทยให้ไปขอหนังสือชั่วคราวแบบนี้ดีกว่าเพราะมันจะถูกกว่า แต่ถ้าใช้เป็น Passport จะเสียค่าผ่านทางในราคาต่างชาติก็เป็นร้อยอ่ะค่า น่าเสียดายอยู่อย่างนึงพอไปถึงแล้วฝนดันตก ถ้าไม่ตกคงเดินได้สนุกกว่านี้ ข้ามฝั่งไปแล้วไม่ชอบที่คนพม่ามาขายของยื่นนั่นนี่ให้ ชวนนั่งรถแบบตามตัว ติดตัว ไม่ชอบเลย ผู้หญิงก็ระวังกันหน่อยนะคะ ถ้าใครจะซื้อของก็อปแบรนด์เนมก็แนะนำว่าให้เดินดูหลายๆ ร้านก่อน เพราะยิ่งเดินเข้าไปไกลราคายิ่งถูกและต่อได้เยอะกว่าร้านหน้าๆ แล้วก็ CD, MP3 ที่นี่ถูกมาก MP3 แผ่นละ 10 บาท หนังก็ถูก CD เพลงก็ถูก ก่อนจะจ่ายเงินก็ลองให้ร้านเค้าลองเล่นแผ่นให้ก่อนก็ได้จะได้รู้ว่าแผ่นเสียหรือเปล่านะคะ

ถนนคนเดินเชียงราย

จบจากการเดินช็อปปิ้งไปเดินข็อปกันต่อที่ถนนคนเดินนะคะ ที่นี่เสื้อผ้าขายเยอะมาก สไตล์ก็เหมือนกรุงเทพเลย ก็แบ่งเหมือนเป็นโซนๆ เลย โซนอาหารก็อาหารยาวไป ของเล่นของฝากก็ยาวไป เสื้อผ้าแฟชั่นก็ยาวไปอะไรทำนองนั้นค่ะ ที่นี่ก็ได้แต่ของฝากกับกินจ้า อาหารแปลกๆ ที่ชอบก็ข้าวแรมฟืนเป็นอาหารของพม่ามีแป้งแบบเส้นกับก้อน เราว่าแบบเส้นอร่อยกว่าน้ำปรุงเครื่องเทศเข้ากว่า จะมีกลิ่นของเครื่องเทศพวกตะไคร้ออกเปรี้ยวเผ็ดนิดๆ แปลกๆ และก็อร่อยดีเหมือนกัน ถ้าใครไปก็ลองชิมดูนะคะ จบแล้วจ้าวันที่ 2

ความแตกต่างระหว่างเอสเพรสโซ่กับอเมริกาโน่

6 Jan

วันนี้อยู่ๆ ก็เกิดสงสัยขึ้นมาว่าระหว่าง “เอสเพรสโซ่ กับ อเมริกาโน่” มันต่างยังไง ก็เลยไปลองเสิร์ชหาข้อมูล ซึ่งมันก็ไม่กระจ่างอยู่ดี บางที่บอกว่าอเมริกาโน่คือเอสเพรสโซ่ผสมน้ำร้อน ด้วยความไม่ค่อยจะฉลาดก็สงสัยอีกว่า อ้าว แล้วปรกติเอสเพรสโซ่เค้าไม่ต้องใส่น้ำร้อนหรอ?” สุดท้ายก็เลย Post ถามไปโต้งๆ บน Facebook และ Twitter เลยว่า “เอสเพรสโซ่กับอเมริกาโน่ ต่างกันยังไง”

** บางที่ก็เรียก Americano ว่า Long Black

และแล้วก็ได้คำตอบอย่างกระจ่าง จากพี่ส้ม @muenue และ @AwakenFool

เอสเพรสโซ่ คือ กาแฟแบบเข้มเป็นช็อท

อเมริกาโน่ คือ เอาเอสเพรสโซ่แบบช็อทผสมน้ำร้อน มันก็จะเจือจางกว่า เอสเพรสโซ่หน่อยนึง

ซึ่งร้านกาแฟทั่วไปอาจจะไม่ค่อยมีเอสเพรสโซ่แบบช็อทสักเท่าไหร่ สุดท้ายแล้วที่เรากินเอสเพรสโซ่กันอยู่บางร้านทุกวันนี้ จริงๆ แล้วก็กินอเมริกาโน่ต่างหาก

ไปเรียนชงกาแฟกัน

2 Dec


บ.สุขุมวิท ฮอนด้า ออโตโมบิล ร่วมกับ บ้านไร่กาแฟ จัด Workshop สูตรสำเร็จและการปรุงเครื่องดื่มกาแฟ ในวันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม ตั้งแต่เวลา 08.30 – 12.00น. ค่ะ Workshop นี้ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นนะคะ แต่อันนี้ทรายเริ่มไม่มั่นใจว่า ต้องเฉพาะสำหรับลูกค้าของฮอนด้าเองด้วยหรือเปล่า หรือว่าใครก็ได้ที่ลงทะเบียนไว้นะคะ

ยังไงถ้าหากว่าใครที่สนใจจะลองโทรไปสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่คุณวี ฝ่ายการตลาดที่เบอร์ 0-2391 6000 ต่อ 8405 ดูก็ได้นะคะ ลงทะเบียนตั้งแต่วันนี้ – 9 ธ.ค. นี้นะคะ สำหรับรายละเอียดของงานก็จะมีการให้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องดื่มกาแฟ มีอาหารว่างให้รับประทาน และต่อด้วย Workshop ทดลองผสมเครื่องดื่มกาแฟหลากหลายเมนูค่ะ

ร้านเค้กอร่อย Love at First Bite

13 Nov

มาอัพเดทร้านกาแฟ และร้านเค้กอร่อยๆ ตามสัญญาค่า คราวนี้พาไปไกลถึง จ.เชียงใหม่กันเลยทีเดียว ร้านเค้กอร่อย Love at First Bite ร้านนี้อยู่ในซอยเล็กๆ ค่อนข้างหายาก อีกอย่างถ้าใครที่ไปเที่ยวแบบไม่มีรถยนต์ไปด้วยบอกเลยว่าค่อนข้างจะเดินทางลำบากนิดนึง ขนาดตอนไปมีรถพี่ที่รู้จักพาไปยังหลงทางกันไป 1 รอบเลย – -’ แต่ถ้าไปแบบไม่มีรถจริงๆ ลองเช่ารถสองแถวหรือรถแดงให้พาไปก็ได้ค่ะ

ร้านนี้ตั้งอยู่ซอยหลังโรงเรียนเชียงใหม่คริสเตียน ใกล้สะพานนวรัฐ แนะนำว่าอย่าลืมปริ้นท์แผนที่ หรือดูแผนที่มาให้ดีก่อนให้รถแดงพาไปด้วยนะคะ สำหรับคนรักเค้กและกาแฟ อย่าเพิ่งท้อใจ เพราะบอกได้คำเดียวว่าคุ้มค่ากับการเดินทางลำบากแน่นอน เพราะที่นี่เค้ามีชื่อมากๆ เรื่องเค้กอร่อย มีคนมาทานเยอะมากๆ ถึงกับต้องต่อแถวกันเลยทีเดียว

เมื่อไปถึงที่ร้านถึงกับตกใจเพราะว่าคนแน่นร้านมากๆ ที่นั่งจะแบ่งเป็น 2 ส่วนส่วนที่เป็นห้องแอร์ กับ open air ใต้ร่มไม้ ที่ร้านนี้มีต้นไม้เยอะมาก ดูร่มรื่นดีค่ะ แต่คงเป็นเพราะวันที่ไปเป็นวันอาทิตย์คนเลยเยอะไปนิดนึง ไปถึงก็เริ่มสั่งด้วยของหนักก่อนเลยคือมักกะโรนีชีส ตามด้วยพายไก่ รสชาติอร่อยดีค่ะแต่ก็ยังไม่ได้รู้สึกว่าอร่อยเทพจนลืมไม่ลง

มักกะโรนีชีส

พายไก่

ตามด้วยกาแฟ ใจจริงแล้วทรายอยากสั่งคาปูชิโน่มากเลยนะ แต่ด้วยความรู้สึกที่ว่าเมื่อเรามาร้านกาแฟหรือร้านเค้กข้างนอกแล้ว มันต้องลองกาแฟแปลกๆ ที่เป็นจุดเด่นของร้านที่ที่อื่นไม่มีสิ เพื่อลองของแปลกของใหม่ คาปูชิโน่ที่เราชอบน่ะสั่งที่ไหนเมื่อไหร่ก็มี เพราะฉะนั้นด้วยความลองของเลยสั่ง White Chocolate Raspbery Latte ดื่มเข้าไปคำแรก สัมผัสถึงกลิ่นหอมของ Raspberry ก่อนเลย แล้วกลิ่นของกาแฟจึงตามมาแค่จางๆ อ่อนๆ เท่านั้นเอง รสกาแฟค่อนข้างจืดมาก ไม่หวาน ไม่ขม เน้นกลิ่นหอมของ Raspberry มากกว่า เพราะฉะนั้นถ้าใครเป็นคอกาแฟแนะนำว่ากลับไปดื่มพวก Latte, Cappucino หรือ Espresso เหมือนเดิมดีแล้วค่ะ 55

White Chocolate Raspberry Latte

มาต่อกันที่ไฮไลท์อย่างขนมเค้กกันดีกว่า วันนั้นเราสั่ง บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก, Tiramisu และที่เป็นไฮไลท์ที่สุดของวันนั้นคือ Volcano Cake อันนี้นี่ทานเข้าไปแล้วแบบอร่อยเทพ พอเค้กนุ่มๆ พร้อมกับชอคโกแลตอุ่นๆ ไม่หวาน ไม่ขมจนเกินไปเข้าปากปุ๊บแล้วอื้อหือ ล่องลอย หลับตาพริ้มกันเลยทีเดียว เป็นที่ฮือฮาในโต๊ะมาก – -’ ทุกคนลงความเห็นว่า Volcano Cake ถ้วยนี้อร่อยที่สุด อร่อยเทพๆ จริง อิอิ Volcano Cake คล้ายๆ กับชอคลาวา ของ After You เลย เพียงแต่ว่าหน้าตาชอคโกแลตมันไม่ได้ไหลเยิ้ม แต่ทรายว่า volcano cake อร่อยกว่าอ่ะ เพราะว่าชอคโกแลตกำลังหวานและขมพอดี ของ After You ทรายว่าชอคโกแลตมันขมแล้วก็เหม็นเหมือนกลิ่นไหม้มากไปหน่อยนะ

Volcano Cake

Tiramisu

วันนั้นแค่ได้ Volcano cake เข้าไปถ้วยนึงนี่รู้สึกล่องลอย มีความสุขไปทั้งวันเลย อิอิ รู้สึกไม่ผิดหวังเลยจริงๆ ที่อุตส่าห์ตามหาร้านนี้จนเจอให้ได้ ถ้าใครไปเชียงใหม่แล้วชอบทานเค้ก อย่าลืมแวะไปร้านนี้นะคะ แนะนำจริงๆ

จริงๆ แล้วมีร้านกาแฟอีกร้านนึงที่ตั้งใจว่าจะไปนั่งคือร้านกาแฟ(โ)สด ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เค้าบอกว่าถ้าใครโสดแล้วมานั่งร้านนี้ จะเลิกโสด ก็เลยว่าจะไปลองดูซะหน่อยว่าจริงหรือเปล่า อิอิ แต่ไปตามหาแล้ว น้องๆ เค้าบอกว่าร้านย้ายไปแล้ว และก็ไม่รู้ด้วยว่าย้ายไปตรงไหน เสียดายมากๆ เลยอดทดสอบเลย 55 คราวนี้อัพเดทร้านเค้ก กาแฟให้ก่อน คราวหน้าจะพาไปเที่ยวเชียงใหม่ ที่ๆ ไปมานะคะ ^_^

Coffee Cup Design

11 Nov

ไปเจอเว็บที่รวบรวมแก้วกาแฟเก๋ๆ มาค่ะ เลยเก็บมาฝากให้ชมกัน เห็นแล้วอยากได้สักใบสองใบจริงๆ :) วันนี้ดูแก้วกาแฟเก๋ๆ กันไปก่อน คราวหน้าจะอัพเดทร้านกาแฟพร้อมกับเค้กหน้าตาสะสวยแถมอร่อยเทพๆ ให้ได้ดูกัน ขอเวลาเขียนอีกสักวันสองวันนะคะ แล้วจะมาอัพเดทให้ดูกัน :)

Source : http://www.youthedesigner.com/2010/11/10/30-delicious-coffee-cup-design-examples-to-perk-you-up/

มารู้จักกับกาแฟสูตร Breve กัน

21 Sep

ตอนแรกตั้งใจว่าจะหารูปกาแฟที่เป็น Infographic มาให้ดู พอเปิดไปเปิดมาเลยเปลี่ยนใจล่ะ เพราะไปสะดุดเข้ากับกาแฟสูตรหนึ่ง ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน เลยสงสัยว่าเอ๊ะ แล้วมันเป็นกาแฟยังไง ส่วนใหญ่แล้วตามร้านกาแฟสดทั่วไปไม่ค่อยเห็นชื่อพวกนี้สักเท่าไหร่ และจริงๆ แล้วก็ยังมีสูตรกาแฟอีกหลายสูตรเลยล่ะที่เราไม่ค่อยได้ยินหรือรู้จักจากร้านทั่วไปที่เราสั่งอยู่ทุกวันๆ

วันนี้สนใจกาแฟสูตร Breve : café breve คือ กาแฟ Espress กับครีมที่ผสมกับนมในอัตราส่วนครึ่งต่อครึ่ง หรือที่เรียกว่า half and half นั่นเอง ไม่มีอะไรยุ่งยากหรือซับซ้อนเท่าไหร่เลย แต่อาจจะเป็นเพราะคนไม่นิยมดื่มหรือเปล่า หรือว่าดื่มกันอยู่แต่ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไรกันแน่ อันนี้ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ อ้อ ฝากอีกนิดนึงค่ะว่า Espresso เป็นกาแฟพื้นฐานที่เป็นส่วนผสมของกาแฟสูตรอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น mocha, latte’, cappuccino etc. ค่ะ

วันหน้าจะเอาสูตรกาแฟ ที่ไม่ค่อยได้ยินตามร้านทั่วไป มาให้รู้จักกันอีกนะคะ ^^

Coffee Party @ Home

7 Jun

มีเรื่องดีๆ เกี่ยวกับกาแฟมาฝากอีกครั้งค่ะ สำหรับคนที่ชื่นชอบกาแฟ ไม่ว่าจะชอบดื่ม ชอบดม ชอบชง ชอบทานหรือแค่ชอบบรรยากาศก็ตาม ห้ามพลาดงาน Work Shop “Coffee Party @Home” ที่ร้าน อามาตา ชีวา วันที่ 12 มิถุนายนนี้นะคะ

โดยคิดค่าอบรม 1,850 บาทแต่ถ้ามาเป็นคู่ก็ได้รับส่วนลดพิเศษอีก 10% ค่ะ จริงๆ แล้วไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับร้านนี้เลย ไม่ได้ค่าโปรโมทอะไรด้วย แต่คิดว่าราคานี้ไม่แพงเกินไปสำหรับการเข้าอบรมเรียนรู้สูตรกาแฟ ซึ่งถ้าใครที่คิดจะเปิดร้านกาแฟอยู่ก็ถือว่าราคานี้น่าสนใจมากๆ หรือจะไม่ได้เปิดร้านแต่ก็ชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จะไปเรียนไว้ก็ไม่เสียหายอะไรค่ะ อย่างน้อยก็ชงทานเองทุกวันก็ได้เนอะ ^^ ยังไงถ้าสนใจก็ลองสอบถามที่เบอร์ 0-2617 9929 หรือเว็บไซต์ http://www.amatacheeva.com/workshop/ ค่ะ

Ban rai caffe’

25 Jun

พอดีที่บริษัทมีจัด Meeting สำหรับสมาชิก TrawutSpace แล้วก็เลยเลือกร้านบ้านไร่กาแฟ ตรงเอกมัย เป็นสถานที่จัดงาน ี่ร้านเค้าก็ดีตรงที่ว่า เรื่องสถานที่นั้นเค้าไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ เพียงแต่ให้บริจาคตามกำลัง ศรัทธา แล้วทางร้านนั้นจะนำเงินไปทำบุญต่ออีกที

นอกจากร้านจะไม่คิดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังบริการดีมากๆ รวมไปถึงสถานที่ก็สวยงาม กว้างขวาง ที่ร้านเค้าเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ถ้าใครชอบแบบเป็นสัดส่วนก็แนะนำว่าให้ขึ้นไปนั่งดื่มกาแฟที่ชั้น 2 ได้เลย แต่ถ้าใครไปช่วงเย็นๆ หน่อย แนะนำว่าให้นั่งข้างล่างตรงบริเวณลานโล่ง ที่มีต้นไม้เยอะๆ จะเหมาะมาก บรรยากาศจะเป็นแบบชิล ชิล น่านั่งมากๆ ร่มรื่น แล้วยังให้ความรู้สึกสบายๆ มีความเป็นส่วนตัว

ส่วนเรื่องราคาของกาแฟนั้นก็ไม่ได้แพงเิกินร้านอื่นๆ เลย แต่ต้องบอกก่อนว่ากาแฟที่้ร้านบ้านไร่นี้ ที่หน้าเคาท์เตอร์เค้าไม่ได้มีกาแฟแบบที่เราสั่งๆ กันทั่วไปนะ ไม่ใช่คาปูชิโน ไม่ใช่เอสเพรสโซ่ แต่จะเป็นกาแฟไทยๆ (ก็ไม่ใช่โอเลี้ยง โอยั้วะนะ) แต่เค้าจะมีเขียนอธิบายถึงระดับการคั่วของกาแฟ ชอบเข้มหรือไม่เข้มยังไง สามารถสั่งได้

ตอนที่ไปสั่งทีแรกก็ออกแนวงงๆ อยู่เหมือนกันว่าแล้วแต่ละแบบมันต่างกันยังไง บางรายการก็มีชื่อคล้ายๆ กัน ที่ต่างก็จะเป็นเรื่องของระดับความเข้มของกาแฟ กับ ระยะเวลาในการเก็บกาแฟ ว่าแบบไหนเก็บนาน ไม่นาน ก็ไปยืนสั่งแล้วแอบถามพนักงานเค้ามาเหมือนกัน อิอิ

ส่วนบรรยากาศภายในร้านก็มีเก็บรูปมาให้ดูนิดๆ หน่อยๆ นะคะ ส่วนใหญ่จะเป็นภาพบริเวณชั้น 2 ค่ะ สำหรับใครที่สนใจอยากไปลองนั่งก็สามารถนั่งรถไฟฟ้าไปลงสถานีเอกมัย แล้วลงประตูที่ 1ได้เลยค่ะ พอเดินลงมาร้านจะอยู่ติดทางลงบันได้รถไฟฟ้าเลยค่ะ จริงๆ ทรายก็แิอบติดใจเหมือนกัน กะว่าจะหาเวลาไปนั่งอ่านหนังสือ ดื่มกาแฟอีกครั้งเหมือนกัน เสียแต่ว่า ไกลจากบ้านทรายไปหน่อย อิอิ

อ้อ ที่ร้านนี้เค้ามีบริการอินเทอร์เน็ตด้วยนะคะ ถ้าใครสนใจก็สามารถขอซื้อชั่วโมงเน็ทเพื่อใช้งานภายในร้านได้ค่ะ ส่วนภาพบรรยากาศก็ไปตามดูที่ด้านล่างได้เลยค่ะ ^ ^

6 Tips for Coffee Lovers

21 Jun

สวัสดีค่ะ เมื่อไม่นานมานี้มีโอกาสได้ไปอ่านนิตยสาร First มาค่ะ แล้วเห็นมีบทความให้ข้อมูลที่ดีที่เกียวกับการดื่มกาแฟ ก็เลยนำข้อมูลนี้มาบอกเล่า บอกต่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันค่ะ ^ ^

รู้ก่อนดื่มกาแฟ

  • โดยปรกติทั่วไปเราสามารถดื่มกาแฟได้มากถึง 6 แก้ว / 1 วัน

    แต่ต้องไม่เข้มจนเกินไป ไม่มากกว่า 2 ช้อนชา / 1 ถ้วย สำหรับคนที่เป็นโรคหัวใจหรือมีปัญหาเรื่องความดัน ซึ่งร่างกายอยู่ในภาวะไม่ปรกติควรลดปริมาณการดื่มกาแฟไม่เกิน 2 แก้ว/1 วัน
  • ข้อดีของกาแฟ คือ ช่วยกระตุ้นและทำให้ร่างกายมีความตื่นตัว

    โดยเข้าไปกระตุ้นหลอดเลือดแถวที่เลี้ยงหัวใจให้ขยายตัว จึงทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจได้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า
  • กาแฟยังช่วยบรรเทาอาการปวดไมเกรนให้ลดลง

    ช่วยให้หลอดเลือดแถวบริเวณศีรษะหดตัว สอดคล้องกับคุณสมบัติของยาแก้ปวดไมเกรนในทางการแพทย์ ที่มีชื่อว่า “คาฟอริกอต” เป็นกาเฟอีนสกัด จัดเป็นยาสำหรับแก้อาการปวดไมเกรนเฉพาะ
  • ถ้าอยากสร้างความตื่นตัวแต่ไม่อยากให้กาเฟอีนอยู่ในร่างกายของเรามากเกินไปแนะนำให้
    เลือกดื่มกาแฟดำแทนเพราะว่าร่างกายจะขับออกมาได้ง่ายกว่า แต่ถ้ากาแฟที่ผสมทั้งนม น้ำตาล และ คอฟฟี่เมต จะมีปริมาณสารอาหารเพิ่มขึ้น ร่างกายจะทำการดูดซึมสารอาหารเข้าสู่กระแสเลือด ซึ่งมีผลให้กาเฟอีนตกค้างอยู่ในร่างกายนานกว่า
  • ระหว่างกาแฟเย็น กับ ร้อนแนะนำให้เลือกดื่มกาแฟร้อนดีกว่า

    ถ้าเทียบพลังงานแล้ว กาแฟร้อนจะให้พลังงานต่ำกว่ากาแฟเย็น โดยกาแฟเย็น 1 แก้วให้พลังงานประมาณ 300 แคลอรี่ แต่ถ้าเทียบกับกาแฟดำร้อนจะไม่เกิน 100 แคลอรี่ / 1 แก้ว
  • กาเฟอีนเป็นตัวละลายแคลเซียม

    กาแฟจะขับเอาแคลเซียมที่สะสมตามกระดูกและผิวหนังออกมา เวลาที่เราปัสสาวะ ดังนั้นคนที่อายุเข้าสู่เลขสามแล้ว ควรลดปริมาณการดื่มกาแฟให้น้อยลง เพราะอาจมีผลให้กระดูกพรุนได้ง่าย

ขอบคุณข้อมูลจาก คุณ รุ่งเรือง คลองบางลอ นักโภชนาการจาก Philip Waim
ที่มา : นิตยสาร First

Page 1 of 212»
 

You need to log in to vote

The blog owner requires users to be logged in to be able to vote for this post.

Alternatively, if you do not have an account yet you can create one here.

Powered by Vote It Up