0
Like

สูตรกาแฟแบบรูปภาพ

เอาสูตรกาแฟแบบรูปภาพมาฝากกันอีกแล้วค่า พอดีไปเห็นมาอีกเช่นเคย เลยขออนุญาต save แล้วเอามาแบ่งปันล่ะกันนะคะ อันนี้ไม่รู้จริงๆ ค่ะว่าต้นฉบับเดิมนั้นมาจากไหน

0
Like

สูตรกาแฟแบบ Infographic

ไปเจอรูปภาพที่เป็นสูตรกาแฟแบบ Infographic เก๋ๆ เลยเก็บมาฝากให้ดูกันค่ะ โดยในรูปภาพจะบอกส่วนผสมของกาแฟแต่ละชนิดไว้ ว่าต้องใช้กาแฟ น้ำ นม ในปริมาณเท่าไหร่ คิดว่าดูจากภาพแล้วน่าจะเข้าใจ และเอาไปชงได้ง่ายกว่าการที่เรามานั่งอ่านส่วนผสมที่เป็นแค่ตัวหนังสือ เจ๋งจริงๆ ค่ะ เห็นรูปนี้ครั้งแรกแล้วชอบเลย ^^

ขอบคุณที่มา http://www.forevergeek.com/

1
Like

กลุ่มผู้รักการไปนั่งชิวที่ร้านกาแฟ โดยที่ใช้เงินไม่เกิน 60 บาทต่อแก้ว

วันนี้เอากรุ๊ปดีๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องราวของกาแฟมาแนะนำค่ะ ถ้าใครเล่น Facebook บ่อยๆ จะพอรู้ว่าช่วงนี้เป็นช่วงฮิตฮอทกับการสร้าง Fanpage หรือ Page เยอะมากๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเกี่ยวข้องกับการเมืองเป็นส่วนใหญ่ Page แบบฮาๆ ก็มีบ้าง และที่ฮอทมากพวก Page ที่ตั้งชื่อว่า “มั่นใจว่าคนไทยเกิน 1 ล้าน…….” ก็ว่ากันไป

จนรู้สึกว่าคนไทยสร้าง Page กันเยอะเกิน เกินไป กลัวว่ามันจะกลายเป็น Junk Page ใน Facebook จริงๆ ส่วน Page ดีๆ เค้าก็มีอย่างคนที่รักการถ่ายภาพก็จะมี Page “สมาคมผู้ถ่ายภาพไม่เป็น” อันนี้ก็ดีหน่อยตรงที่จะรู้ว่าไอพวกรูปที่เราถ่ายๆ มาน่ะ เค้าเรียกว่า ถ่ายได้ หรือ ถ่ายเป็น กันแน่

แต่ Page ที่จะแนะนำวันนี้ก็คือ “กลุ่มผู้รักการไปนั่งชิวที่ร้านกาแฟ โดยที่ใช้เงินไม่เกิน 60 บาทต่อแก้ว” อันนี้แนะนำจริงๆ สำหรับใครที่ชื่นชอบและเสาะหาร้านกาแฟนั่งทำงาน หรือนั่งอ่านหนังสือ ชิล ชิล ใน Page นี้ก็จะมีเพื่อนๆ เข้ามาแนะนำร้านกาแฟที่เคยไปมา ว่าอยู่ตรงไหน บรรยากาศเป็นยังไงบ้าง ก็จะได้รู้จักร้านกาแฟเพิ่มขึ้นอีกหลายๆ ร้าน ถือเป็น Page ที่สร้าง Community ที่ดีมากๆ Page นึงเลยค่ะ

ถ้าใครสนใจก็ลองเข้าไปที่หน้า Facebook ของตัวเองนะคะ แล้วก็พิมพ์ Search ชื่อกลุ่มผู้รักการไปนั่งชิวที่ร้านกาแฟฯ” หรือจะคลิกที่ลิงค์ดูก็ได้ค่ะ Fanpage : กลุ่มผู้รักการไปนั่งชิวที่ร้านกาแฟ โดยใช้เงินไม่เกิน 60 บาทต่อแก้ว ได้เลยน่าจะเจอค่ะ แล้วไปแบ่งปันร้านกาแฟน่านั่งกันในนั้นค่ะ ^^

ปล. วันนี้ตั้งใจจะแนะนำร้านกาแฟ ร้านนึงที่เคยไปมา แต่ขอสาีรภาพค่ะว่า ทำรูปหาย แล้วที่แย่กว่านั้นคือจำชื่อร้านไม่ได้ด้วยอ่ะค่ะ > < ไม่มีรูปด้วย เลยอดไป เอาเป็นว่าเดี๋ยวจะลองไปหาอีกรอบถ้าเจอจะมาอัพเดทร้านกาแฟให้อีกทีนะคะ ^^

0
Like

ปริมาณคาเฟอีนในกาแฟกระป๋อง

Caffeine

เมื่อกี้ออกไปเดินห้างมา ในระหว่างที่เดินไปเดินมาแล้วไปหยุดอยู่ตรงบริเวณ Shelf ที่ขายน้ำต่างๆ ด้วยความที่เป็นคนชอบดื่มกาแฟ ก็เลยลองหันไปดูบริเวณที่ขายกาแฟกระป๋องยี่ห้อต่างๆ เผื่อจะมียี่ห้อใหม่ๆ ที่น่าลองชิมบ้าง

แล้วความสงสัยอยากรู้ก็บังเกิด ณ ตอนนั้นทันทีว่า เอ๊ะ กาแฟกระป๋องแต่ละยี่ห้อจะมีปริมาณคาเฟอีนเท่าไหร่กันบ้างนะ ดังนั้นก็เลยเริ่มสังเกตทีละกระป๋อง ทีละยี่ห้อ ซึ่งก็สำรวจด้วยกันทั้งสิ้น 4 ยี่ห้อ เดี๋ยวจะเรียงชื่อยี่ห้อตามลำดับปริมาณคาเฟอีนที่มีมากที่สุดไปจนน้อยที่สุดให้นะคะ

1.    D-7 มีปริมาณคาเฟอีนมากที่สุด
2.    UFC
3.    Burdy
4.    OISHI มีปริมาณคาเฟอีนน้อยที่สุด

ตอนแรกคิดว่ากาแฟ Burdy จะมีปริมาณคาเฟอีนเยอะที่สุดเสียอีกนะคะ ตอนแรกก็คิดว่าได้ข้อสรุปแล้ว แต่คิดไปคิดมาอีกที ก็เริ่มเกิดความสงสัยต่อว่า เอ๊ะ ในบรรดากาแฟแต่ละยี่ห้อนี้ ก็มีรสชาดอีก 3 รส แล้วปริมาณคาเฟอีนจะเท่ากันหรือเปล่า ทีนี้ก็เริ่มสำรวจต่ออีกครั้งค่ะ ซึ่งก็จะได้ผลสำรวจมาด้วยกัน 3 รสชาดนะคะ ซึ่งจะเรียงตามรสชาดที่มีปริมาณคาเฟอีนมากที่สุดไปหาน้อยที่สุดให้นะคะ

1.    ลาเต้ มีปริมาณคาเฟอีนมากที่สุด
2.    Espresso หรือ Black กาแฟดำ มีปริมาณคาเฟอีนมากเป็นอันดับสอง
3.    Mocca มีปริมาณคาเฟอีนน้อยที่สุด

ซึ่งตอนแรกก็คิดว่า Espresso น่าจะมีปริมาณคาเฟอีนมากที่สุด เพราะรสชาดดูเข้มข้นที่สุด แต่เอาเข้าจริงตามฉลากที่อยู่ข้างกระป๋องกลับกลายเป็นลาเต้ไปนะคะ

นี่ก็เป็นเรื่องที่สำรวจจากความอยากรู้ อยากเห็นของตัวเอง คิดว่าน่าจะเป็นความรู้ใหม่ๆ ให้กับคนที่ชื่นชอบกาแฟกันนะคะ ^^

0
Like

คำศัพท์น่ารู้เกี่ยวกับกาแฟ

ห่างหายจากการนำเรื่องราวน่ารู้ต่างๆ ของคนรักกาแฟไปเสียนานนะคะ วันนี้กลับมาพร้อมกับคำศัพท์น่ารู้หลายๆ คำเลยค่ะ

เคยสังเกตไหมคะว่า เวลาที่เราชงกาแฟเอง หรือจะสั่งตามร้านค้าทั่วไปก็ตาม หากใส่ผงกาแฟในปริมาณที่มากเกินไป จะทำให้รสชาดของกาแฟนั้นมีรสเปรี้ยว ซึ่งรสชาดเหล่านี้เรารู้สึกได้ แต่ครั้นจะบอกกับพ่อค้าแม่ค้าหรือจะบอกตัวเองก็ตามเถอะ เราจะบอกไม่ถูก ว่าเค้าเรียกว่าอะไรกัน ซึ่งตามหลักของกาแฟแล้วเค้าก็มีคำศัพท์เฉพาะเพื่ออธิบายความรู้สึกต่างๆ เหล่านี้เหมือนกันค่ะ

และด้วยความที่ทรายเองอยากจะรู้ ก็เลยไปลองค้นหาดู จนได้ข้อมูลคำศัพท์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับกาแฟมาอีกหลายคำศัพท์ เลยนำมาแบ่งปันให้ได้ทราบกันค่ะ

47063-pola

Acidity
รสเปรี้ยวของกาแฟ จะต่างจากรสเปรี้ยวของมะนาว (sour) และไม่เกี่ยวอะไรกับค่า   pH ที่จริงกาแฟจะมีความเป็นกรดไม่มากนัก (pH 5 – 6)

Body :  ความรู้สึกเต็มอิ่ม เต็มปากเต็มคำ ไล่จากอ่อน ไป   เข้มได้เป็น watery (จางเหมือนน้ำ)thin, light, medium, full, buttery   (ข้นเหมือนเนย), syrupy (ข้น เหมือนน้ำเชื่อม)

Aroma :  กลิ่น คำที่ใช้สำหรับกลิ่นกาแฟได้แก่caramelly (กลิ่นเหมือนลูกกวาด หรือน้ำ เชื่อม), carbony (กลิ่นเหมือนถ่าน มักพบ ใ นกาแฟที่คั่วนานๆ), chocolaty,  fruity, floral, herbal, malty, rich, rounded และ spicy

Bland : รสจืดของกาแฟ เกิดเพราะเมล็ดกาแฟที่เอามชง ยังไม่ได้อายุเก็บเกี่ยว

Briny :  รสเค็ม มักเกิดจากการต้มกาแฟนานเกินไป

Chicory :  ทำจากรากของต้น Cicoria Entybus มีรสคล้ายกาแฟ ไม่มีคาเฟอีน ราคาถูก มักใช้ผสม หรือ ชงแทนกาแฟ

Exotic :  กลิ่นหอมเย้ายวน เช่น floral หรือ berry ซึ่งเป็นกลิ่นที่ต่างจากกาแฟปกติ

Mellow :  รสกลมกล่อมพอดีของกาแฟที่มี acidity ต่ำ-กลาง

Solo :  กาแฟเอสเพรสโซ 1 ช็อต

Strong :  เป็นดีกรีของรสชาดของกาแฟ

Tangy :  รสเปรี้ยวแหลม

Winy :  ความรู้สึกที่เปรียบได้กับการดื่มไวน์แดงชั้นดี

ขอบคุณข้อมูลจาก

http://www.readypremium.com/ecommerce/thaiarabica/ArticleDisplay.asp?urlID=23

0
Like

Believe it or not

สำหรับหลายๆ ท่านที่หลงรักกาแฟด้วยรสชาติและกลิ่นหอมของกาแฟ อย่างที่เรียกว่าถอนตัวไม่ขึ้น วันนี้มีเรื่องราวความเชื่อต่างๆ ที่เกี่ยวกับกาแฟมาฝากค่ะ เราลองมาดูกันนะคะว่าความเชื่อที่เราๆ เคยเชื่อกันเนี่ยมีอันถูกอันไหนผิดใช่หรือไม่ใช่กันบ้างดีกว่าค่ะ

-    ติดกาแฟเป็นเวลานาน ไม่ดีต่อร่างกาย (ไม่จริง)
จากการวิจัยของกองทัพสหรัฐฯ ในสถาบันด้านยาและสิ่งแวดล้อมบอกว่า ตราบใดที่เราไม่มีอาการความดันเลือดสูง เป็นโรคหัวใจ หรือมีอาการสับสนกังวล การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเป็นเวลานานหลายๆ ปีไม่ควรมีผลต่อสุขภาพ
-    คาเฟอีนทำให้สมองกระเตื้อง (จริง)
ในสมองของเรา คาเฟอีนจะเข้าไปรบกวนเคมีในสมองที่ทำให้คนเราง่วงนอน จะกระตุ้นประสาทส่วนกลาง ทั้งยังช่วยให้คุณทั้งตื่นตัวและรีแลกซ์ไปด้วยในคราวเดียวกัน
-   คาเฟอีนทำให้เราอึดขึ้น (จริง)
คาเฟอีนจะกระตุ้นให้เราออกกำลังกายได้นานขึ้น 10-15 เปอร์เซ็นต์ เพราะมันช่วยให้คุฯหายเหนื่อยเร็วขึ้น นักโภชนาการจากมหาวิทยาลัยออนตาริโอ้ อธิบายเอาไว้
-    ถ้าเราดื่มกาแฟหลังดินเนอร์ เราจะนอนไม่หลับ (ไม่จริง)
กาแฟถ้วยเล็กๆ หบังดินเนอร์ถือว่าโอเคสำหรับคนส่วนมาก แต่ถ้าคุณมีปัญหาเรื่องการนอนหลับก็ควรหลีกเลี่ยงไปดื่มชาแทน เพราะหนึ่งถ้วยมีคาเฟอีนเพียง 35 มิลลิกรัมเท่านั้น คาเฟอีนปริมาณสูงมักจะอยู่ในพวกเครื่องดื่มให้พลังงานมากกว่า

ขอบคุณที่มาจากนิตยสาร Cleo

0
Like

Ban rai caffe’

พอดีที่บริษัทมีจัด Meeting สำหรับสมาชิก TrawutSpace แล้วก็เลยเลือกร้านบ้านไร่กาแฟ ตรงเอกมัย เป็นสถานที่จัดงาน ี่ร้านเค้าก็ดีตรงที่ว่า เรื่องสถานที่นั้นเค้าไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ เพียงแต่ให้บริจาคตามกำลัง ศรัทธา แล้วทางร้านนั้นจะนำเงินไปทำบุญต่ออีกที

นอกจากร้านจะไม่คิดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังบริการดีมากๆ รวมไปถึงสถานที่ก็สวยงาม กว้างขวาง ที่ร้านเค้าเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ถ้าใครชอบแบบเป็นสัดส่วนก็แนะนำว่าให้ขึ้นไปนั่งดื่มกาแฟที่ชั้น 2 ได้เลย แต่ถ้าใครไปช่วงเย็นๆ หน่อย แนะนำว่าให้นั่งข้างล่างตรงบริเวณลานโล่ง ที่มีต้นไม้เยอะๆ จะเหมาะมาก บรรยากาศจะเป็นแบบชิล ชิล น่านั่งมากๆ ร่มรื่น แล้วยังให้ความรู้สึกสบายๆ มีความเป็นส่วนตัว

ส่วนเรื่องราคาของกาแฟนั้นก็ไม่ได้แพงเิกินร้านอื่นๆ เลย แต่ต้องบอกก่อนว่ากาแฟที่้ร้านบ้านไร่นี้ ที่หน้าเคาท์เตอร์เค้าไม่ได้มีกาแฟแบบที่เราสั่งๆ กันทั่วไปนะ ไม่ใช่คาปูชิโน ไม่ใช่เอสเพรสโซ่ แต่จะเป็นกาแฟไทยๆ (ก็ไม่ใช่โอเลี้ยง โอยั้วะนะ) แต่เค้าจะมีเขียนอธิบายถึงระดับการคั่วของกาแฟ ชอบเข้มหรือไม่เข้มยังไง สามารถสั่งได้

ตอนที่ไปสั่งทีแรกก็ออกแนวงงๆ อยู่เหมือนกันว่าแล้วแต่ละแบบมันต่างกันยังไง บางรายการก็มีชื่อคล้ายๆ กัน ที่ต่างก็จะเป็นเรื่องของระดับความเข้มของกาแฟ กับ ระยะเวลาในการเก็บกาแฟ ว่าแบบไหนเก็บนาน ไม่นาน ก็ไปยืนสั่งแล้วแอบถามพนักงานเค้ามาเหมือนกัน อิอิ

ส่วนบรรยากาศภายในร้านก็มีเก็บรูปมาให้ดูนิดๆ หน่อยๆ นะคะ ส่วนใหญ่จะเป็นภาพบริเวณชั้น 2 ค่ะ สำหรับใครที่สนใจอยากไปลองนั่งก็สามารถนั่งรถไฟฟ้าไปลงสถานีเอกมัย แล้วลงประตูที่ 1ได้เลยค่ะ พอเดินลงมาร้านจะอยู่ติดทางลงบันได้รถไฟฟ้าเลยค่ะ จริงๆ ทรายก็แิอบติดใจเหมือนกัน กะว่าจะหาเวลาไปนั่งอ่านหนังสือ ดื่มกาแฟอีกครั้งเหมือนกัน เสียแต่ว่า ไกลจากบ้านทรายไปหน่อย อิอิ

อ้อ ที่ร้านนี้เค้ามีบริการอินเทอร์เน็ตด้วยนะคะ ถ้าใครสนใจก็สามารถขอซื้อชั่วโมงเน็ทเพื่อใช้งานภายในร้านได้ค่ะ ส่วนภาพบรรยากาศก็ไปตามดูที่ด้านล่างได้เลยค่ะ ^ ^

0
Like

6 Tips for Coffee Lovers

สวัสดีค่ะ เมื่อไม่นานมานี้มีโอกาสได้ไปอ่านนิตยสาร First มาค่ะ แล้วเห็นมีบทความให้ข้อมูลที่ดีที่เกียวกับการดื่มกาแฟ ก็เลยนำข้อมูลนี้มาบอกเล่า บอกต่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันค่ะ ^ ^

รู้ก่อนดื่มกาแฟ

  • โดยปรกติทั่วไปเราสามารถดื่มกาแฟได้มากถึง 6 แก้ว / 1 วัน

    แต่ต้องไม่เข้มจนเกินไป ไม่มากกว่า 2 ช้อนชา / 1 ถ้วย สำหรับคนที่เป็นโรคหัวใจหรือมีปัญหาเรื่องความดัน ซึ่งร่างกายอยู่ในภาวะไม่ปรกติควรลดปริมาณการดื่มกาแฟไม่เกิน 2 แก้ว/1 วัน
  • ข้อดีของกาแฟ คือ ช่วยกระตุ้นและทำให้ร่างกายมีความตื่นตัว

    โดยเข้าไปกระตุ้นหลอดเลือดแถวที่เลี้ยงหัวใจให้ขยายตัว จึงทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจได้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า
  • กาแฟยังช่วยบรรเทาอาการปวดไมเกรนให้ลดลง

    ช่วยให้หลอดเลือดแถวบริเวณศีรษะหดตัว สอดคล้องกับคุณสมบัติของยาแก้ปวดไมเกรนในทางการแพทย์ ที่มีชื่อว่า “คาฟอริกอต” เป็นกาเฟอีนสกัด จัดเป็นยาสำหรับแก้อาการปวดไมเกรนเฉพาะ
  • ถ้าอยากสร้างความตื่นตัวแต่ไม่อยากให้กาเฟอีนอยู่ในร่างกายของเรามากเกินไปแนะนำให้
    เลือกดื่มกาแฟดำแทนเพราะว่าร่างกายจะขับออกมาได้ง่ายกว่า แต่ถ้ากาแฟที่ผสมทั้งนม น้ำตาล และ คอฟฟี่เมต จะมีปริมาณสารอาหารเพิ่มขึ้น ร่างกายจะทำการดูดซึมสารอาหารเข้าสู่กระแสเลือด ซึ่งมีผลให้กาเฟอีนตกค้างอยู่ในร่างกายนานกว่า
  • ระหว่างกาแฟเย็น กับ ร้อนแนะนำให้เลือกดื่มกาแฟร้อนดีกว่า

    ถ้าเทียบพลังงานแล้ว กาแฟร้อนจะให้พลังงานต่ำกว่ากาแฟเย็น โดยกาแฟเย็น 1 แก้วให้พลังงานประมาณ 300 แคลอรี่ แต่ถ้าเทียบกับกาแฟดำร้อนจะไม่เกิน 100 แคลอรี่ / 1 แก้ว
  • กาเฟอีนเป็นตัวละลายแคลเซียม

    กาแฟจะขับเอาแคลเซียมที่สะสมตามกระดูกและผิวหนังออกมา เวลาที่เราปัสสาวะ ดังนั้นคนที่อายุเข้าสู่เลขสามแล้ว ควรลดปริมาณการดื่มกาแฟให้น้อยลง เพราะอาจมีผลให้กระดูกพรุนได้ง่าย

ขอบคุณข้อมูลจาก คุณ รุ่งเรือง คลองบางลอ นักโภชนาการจาก Philip Waim
ที่มา : นิตยสาร First

0
Like

Passion Cafe’

ฉันรักความรัก แต่เกลียดความเป็นมนุษย์

ฉันคิดว่าความรักที่จริงแท้ เป็นความสุนทรีย์ เป็นความลึกซึ้ง เป็นความงามที่เหนือความงามทั้งปวง
เป็นความสวยงามที่สุด เท่าที่มนุษย์ทุกคนในโลกนี้จะมีโอกาสได้สัมผัสมันอย่างเท่าเทียมกัน

แต่คงมีมนุษย์ไม่มากนักที่มีโอกาสได้สัมผัสมันอย่างแท้จริง
และในจำนวนน้อยนั้น ก็คงมีไม่มากนัก ที่สามารถเก็บความงามของมันเอาไว้กับตัวได้ตลอดกาล

มนุษย์มีความเสื่อมทราม ความชุ่ย มีความเห็นแก่ตัว รักแท้จริงที่เคยลึกซึ้งดื่มด่ำ
ก็มักจะถูกปล่อยปละละเลย กลายเป็นความจืดชืดซังกะตาย

ร้ายกว่านั้นก็คือปล่อยให้ความรักจืดจางกลายเป็นความเลวร้าย เป็นความเกลียดชัง ขนาดเข่นฆ่าคนที่ตัวเองเคยรักก็เห็นมีอยู่บ่อยๆ

ฉันรักความรัก แต่ฉันคิดว่ามนุษย์ไม่เคยดีพอสำหรับความรัก
นั่นเป็นเพราะ มนุษย์ไม่เคยควบคุมสัญชาตญาณแห่งความชุ่ย หรือความเห็นแก่ตัวของตนได้เลย

มนุษย์ที่ว่ามาทั้งหมดนี้ก็ไม่ใช่ใคร
มันหมายถึงตัวฉันเองด้วยเหมือนกัน
แล้วคุณล่ะว่าไง!

Passion cafe’ : ความรักในปารีส

ปราย พันแสง

0
Like

ทายนิสัยท่าทางยามดื่มกาแฟ

ก่อนจะเข้าสู่วันปีใหม่ Coffee Blood ขอนำเรื่องราวเกี่ยวกับการทำนายมาฝากให้ได้อ่านกันอีกสักหนึ่งบทความก่อนที่จะเดินทางเข้าสู่ปีใหม่อีกหนึ่งปีเมื่อครั้งที่ผ่านมาได้นำคำทำนายที่เกี่ยวกับรสชาติของกาแฟที่ชื่นชอบไปแล้ว และยังลักษณะหรือรูปแบบของแก้วกาแฟที่ชื่นชอบว่าสามารถบ่งบอกความเป็นตัวคุณได้ไปแล้ว ยังไม่หมดเท่านี้นะคะ คุณทราบหรือไม่คะว่า ลักษณะท่าทางยามที่คุณดื่มกาแฟนั้น ก็สามารถบอกความเป็นตัวตนของคุณได้เช่นกันค่ะ

ลักษณะท่าทางของแต่ละคนก็ย่อมแตกต่างกันออกไป ดังนั้นเรามาดูกันว่าแต่ละท่าทางยามที่ดื่มกาแฟนั้น จะบ่งบอกว่าคุณเป็นคนอย่างไรบ้างดีกว่าค่ะ

ใช้นิ้วชี้เกี่ยวใช้นิ้วชี้เกี่ยวถ้วยกาแฟ

คนที่ใช้นิ้วชี้เกี่ยวหูถ้วยกาแฟเอาไว้ แล้วก็ใช้นิ้วโป้งยันขอบถ้วยกาแฟด้านบนอีกนั้น เป็นท่าที่คนส่วนใหญ่มักใช้ถือถ้วยเวลาชงกาแฟดื่มกัน ซึ่งได้แสดงถึงนิสัยที่เป็นคนมีอัตตาสูง หรือมีความคิดว่าตัวเองดีที่สุด จึงทำให้เป็นคนที่ไม่ค่อยฟังความคิดเห็นของคนอื่นสักเท่าไหร่

ใช้นิ้วมือ 3 นิ้วเกี่ยวถ้วยกาแฟ

คนที่ใช้นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางเกี่ยวหูถ้วยกาแฟเอาไว้ โดยที่มีนิ้วโป้งคอยยึดขอบบนของถ้วยกาแฟนั้นแสดงถึงนิสัยที่เชื่อมั่นในตัวเอง และยังเป็นคนที่มีความมั่นคงสูง โดยเฉพาะในเรื่องความรัก ดังนั้นเมื่อรักใครก็มักจะรักเดียวใจเดียว ไม่ชอบคบคนทีละหลายๆ คน เป็นคนจริงจัง ซีเรียสกับเรื่องการใช้ชีวิตอยู่

ใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้ถือถ้วยกาแฟ

สำหรับคนที่มีใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้เท่านั้นที่ถือถ้วย ส่วนนิ้วที่เหลือ คือนิ้วกลาง นาง ก้อย จะยื่นกางออกมาหมดนั้น จะแสดงถึง ลักษณะนิสัยที่เป็นคนเปลี่ยนแปลงง่าย จะทำทุกอย่างตามอารมณ์ของตัวเอง ซึ่งในสายตาคนทั่วไปมองว่าไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอยสักเท่าไหร่ แต่โดยพื้นฐานแล้วเป็นคนที่คุยสนุก ร่าเริง แจ่มใส

ใช้นิ้วก้อยยันก้นถ้วยเอาไว้

คนที่ใช้นิ้วโป้งยันขอบบนของถ้วยกาแฟ และนิ้วก้อยยันขอบล่างหรือก้นถ้วยเอาไว้ แล้วทั้งสามนิ้วคือนิ้วชี้ กลาง นางจะเกี่ยวห่วงถ้วยกาแฟเอาไว้นั้น นิสัยโดยทั่วไปมักเป็นคนที่มีนิสัยรักความอิสระ ไม่ชอบให้ตนเองตกอยู่ในการควบคุมของใคร มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ชอบทำในสิ่งที่คนอื่นไม่ทำกัน แล้วยังรักชีวิตที่ได้เสี่ยงภัยมากอีกด้วย

ถือถ้วยกาแฟโดยนิ้วก้อยกางออก

เป็นคนทีนิสัยเงียบๆ ไม่ชอบการได้อยู่ในกลุ่มคนมากสักเท่าไหร่ ยิ่งคนที่ไม่คุ้นเคยกันมาก่อน แต่ก็ไม่ใช่คนสมถะหรือสันโดษเสียทีเดียว แต่ออกไปทางชอบหมกมุ่นอยู่กับความคิดและปัญหาของตัวเองมากกว่า หรืออาจจะเรียกว่าเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูงก็ว่าได้ และเมื่อพบเจอกับปัญหาก็จะชอบที่จะครุ่นคิด พิจารณาด้วยตนเองมากกว่าการไปปรึกษาคนอื่น

ใช้สองมือกุมถ้วยกาแฟ

เป็นคนที่มีนิสัยอ่อนโยน โรแมนติก ช่างฝันมาก ใจอ่อน บ่อน้ำตาตื้นซะไม่มี แค่ดูหนังเศร้าๆ เข้าหน่อยก็ร้องไห้ได้เป็นวรรคเป็นเวร ขี้งอนและเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่สุด แต่ก็มีความน่ารักตรงที่เป็นคนรักบ้าน ชอบอยู่ใกล้ชิดครอบครัว

เป็นอย่างไรบ้างคะ ตรงกันบ้างหรือเปล่า นอกจากจะมีคำทำนายเกี่ยวกับท่าทางยามดื่มกาแฟมาฝากแล้ว ยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่อยากแนะนำค่ะ เพื่อนๆ คงเคยนอนหลับแล้วฝันกันอย่างแน่นอนนะคะ บางคนก็เอาไปตีเป็นเลขเด็ดก็มี แต่จะถูกหรือเปล่าอันนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกันนะคะ แล้วทีนี้เพื่อนๆ เคยฝันถึงกาแฟบ้างหรือเปล่าคะ เชื่อไหมคะว่าการทำนายความฝันสำหรับผู้ที่ฝันถึงกาแฟด้วยนะคะ แต่จะมีความหมายอย่างไร ต้องติดตามอ่านกันที่ http://www.tumnaifun.com/ ค่ะ ^ ^

 

You need to log in to vote

The blog owner requires users to be logged in to be able to vote for this post.

Alternatively, if you do not have an account yet you can create one here.

Powered by Vote It Up